
น้ำจากเสนาไหลทะลักท่วมลาดหลุมแก้ว
ผู้ว่าฯลพบุรี ระบุ ละโว้ระดับน้ำท่วมยังสูงหลายพื้น และน้ำเริ่มเน่าเสียชาวบ้านป่วยเป็นแผล ขณะที่ภาพทางอากาศเห็นชัดหลายหมู่บ้านยังจมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สุพรรณบุรี สรุปความเสียหายจากน้ำท่วมในพื้นที่ พบเสียชีวิต 5 ราย
(29ต.ค.) นายผล ดำธรรม นายอำเภอลาดหลุมแก้ว ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าที่ ต.ลาดหลุมแก้ว อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ติดกับริมคลองโซนหกซึ่งมีน้ำไหลมาจากคลองพระยาบันลือ จ.พระนครศรีอยุธยาว่ามีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลมา จากอำเภอเสนา ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเดือดร้อนจึงรุดไปตรวจสอบ
ที่บริเวณสะพานข้ามคลองโซนหก หมู่ที่ 6 ต.ลาดหลุมแก้ว อ.ลาดหลุมแก้ว พบประชาชนจำนวนมากอยู่ระหว่างช่วยกันกั้นกระสอบทรายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำ จาก อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ไหลลงสู่คลองพระยาบันลือ ไหลเข้ามาภายในคลองโซนหกได้ เนื่องจากบริเวณท้ายคลองโซนหกนั้นเป็นพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านจำนวนมาก ชาวบ้านจึงช่วยกันออกมาช่วยกั้นแนวกระสอบทรายพร้อมตั้งเครื่องสูบน้ำ ขนาดใหญ่อีกจำนวน 3 เครื่อง เพื่อเอาน้ำจากคลองโซนหกออกป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ขณะเดียวกันนี้นายผลพร้อมนายสุริยะ ภิรมย์พร้อม นายก อบต.ลาดหลุมแก้ว ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคมอบให้กับชาวบ้านหมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ในตำบลลาดหลุมแก้วที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมและเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า หากฝนไม่ตกลงมาและน้ำจากทางอำเภอบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยานั้นไม่เพิ่มปริมาณมามากนักคิดว่าแนวกระสอบทรายและแนวคัน ดินที่ทางเทศบาลและหน่วยงานท้องถิ่นสร้างเอาไว้ น่าจะรับมือได้ไม่ส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นจนขยายวงกว้าง
ผู้ว่าฯยันจ.ลพบุรีหลายหมู่บ้านยังจมน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมขังพื้นที่จังหวัดลพบุรี ท่วมนานเกือบ 2 อาทิตย์ แต่สถานการณ์ก็ยังไม่คลีคลายแม้แต่น้อย กลับยังคงอยู่ในวิกฤตในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอบ้านหมี่ ซึ่งระดับน้ำยังท่วมสูงหลายจุด โดยอำ เภอบ้านหมี่ ตำบลหนองเมืองและตำบลพุคา ระดับน้ำลงมาบางแต่ก็ยังท่วมสูงกว่า 1 เมตร การเข้าออกหมู่บ้านก็ยังต้องใช้การเดินทางด้วยเรืออยู่ และขณะนี้น้ำที่ท่วมขังเริ่มกลายเป็นสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วและ เช่นเดี่ยวกับพื้นที่เมืองลพบุรีอย่างตำบลถนนใหญ่ และตำบลท่าแค น้ำที่ท่วมขังยังสูงกว่า 3 เมตร น้ำก็เป็นสีดำและเน่าเหม็นแล้วเช่นกัน ทำให้ชาวบ้านทั้งสองอำเภอเริ่มป่วยเป็นโรคที่มากลับน้ำแล้ว ทั้งน้ำกัดเท้า และผื่นคันขึ้นตามตาม ทำให้ชาวบ้านร้องขอยารักษาโรคที่มากับน้ำเนื่องแจกเริ่มขาดแคลน ถึงแม้ว่าทางอำเภอจะออกแจกจ่ายไปบ้างแล้วก็ยังไม่เพียงพอ
ขณะที่น้ำจากแม่น้ำลพบุรีที่ได้รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ในหลายตำบลของอำเภอเมืองลพบุรี อย่างตำบลดอนโพธิ์ ตำบลโก่งธนู ตำบลงิ้วราย ตำบลตะลุงระดับน้ำยังคงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้เพิ่มสูงขึ้นมาอีกประมาณ 10 ซม.
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าฯลพบุรี และ นาวาอากาศเอกเฉลิมวงษ์ กีรานนท์ ผู้บังคับการกองบิน 2 จ.ลพบุรี นำคณะหน่วยงานป้อง กันบรรเทาสาธารณะภัยพื้นที่ 5 จังหวัดภาคกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสัก ประกอบด้วย ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และ ชัยนาท ขึ้นอากาศยาน เฮอลิคอปเตอร์ แบบ 6 จากฝูงบิน 203 เพื่อทำการบินสำรวจสภาพความเสียหายจากอุทกภัยตลอดแนว 2 ฝั่ง ของแม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ ต.ท่าแค ต.ถนนใหญ่ อ.เมือง จ.ลพบุรี , อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา , อ.เมือง อ.ไชโย จ.อ่างทอง ผ่าน อ.เมือง อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ไปจนถึง เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท และจากการบินสำรวจ โดยใช้เวลาในการบิน 1 ชั่วโมง 30 นาที พบว่ายังคงมีปริมาณน้ำ ที่ตกข้างอยู่อีกเป็นจำนวนมาก
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ลพบุรีถูกน้ำท่วมนานเกือบ 2 อาทิตย์ แต่หลายพื้นที่ยังไม่พ้นวิกฤตยังคงจมอยู่ใต้น้ำอีกหลายหมู่บ้านทั้งอำเภอเมืองและอำเภอบ้านหมี่ เช่นหมู่บ้านท่าแค และหมู่บ้านสิรัญญา อำเภอเมืองและตำบลหนองเมืองตำบลพุคาของอำเภอบ้านหมี่ที่น้ำยังสูง และเป็นสีดำเห็นได้อย่างชัดเจน และน้ำยังท่วมมิดหลังคาเกือบทั้งหมด
ด้านนางสมเจตน์ พรหมสุนทร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า พื้นที่จ.สุพรรณบุรี มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์จำนวน 5 ราย คือ 1 นายนุกุล นาควงษ์ อ.เดิมบางนางบวช ขณะออกไปหาปลาแล้วเป็น ตะคริวจมน้ำ 2.นายอนันต์ ขำสกุล อ.เมือง จมน้ำเสียชีวิตหน้าบ้าน 3.นายสุชาติ พัสสะ อ.สองพี่น้อง พายเรือช่วยแม่เก็บของหนี้น้ำแล้วถูกน้ำพัดหายไป 4.นายพยุง เชิดฉันท์ อ.เมือง จมน้ำเสียชีวิตหลังบ้าน 5.นายกฤษณา พลายยงค์ จมน้ำเสียชีวิตใต้ถุนบ้าน ส่วนมาตาการด้านการช่วยเหลือล่าสุด ได้จัดส่งถุงยังชีพให้กับประชาชน จำนวน 25,065 ถุง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพน้ำท่วมเขตตัวเมืองอุทัยธานี แม้ว่าเช้าวันนี้ระดับน้ำเริ่มท่วมทรงตัว แต่ประชาชนในชุมชนหลายแห่ง ยังต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ที่ถมทับเข้ามา คือ น้ำที่ท่วมขัง เริ่มมีสีดำคล้ำ มีสารแขวนลอยคล้ายน้ำมันเหนือผิดน้ำ และส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง สร้างมลภาวะไปทั่วบริเวณน้ำท่วม เบื้องต้นยังไม่ทราบว่า สาเหตุเกิดจากอะไร
นายนรินทร์ รัตนจันทร์ ชาวบ้านบริเวณชุมชนสะพานยาว สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากน้ำในท่อระบายน้ำเสียที่ขังมาก่อนหน้านี้ ออกมาผสมกับน้ำที่ท่วมขัง จึงเกิดปรากฎการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งทำให้ชาวชุมชนต่างขยะแขยงในการที่จะเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่าอย่างที่เคย แต่หลายคนก็ต้องจำยอมเนื่องจากไม่มีรองเท้าบูทกันน้ำสวมใส่
นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)เปิดเผยว่า สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 10-29 ต.ค. ตัวเลข ณ เวลา 07 . 00 น. จำนวนทั้งสิ้น 94 รายจาก 20 จังหวัด เป็นชาย 78 ราย หญิง 16 ราย ประกอบด้วย นครราชสีมา 18 ราย นครสวรรค์ 12 ราย ลพบุรี 11 ราย พระนครศรีอยุธยา 7 ราย บุรีรัมย์ 6 ราย นนทบุรี 5 ราย สุพรรณบุรี 5 ราย ขอนแก่น 4 ราย กาแพงเพชร 4 ราย เพชรบูรณ์ 3 ราย สระบุรี 3 ราย ชัยภูมิ 3 ราย ปทุมธานี 3 ราย ระยอง 2 ราย สิงห์บุรี 2 ราย ชัยนาท 2 ราย สระแก้ว 1 ราย ตราด 1 ราย อุทัยธานี 1 ราย และพิจิตร 1 ราย
นพ.ชาตรี กล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขที่รายงานมาเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 68 ราย แต่ได้รับรายงานมาวันนี้เพิ่มอีก 26 ราย อย่างไรก็ตามสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการจมน้ำ ดังนั้นหลังจากปัญหาอุทกภัยผ่านพ้นไปแล้ว สพฉ.จะร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กระทรวงศึกษาธิการ จัดทำแผนคนไทยว่ายน้ำเป็น หรือ ลอยน้ำเป็น เป็นวัคซีนป้องกันไม่ให้มีการเสียชีวิตจากการจมน้ำ.



