
"สมเด็จพระเทพรัตนฯ" เอกอัคราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศิลปวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นมาเป็นเวลาช้านาน ศิลปวัฒนธรรมไทยนับเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ในอันที่จะหล่อหลอมชาวไทยในภูมิภาคต่างๆ ให้เกิดความสมานฉันท์เป็นอันหนึ่งอันเดียว
แต่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มรดกทางวัฒนธรรมในแขนงต่างๆ นับตั้งแต่โบราณวัตถุ โบราณสถาน วรรณกรรม ศิลปกรรม นาฏศิลป์ ดนตรี ตลอดจนวิธีการดำเนินชีวิต ค่านิยมและระบบประเพณีต่างๆ ในท้องถิ่นได้รับผลกระทบและถูกละเลยทอดทิ้ง ดังจะเห็นได้จากพระราชกรณียกิจใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงในงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ และทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านศิลปะในหลากหลายแขนง
ดัง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ศิลปินแห่งชาติได้เขียนในคำนำหนังสือ "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับการอนุรักษ์มรดกไทย" ตอนหนึ่งว่า “....หน้าที่ในการรักษาและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาตินี้ เป็นภาระอันหนัก หากขาดความกล้าหาญและการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดจะรับได้ นอกจากนั้นก็ยังต้องการความเสียสละในเกือบจะทุกทาง ต้องการเวลา ต้องการความอดทน และที่สำคัญที่สุดก็คือจะละเว้นการศึกษาเสียมิได้ ต้องอยู่ในสิกขาตลอดไป
ทั้งหมดเหล่านี้เป็นพระคุณลักษณะของทูลกระหม่อม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพราะฉะนั้นผู้ใดที่ได้ทราบและสำนึกในพระบารมีของทูลกระหม่อมแล้ว ความมั่นใจก็จะเกิดขึ้นว่าสมบัติของชาตินั้น คงจะไม่สูญไปโดยง่าย พร้อมกับความภูมิใจที่จะต้องเกิดขึ้นว่า ตัวเรานั้นก็เป็นคนไทย เป็นเจ้าของสมบัติอันล้ำค่าที่ทูลกระหม่อมทรงรักษาไว้นี้ด้วยอีกผู้หนึ่ง..."
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชูปถัมภ์อันหลากหลาย และประกอบพระราชกิจมากมายเพื่อช่วยอนุรักษ์ พัฒนาศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นสมบัติของชาติอย่างยั่งยืน ทั้งในเรื่องการช่างไทย ดนตรีไทย นาฏศิลป์ งานพิพิธภัณฑ์ โบราณสถานในภูมิภาคต่างๆ ตลอดจนเรื่องอาหารไทย และวิถีชีวิตไทยในด้านอื่นๆ เช่น ด้านสุขภาพอนามัย ด้านสังคมสงเคราะห์ช่วยเด็กพิการและด้อยโอกาส ฯลฯ โดยเฉพาะพระราชทานพระราชูปถัมภ์แก่เหล่าศิลปินน้อยใหญ่มากมาย
ทั้งศิลปินแห่งชาติ ศิลปินพื้นบ้าน ศิลปินเพลงลูกทุ่ง ฯลฯ เช่น เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธานในงานด้านวัฒนธรรม เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนศิลปินที่เจ็บป่วยหรือพระราชทานของเยี่ยม พระราชทานรางวัลแก่ศิลปิน เป็นต้น ซึ่งพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าวล้วนสร้างขวัญกำลังใจ และก่อให้เกิดการตื่นตัวในวงการศิลปวัฒนธรรมอย่างกว้างขวาง
ทรงเป็นปราชญ์ทางภาษาวรรณคดี ประวัติศาสตร์ โบราณคดีและพิพิธภัณฑวิทยา อีกทั้งพระราชทานปัญญาความรู้ในเรื่องเหล่านี้แก่วงวิชาการ ที่สำคัญยิ่งก็คือ ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการบริหารจัดการงานวัฒนธรรม ทั้งในด้านการอนุรักษ์ พัฒนา การปลูกฝังเผยแพร่ การถ่ายทอดสืบสาน และการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ อย่างเป็นระบบอีกด้วย
จากพระราชกรณียกิจมากมายในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงอนุรักษ์และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของไทย อย่างที่เห็นได้ชัดในเรื่องของการอนุรักษ์ดนตรีไทย ที่จะทรงร่วมเล่นดนตรีไทยด้วยทุกครั้ง โดยเฉพาะดนตรีไทยปี่พาทย์ซึ่งเป็นดนตรีไทยที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ซึ่งเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ทรงดนตรีร่วมกับวงสายใยจามจุรี รวมทั้งยังทรงระนาดเอกร่วมกับวงดนตรีพิเศษบ้านปลายเนินในเพลงโหมโรงด้วย
นอกจากดนตรีไทยที่จะทรงเล่นอย่างเสมอ ยังทรงศึกษาถึงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง บ่อยครั้งในพระราชกรณียกิจที่จะเสด็จพระราชดำเนินไปเยือนโบราณสถานในท้องถิ่นต่างๆ แม้กระทั่งทรงนำคณะนักศึกษาในพระองค์ไปทัศนศึกษายังสถานที่สำคัญๆ เหล่านี้ เพื่อให้ทุกคนเห็นคุณค่าและความสำคัญของมรดกไทยนั่นเอง
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นนี้ จึงได้มีการทูลเกล้าฯ ถวายพระสมัญญา เมื่อ พ.ศ. 2531 ว่า "เอกอัคราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย" ซึ่งมีความหมายว่าทรงมีพระอัจฉริยภาพและทรงพระปรีชาสามารถในศิลปะหลายสาขา ทรงมีคุณูปการต่อเหล่าศิลปินและศิลปวัฒนธรรมของชาติและ "วิศิษฏศิลปิน" เมื่อ พ.ศ. 2546 ซึ่งมีความหมายว่าทรงเป็นปราชญ์ที่มีความรอบรู้ในวัฒนธรรมด้านต่างๆ
พร้อมกันนี้รัฐบาลในสมัย ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ประกาศให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น "วันอนุรักษ์มรดกไทย" ทั้งนี้เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นราชสักการะแด่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงในงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติตลอดมา
เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพในวันที่ 2 เมษายน นี้ ข้าพเจ้าหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพร ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ทีมข่าวสตรี



