
ร่วมด้วยช่วยแปลงความทุกข์เป็นความสุข
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้แถลงเตือนให้เฝ้าระวังโรคมากับน้ำท่วม 6 โรค ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง ไข้หวัด ไข้เลือดออก ฉี่หนู โรคหัด และภาวะทางอารมณ์เครียด ขณะที่อธิบดีกรมสุขภาพจิตให้ความเห็นเสริมว่ามีผู้มีปัญหาสุขภาพจิตที่ต้องติดต
นับเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลให้ความสนใจกับปัญหาสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยน้ำท่วมรวมทั้งหามาตรการเยียวยา โดยในชั้นต้น กรมสุขภาพจิตได้ส่งเจ้าหน้าที่หรือมอบหมายให้โรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลจังหวัด เข้าไปเยี่ยมดูแลกลุ่มที่มีความเครียดสูง และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายอย่างใกล้ชิดสัปดาห์ละ 1 วัน ติดต่อกันอย่างน้อย 1 เดือนจนกว่าอาการจะทุเลาลงหรือจนกว่าจะพ้นความเสี่ยง
อย่างไรก็ดี การดูแลเช่นนี้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ที่อาจได้ผลไม่มากนักหากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่ทุเลาลง หรือไม่มีการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ เราเชื่อว่านอกเหนือจากรัฐแล้ว สื่อมวลชนและชุมชนต่างๆ ล้วนแต่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการช่วยเยียวยาทางอ้อมไม่ให้ผู้ป่วยเป็นโรคเครียดมีอาการทรุดลง
ในส่วนของสื่อนั้น ควรพยายามนำเสนอข่าวในรูปแบบใหม่แทนที่จะตอกย้ำแต่ข่าวร้าย โดยเฉพาะข่าวความเสียหายจากน้ำท่วม สื่อควรจะนำเสนอข่าวสร้างสรรค์ อาทิ ความร่วมมือในการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม หรือความร่วมมือของชุมชนที่เคยเกิดโศกนาฏกรรมมาก่อน เช่นชุมชนบ้านน้ำก้อ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเคยเกิดเหตุดินโคลนถล่มพัดพาบ้านเรือนจมหายไปกับทะเลโคลนเมื่อ 9 ปีที่แล้ว แต่ทุกวันนี้ชาวน้ำก้อต่างมีอนาคตสดใสหลังจากได้สร้างอ่างดินป้องกันเหตุอุทกภัย รวมทั้งฟื้นฟูสภาพไร่นาจนเหลืองอร่ามไปด้วยรวงข้าวนานาพันธุ์
ขณะเดียวกัน ชุมชนต่างๆ นอกจากจะช่วยกันเฝ้าระวังและช่วยเหลือกันและกันในยามที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่แล้ว ก็ควรเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วมให้คลายความเครียดลง ด้วยการแปลงวิกฤติเป็นโอกาส หรือแปลงความทุกข์ให้เป็นความสุข ร่วมกันจัดกิจกรรมเล็กๆ เพื่อความสุขเล็กๆ อย่างเช่นการหาปลา แข่งเรือหรือแปลงที่หลบภัยเป็นที่ปิกนิก
ทั้งหมดนี้ เป็นมาตรการระยะสั้นที่จะช่วยไม่ให้เหยื่อน้ำท่วมย้ำคิดแต่ความทุกข์ระทมจากน้ำท่วมจนเครียดจัดในเมื่อได้เห็นเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันอีกจำนวนมากยังหัวเราะอยู่ได้ และหลังจากน้ำลดแล้ว ทั้งรัฐและชุมชนไม่ควรทอดทิ้งคนกลุ่มนี้ให้อยู่ตามลำพัง แต่จะต้องช่วยกันเยียวยาจิตใจกันต่อไป



