ข่าว

กรมศิลป์ยันกันน้ำท่วมอยุธยามรดกโลกได้

กรมศิลป์ยันกันน้ำท่วมอยุธยามรดกโลกได้

28 ต.ค. 2553

กรมศิลปากรเผยยังป้องกันน้ำท่วมอยุธยามรดกโลกได้-รอน้ำลดเข้าไปบูรณะโบราณสถาน

เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2553  นางโสมสุดา ลียะวณิช  อธิบดีกรมศิลปากร    กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)  เปิดเผยว่า   ได้รับรายงานล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณวัดมเหยงค์ จ.พระนครศรีอยุธยาว่า น้ำได้ทะลักเข้าท่วมบริเวณฐานของเจดีย์ทั้งหมด รวมทั้งบริเวณวัดโดยรอบ อย่างไรก็ตาม วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นมรดกโลกและประสบปัญหาน้ำท่วมเช่นนี้ทุกปี   จึงต้องรอดูสถานการณ์ชั่วโมงต่อชั่วโมง

  "ขณะนี้ในบริเวณวัดไชยวัฒนารามยังป้องกันได้     รวมทั้งบริเวณมรดกโลกต่างๆยังสามารถดูแลป้องกันน้ำท่วมได้อย่างทั่วถึง     ส่วนบริเวณที่อยู่นอกบริเวณมรดกโลกไม่สามารถควบคุมได้ โดยในส่วนของวัดมเหยงค์นั้นนายเมธาดล   วิจักษ์ขณะ ผอ.สำนักงานศิลปากรที่ 3 อยุธยา  รายงานว่า ที่วัดมเหยงค์ขณะนี้น้ำท่วม 1.50 เมตร และท่วมแบบนี้มา 2-3 อาทิตย์ การคมนาคมใช้เรือเข้าไปในเพียงอย่างเดียวโดยในวันที่ 29ต.ค.ได้สั่งการให้นายเมธาดลถ่ายภาพและรายงานสถานการณ์น้ำท่วมวัดมเหยงค์เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป"นางโสมสุดา กล่าวและว่า       

 ขณะนี้บริเวณที่ต้องจับตาเป็นพิเศษก็คือ   บริเวณหมู่บ้านโปรตุเกสและป้อมเพชร    ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ภาพรวมค่อนข้างหนัก     ซึ่งวธ.ไม่สามารถป้องกันได้   แต่ก็พยายามป้องกันอย่างเต็มที่      จะต้องรอให้น้ำลด จึงจะเข้าไปตรวจสภาพฐานเจดีย์และบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานต่างๆ" นางโสมสุดา กล่าว

สาธารณสุขชี้ผู้ประสบอุทกภัยหลายวันเริ่มเครียด

นางวรรณภา เนียมอ่ำ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะเทโพ  อ.เมือง  จ.อุทัยธานี เปิดเผยว่า สภาวะน้ำท่วมนานหลายวันทำให้ ขณะนี้พบประชาชนจำนวนมากเริ่มมีภาวะเครียด สังเกตได้จาก มีความวิตกกังวล   ทางโรงพยาบาลฯจึงได้ออกดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดในระยะนี้  ด้วยการ ส่งทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวมทั้งพยาบาลจิตรเวช ลงไปแจกจ่ายยารักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำ พร้อมให้คำปรึกษา เยียวยา แก่ผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ป่วยทางจิต อย่างใกล้ชิด   

 สำหรับในรายที่มีความเครียด หรือมีปัญหาทางด้านสุขภาพจิต จะดูแลเป็นพิเศษด้วยทีมที่มีพยาบาลจิตเวช ร่วมด้วย โดยออกไปให้ความรู้ วิธีการผ่อนคลาย  พูดคุยสร้างความเข้าใจอันจะนำไปสู่ความสบายใจ พร้อมพูดคุยทำความเข้าใจ ว่า สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นอยู่ทั่วไปไม่เฉพาะแต่พื้นที่นี้เท่านั้น และจะมีสภาพเช่นนี้ไม่นานก็จะกลับสู่ปกติ

 สำหรับพื้นที่ตำบลเกาะเทโพ มี 6 หมู่บ้าน ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุกภัยครั้งนี้มีกว่า 650 ครอบครัว ครอบคลุมทั้งตำบล โดยเริ่มรับผลกระทบจากอุทกภัยมาตั้งแต่ วันที่ 22  ต.ค.  ที่ผ่านมา จนปัจจุบันสถานการณ์โดยทั่วไปยังไม่ดีขึ้นระดับยังคงท่วมสูง 2-3 เมตร เนื่องจากเป็นพื้นที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยาพื้นที่ถูกขนาบด้วยแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำสะแกกรัง ทั้งสองด้าน

ปภ.บุรีรัมย์ประกาศภัยพิบัติน้ำท่วม20อำเภอ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.53 สถานการณ์น้ำเหนือที่ไหลจากจ.นครราชสีมา ลงสู่ลำน้ำมูล ประกอบกับน้ำที่ท่วมในเขตพื้นที่ อ.พุทไธสง  และ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์   ที่ไหลรวมลงลำน้ำมูลที่อ.สตึก  ล่าสุดได้ล้นตะลิ่งไหลเข้าท่วมไร่นา  บ้านเรือนราษฎรที่ อ.สตึก และ อ.แคนดงอย่างต่อเนื่อง  โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นอีกกว่า 30 เซนติเมตร  จาก 2 วันที่ผ่านมา ระดับน้ำได้สูงกว่า 1 เมตร  

  ขณะนี้ไร่นาใน อ.สตึก ได้ถูกน้ำท่วมไปแล้วร่วม 30,000 ไร่ บ้านเรือนราษฎรใน 4 ตำบล ถูกน้ำท่วมขัง 8 หมู่บ้านกว่า 90 หลังคาเรือน โรงเรียน 1 แห่ง วัด 1 แห่ง  ส่วนอำเภอแคนดงน้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมไร่นาแล้วกว่า 20,000 ไร่ และบ้านเรือนราษฎรใน 4 ตำบล ถูกน้ำท่วมขังแล้ว 7 หมู่บ้าน กว่า 80 หลังคาเรือน โรงเรียน 1 แห่ง วัด  1 แห่ง 

 ขณะที่ทางอำเภอ พร้อมด้วยกำลังทหาร จากจังหวัดทหารบก ร.23 พัน 4 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 52 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ระดมช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของ และนำกระสอบทรายไปวางปิดกั้นตามจุดต่างๆ  ไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมอาคารเรียน  บ้านพักครู  และบ้านเรือนราษฎร  ขณะที่ระดับน้ำยังหนุนสูงอย่างต่อเนื่อง

นายพรเชษฐ์ แสงทอง  ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.บุรีรัมย์  ระบุว่า  สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัด  ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง  ขณะที่ล่าสุดทางจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยแล้ว 20 อำเภอ จากที่ทั้งจังหวัดมีทั้งหมด 23 อำเภอ ส่วนที่เหลืออีก 3 อำเภอ ที่ไม่ได้ถูกประกาศให้เป็นเขตประสบภัยพิบัติ  คือ อ.เมือง  นาโพธิ์  และ อ.ห้วยราช 
 
 ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม 130 ตำบล 1,328 หมู่บ้าน  ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 44,097  ครัวเรือน  คิดเป็นจำนวนประชากร 202,575  คน   พื้นที่การเกษตรซึ่งส่วนใหญ่เป็นนาข้าวที่กำลังออกรวงถูกน้ำท่วมกว่า 240,500 ไร่   ถนนเสียหาย 241 สาย  วัด 11 แห่ง  โรงเรียน 7 โรง   บ่อปลา  98 บ่อ และสะพาน 2 แห่ง    ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจความเสียหาย   เพื่อเสนอทางจังหวัดพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการต่อไป