
ปฏิบัติการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยลดเครียด-ฆ่าตัวตาย
การเสียชีวิตของ "อัมพร ยะวังพล" อายุ 57 ปี ภูมิลำเนา อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ด้วยการผูกคอตาย โดยคำบอกเล่าของสมาชิกในครอบครัวก็คือ หัวหน้าครอบครัวรายนี้ ซึ่งมีอาชีพทั้งเป็นเกษตรกรและทำการค้า เริ่มมีอาการซึมเศร้าหลังจากได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ
ตั้งแต่วันที่ 21-27 ตุลาคม ที่ผ่านมา น่าสนใจว่า มีผู้ที่เข้ารับบริการฟื้นฟูอาการทางจิตใจ หลังจากที่ต้องเผชิญกับสภาพปัญหาน้ำท่วม ด้วยตัวเลขรวม 495 คน เมื่อคัดกรองพบว่า มีผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าจำนวน 187 คน เมื่อแยกย่อยไปที่การจำแนกกลุ่มผู้มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ตัวเลขจำนวนนี้อยู่ที่ 43 คน นี่คือความเป็นไปได้ของผู้ประสบภัยกลุ่มหนึ่งที่เสี่ยงต่อการเลือกที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับตัวเอง หลังจากที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันมีที่มาจากภาวะน้ำท่วม
กล่าวสำหรับพื้นที่ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เป็น 1 ใน 32 อำเภอของจังหวัดที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันคือน้ำหลากเข้าท่วม ข้อแตกต่างของอำเภอแห่งนี้ก็คือ เป็นพื้นที่ราบสูง ดังนั้นโอกาสที่ประชาชนจะต้องเผชิญกับชะตากรรมข้างต้นคือความเดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วมไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่ข้อเท็จจริงก็คือ การที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงภัยธรรมชาติได้ การจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่นครราชสีมา เพื่อฟื้นฟูอาการทางจิตใจของผู้ประสบภัยที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง หากพิจารณาไปที่ อ.ปักธงชัย นั่นก็คือการเห็นถึงจำนวนของกลุ่มเสี่ยง 43 ราย
ยน จานฉิมพลี อายุ 47 ปี ภูมิลำเนาบ้านปลายดาบ หมู่ 7 ต.สุขเกษม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย อ้างอิงข้อมูลจากทีมแพทย์ของโรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ จ.เลย ที่มาปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ อ.ปักธงชัย มีที่นาเนื้อที่รวม 3 ไร่ และอยู่ในสถานการณ์ที่ได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง ขณะที่อีกด้านหนึ่งคือ หนี้สิน ที่กู้ยืมมาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจำนวน 1 หมื่นบาท โดยข้อเท็จจริงแม้ว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้อยู่ในอัตราที่สูง แต่ด้วยพื้นฐานของครอบครัวคือการใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง สามีเสียชีวิต บุตรสาวก็แยกไปมีครอบครัว จึงหมดสิ้นหนทางที่จะหาเงินมาใช้หนี้ ทำให้เกิดความท้อใจและเครียดจนคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะทนสภาพชีวิตที่ต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังไม่ไหว
"ช่วงที่เกิดน้ำท่วมก็ประทังชีวิตด้วยการกินข้าวกับน้ำปลา เครียดมากที่ต้องพบกับเหตุการณ์เลวร้ายจนคิดที่จะฆ่าตัวตาย กระทั่งสถานการณ์ในพื้นที่เริ่มดีขึ้น น้ำลดลง มีเจ้าหน้าที่เข้ามาหาและให้กำลังใจ ทำให้สติกลับคืนมา แพทย์ที่มาดูแลได้ให้ยาคลายเครียด ยาบำรุง และยานอนหลับ เพื่อให้ได้พักผ่อนเต็มที่ ยอมรับว่า หากภาวะน้ำท่วมยังเป็นไปอย่างเนิ่นนาน การที่ต้องอยู่คนเดียวก็อาจจะเลือกจบชีวิตตัวเอง เพราะไม่มีใครให้คอยดูแล มีเพียงตัวเองที่ต้องอยู่สู้กับปัญหาก็ไม่รู้ว่าจะดิ้นรนไปทำไม" ยนกล่าวพร้อมกับน้ำตาที่อาบแก้ม
เช่นเดียวกันกับ ชอบ ไกรราชฉิมพลี อายุ 35 ปี ภูมิลำเนาบ้านโคกสะอาด หมู่ 1 ต.สุขเกษม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ที่อยู่ในภาวะเครียดจัด นอนไม่หลับนานกว่า 1 สัปดาห์ หลังจากน้ำลำพระเพลิงไหลบ่าเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังตั้งท้องออกร่วงจำนวน 20 ไร่ ในขณะที่อีก 1 เดือน ถัดจากนี้เขาก็จะเก็บเกี่ยวผลผลิต หากเก็บเกี่ยวแล้วจะขายได้กำไรมูลค่ากว่า 2 แสนบาท แต่ภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้น นั่นก็คือภาวะขาดทุน ข้าวที่จะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตจมไปกับน้ำ เหลือเพียงหนี้สินที่กู้มา ซึ่งต้องแบกภาระต่อไป
"ช่วงเมษายน-กันยายน ที่ผ่านมา พื้นที่ปักธงชัยต้องประสบกับภัยแล้ง เกษตรกรไม่มีน้ำใช้ในการเกษตร เขื่อนลำพระเพลิงงดจ่ายน้ำให้ภาคเกษตร ผมต้องลงทุนหว่านข้าวไปถึง 3 รอบ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้มีหนี้สินจากการลงทุนเพิ่มขึ้น จนถึงขณะนี้มีหนี้รวมกว่า 5 หมื่นบาท ที่ผมต้องคิดมากจนเกิดความเครียด ก็เพราะไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากที่ไหนเพื่อเอามาใช้หนี้ แต่เมื่อเข้าปรึกษากับแพทย์ทำให้มีกำลังใจดีขึ้น และพร้อมจะสู้ชะตากรรมชีวิตต่อไป” ชอบ ระบุ
ขณะเดียวกัน ในรายของ ลอย ขอมสระน้อย อายุ 49 ปี ภูมิลำเนาบ้านบุชะอม หมู่ 4 ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย เผชิญความสูญเสียจากน้ำท่วมนาข้าวและสวนผลไม้ คิดเป็นเนื้อที่รวม 30 ไร่ ทุกอย่างหายไปกับสายน้ำ ทั้งที่เขากำลังจะมีรายได้จากการขายผลผลิตการเกษตรสูงถึง 4 แสนบาท แต่ก็ต้องสิ้นหวัง และมีสภาพเป็นหนี้ เพราะไม่มีโอกาสจะหาเงินมาชำระหนี้สินที่กู้มาลงทุน ทั้งค่าปุ๋ย ค่าเมล็ดพันธุ์ รวมถึงหนี้สะสมที่มีอยู่ 3 แสนบาท
"ยังคิดไม่ออก ไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากไหนเพื่อจะมาใช้หนี้ ธ.ก.ส. อีกทั้งต้องส่งเสียให้ลูก 2 คน เรียนหนังสือ ชะตากรรมที่ต้องเผชิญจากนี้ก็ยังหาทางออกให้ชีวิตไม่เจอ เครียดมาก จนคิดจะตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่ได้มาพบกับจิตแพทย์เสียก่อน โดยจิตแพทย์แนะนำให้พักผ่อนให้มาก อย่าวิตกกังวล จนนำไปสู่การฆ่าตัวตาย พร้อมทั้งให้ยาคลายเครียดและยานอนหลับมารับประทาน แพทย์พยายามแนะนำว่า ยังมีความหวังที่ทุกอย่างจะกลับคืนมาได้ ขอเพียงมีกำลังใจ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่ได้มีเราคนเดียวที่ต้องพบเจอ"
ผู้ประสบภัยรายนี้ กล่าวว่า หลังจากได้พบจิตแพทย์ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง โดยแพทย์แนะนำให้ครอบครัวคอยให้กำลังใจ และควรหลีกเลี่ยงการอยู่เพียงลำพัง
"น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดใหญ่ และไม่เคยเกิดอุทกภัยมาก่อน นี่คือสิ่งที่ทำให้ประชาชนต้องเจอกับภาวะความเครียด ความกังวล จากการจัดทีมแพทย์จิตเวชเคลื่อนที่ลงไปนั่น พบว่ามีผู้ป่วยที่มีปฏิกิริยาเกิดจากเหตุการณ์น้ำท่วมมีมาก ทุกรายมีอาการเดียวกันคือ รู้สึกกังวล และมีอารมณ์เศร้า” นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ ซึ่งเป็นทีมแพทย์ที่ลงมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน จ.นครราชสีมา ระบุถึงสภาพปัญหาของประชาชนหลังถูกน้ำท่วม
ปฏิบัติการลดอาการเครียดของผู้ประสบอุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ทีมแพทย์สุขภาพจิตมีการจัดชุดเคลื่อนที่ออกดูแลจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวป้องกันปัญหาความเครียดเบื้องต้น และตรวจคัดกรองค้นหาผู้ที่มีปัญหา เพื่อวางแผนดูแลอย่างต่อเนื่อง หาทางลดความรุนแรงของความเครียด อันจะนำไปสู่การเจ็บป่วยทางจิต โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า ซึ่งจะนำไปสู่การฆ่าตัวตายในที่สุด
"เรามีทีมแพทย์ทั้งหมด 6 ทีม แต่ละทีมจะประกอบด้วย จิตแพทย์ 1 คน นักจิตวิทยา 1 คน นักสังคมสงเคราะห์ 1 คน พยาบาลจิตเวช 4 คน โดยแต่ละทีมจะผลัดเปลี่ยนกันลงพื้นที่ให้บริการประชาชนทีมละ 3 วัน การลงพื้นที่แต่ละครั้งจะต้องคัดกรองผู้ที่มีความเครียดระดับสูง และผู้มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย หลังจากมีการคัดกรองแล้วก็จะรู้เป้าหมายว่าคนไหนที่มีความเสี่ยง ก็จะประสานบุคลากรสาธารณสุขที่เป็นเครือข่าย ในการติดตาม เฝ้าระวัง และดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง"
นพ.ณัฐกร กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ที่มีภาวะความเครียดและกังวลไม่ควรอยู่กับปัญหา ควรหลีกเลี่ยงความคิดที่ว่าตัวเองประสบปัญหาเพียงคนเดียว ต้องมองความเป็นจริงว่ายังมีคนอื่นที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน บางรายสูญเสียสมาชิกอันเป็นที่รักก็ยังมีกำลังที่จะสู้ต่อ ดังนั้นชะตากรรมที่เกิดขึ้น ในเมื่อไม่สามาถเลี่ยงได้ก็ต้องเรียนรู้ที่จะผ่านไปให้ได้ การฆ่าตัวตายไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะสิ้นสุด” นพ.ณัฐกร ระบุ
นี่คือบทสรุปของภาพชีวิตส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ประสบภัย
ข้อมูลความเครียดของผู้ประสบอุทกภัยจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย
วันที่ 26 ต.ค. นายปทุม โพธิ์ขวัญ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/8 ซอย 3 บริเวณชุมชนบ้านรอ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อ่างทอง ฆ่าตัวตายเพราะเกิดความเครียด ภายหลังบ้านถูกน้ำท่วม
วันที่ 28 ต.ค. นายอัมพร ยะวังพล อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ 11 บ้านนาเพียงใหม่ ต.นาเพียง อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ฆ่าตัวตายเพราะเกิดความเครียดและคิดมากเรื่องหนี้สินจากการทำนา ที่มีปัญหาน้ำท่วม
ชยานนท์ ปราณีต



