ข่าว

รัฐผวาสินค้าแพงเตรียมแผนรับมือนายกฯเรียกประชุม15พ.ย.-งัดกฎหมายเข้าคุม

รัฐผวาสินค้าแพงเตรียมแผนรับมือนายกฯเรียกประชุม15พ.ย.-งัดกฎหมายเข้าคุม

29 ต.ค. 2553

รัฐบาลเตรียมแผนรับมือปัญหาสินค้าราคาแพง-เงินเฟ้อพุ่งใน 3-6 เดือนข้างหน้า นายกฯ นั่งหัวโต๊ะเรียกประชุมคณะกรรมการปรับโครงสร้างราคา 15 พฤศจิกายนนี้ ชูกฎหมายแข่งขันทางการค้าและผู้มีอำนาจเหนือตลาดเข้าช่วย พร้อมจี้คณะกรรมการกำกับดูแลราคาสินค้าชุดต่างๆ ให้ทำงาน

 นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ นายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุมคณะกรรมการปรับโครงสร้างราคาสินค้าเป็นครั้งแรก เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ ราคาสินค้าที่จะปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า และส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชน หลังจากเศรษฐกิจไทยขยายตัวค่อนข้างรวดเร็ว โดยจะมีการกำหนดรายละเอียด วิธีการดำเนินงานทั้งหมด โดยในเบื้องต้นจะมีหัวหน้าทีมทำงานร่วมกับที่ปรึกษาต่างประเทศ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์คือ ต้องทำให้ราคาสินค้าไม่เพิ่มมากขึ้นไปกว่านี้อีก ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น

 ทั้งนี้ จะมีการนำเครื่องมือด้านกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 และประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดที่มีอยู่เข้ามาดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง และจะเข้าไปดูการทำงานของคณะกรรมการที่กำกับดูแลราคาสินค้าเกษตร เช่น คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ และคณะกรรมการอื่นๆ ที่มีอยู่อีกมากมาย แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลราคาสินค้าให้เหมาะสม รวมทั้งจะมีการปรับโครงสร้างในเรื่องราคาพลังงานด้วย

 “เราเชื่อว่าในอีก 3-6 เดือนทุกอย่างมันจะขยับทั้งโดยวัฏจักร และการเอาเปรียบของพ่อค้า อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น เราก็จะเข้าไปดักหน้าไว้ก่อน เราพยายามเข้าไปแก้ไขอย่างน้อยก็ให้มันตรึงอยู่กับที่ให้ได้ แต่ไม่ใช่การเรียกพ่อค้ามาขอร้องว่าอย่าขึ้นราคา โดยเราต้องมีเครื่องมือที่จะไปปราบโจร ซึ่งเราก็มีอยู่แล้ว คือ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าฯ” นายกอร์ปศักดิ์กล่าว

 ด้านนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายเพิ่มรายได้เกษตรกรและลดค่าครองชีพประชาชนที่มีรายได้น้อย ที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลผลิตเสียหาย คุณภาพผลผลิตต่ำ ต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น อันเป็นผลมาจากการเกิดภัยแล้งในช่วงกลางปีและต่อเนื่องจากภาวะน้ำท่วมเป็นวงกว้างในช่วงปลายปีนี้ ส่งผลให้ค่าครองชีพประชาชนผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ขณะที่ภัยแล้งและอุทกภัยทำให้รายได้ภาคเกษตรลดลง

 ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการนโยบายดังกล่าว 1 ชุด ประกอบด้วย อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธาน เพื่อศึกษาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 30 วัน ซึ่งคาดว่าผลการศึกษาจะเสร็จสิ้นและสามารถนำไปปฏิบัติได้ภายในปี 2553 นี้ พร้อมทั้งจะมีการทบทวนกฎกระทรวง ประกาศ และระเบียบที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ควบคู่ไปด้วย เพื่อเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น