ข่าว

ล่าข้ามโลก...พ่อเลี้ยงหื่น

ล่าข้ามโลก...พ่อเลี้ยงหื่น

29 ต.ค. 2553

เมื่อปี 2548 หญิงชาวอังกฤษวัย 30 ปี ให้การร้องทุกข์กล่าวโทษ "โรเจอร์ สโตน" หรือ "โรเจอร์ แอชลีย์ ซิดนีย์ สโตน" อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง หลังจากถูกล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนถึงอายุ 15 ปี ยาวนานต่อเนื่อง 8 ปี

 เด็กหญิงวัย 8 ขวบ ต้องตกเป็นเหยื่อลวงละเมิดทางเพศของพ่อเลี้ยงมายาวนาน 8 ปี ตัดสินใจหนีออกจากบ้าน เพื่อตามหาพ่อที่แท้จริงจนพบ แล้วอาศัยอยู่ด้วยกัน แต่ทว่าความเจ็บปวดฝังใจในอดีตยังคงตามมาหลอกหลอน เธอจึงตัดสินใจเล่าเรื่องราววัยเด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยที่แม่ผู้ให้กำเนิดมีส่วนรู้เห็น ให้พ่อแท้ๆ รับรู้ และนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีพ่อเลี้ยงของเธอ

  ตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดของประเทศอังกฤษ ได้แจ้งข้อกล่าวหาใน 7 คดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกเลี้ยง ส่วนแม่ของผู้เสียหายเกรงความผิดจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย ส่วนนายโรเจอร์ได้รับประกันตัวและปฏิเสธทุกข้อหา หลังได้รับอิสรภาพชั่วคราว นายโรเจอร์เดินทางเข้าประเทศไทย 2 ครั้ง วันที่ 14 กันยายน 2548 และวันที่ 10 ตุลาคม 2548 และไม่กลับประเทศอังกฤษอีก

 ตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดเชื่อว่านายโรเจอร์น่าจะมีเจตนาหลบหนีการพิจารณาคดีที่ถูกกล่าวหา โดยหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทย เมื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเงินของนายโรเจอร์ ซึ่งเคยเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แต่ขอเออร์ลี่รีไทร์ จึงได้รับเงินประจำทุกเดือน เดือนละประมาณ 4 หมื่นบาท ส่งมาให้ใช้โดยผ่านทางธนาคารแซนแทนเดอร์ บัญชีที่ 55086441 ของประเทศอังกฤษ แล้วมีการกดเบิกผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ สาขาเซ็นทรัล ซิตี้ บางนา, สาขาสำโรง, สาขาสะพานเหลือง

 ตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดจึงประสานงานมายังสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เพื่อประสานสำนักงานอัยการสูงสุด ขอให้ยื่นต่อศาลพิจารณาออกหมายจับนายโรเจอร์ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและความผิดฐานอื่นๆ อีกหลายข้อหา อันเป็นความผิดเกี่ยวกับเรื่องเพศ ซึ่งภายหลังศาลได้พิจารณาคำร้องพร้อมอนุมัติหมายจับที่ 194/2553 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2553

 สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยจึงประสานงานมายัง พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ รองผบช.สตม. ทราบ ทีมสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.กิจจา เกษมณี, พ.ต.ท.สมชาย เดชแพ รองผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.พจน์ แก้วทอง สว.กก.1 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน ได้รับคำสั่งให้เร่งรัดการสืบสวนติดตามนายโรเจอร์

 ชุดสืบสวนเริ่มแกะรอยจากการประสานงานไปยังธนาคารทุกแห่งที่บัตรเอทีเอ็มของนายโรเจอร์ใช้ถอนเงินสด ซึ่งนอกจากจะถอนเงินสดแล้ว ยังมีการโอนเข้าบัญชีนายชาญวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี สอดคล้องกับข้อมูลจากสถานทูตที่ระบุว่า นายโรเจอร์เคยให้การสนับสนุน 2 คนไทย หนึ่งในนั้นคือนายชาญวุติ ซึ่งมีบ้านพักอยู่ย่านประเวศ กรุงเทพฯ อีกทั้งการแกะรอยนายโรเจอร์เกี่ยวกับด้านการรักษาพยาบาล พบว่ามีประวัติเข้ารักษาโรคซึมเศร้า ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ 

 เมื่อข้อมูลของธนาคารแห่งหนึ่งแจ้งข้อมูลต่อชุดสืบสวนว่า นายชาญวุฒิทำบัตรเครดิตโดยได้วงเงินบัตร 5 หมื่นบาท แล้วส่งเอกสารใบแจ้งชำระค่าบัตรเครดิตไปที่บ้านเลขที่ 1027/121 พาร์คแลนด์ คอนโด ตึก 8 ชั้น 6 ห้อง 613 ถนนบางนา-ตราด แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ สอดคล้องกับข้อมูลเวชระเบียนของโรงพยาบาลที่ระบุว่า นายโรเจอร์เป็นผู้ป่วยนอกมีที่อยู่ที่เดียวกันกับนายชาญวุฒิ ชุดสืบสวนจึงตัดสินใจเฝ้าสังเกตการณ์จนพบเห็นนายโรเจอร์เดินลงมาด้านล่าง จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งแสดงหมายจับ ซึ่งนายโรเจอร์ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

 พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.สตม. เปิดเผยว่า นโยบายปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองติดตามจับกุมหมายจับคดีสำคัญต่อเนื่องตลอด โดยเฉพาะมาตรการซีเคียวริตี้ เซอร์วิส มายด์ สแตนดาร์ด (Security Service Mind Standard) ของ พล.ต.ท.วิบูลย์ ก็กระทำมาต่อเนื่อง และการแถลงข่าวแต่ละครั้งเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณชนโดยขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชนในการแจ้งเบาะแสคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์กระทำผิดกฎหมาย รวมถึงก่ออาชญากรรมข้ามชาติ หากพบสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1178