
ท่วมอุทยานโกสัมพีลิงพันตัวขาดอาหาร
น้ำท่วมอุทยานโกสัมพีมหาสารคาม นักท่องเที่ยวลด ลิงแสมกว่าพันตัวขาดอาหารต้องออกมาหาอาหารและหนีน้ำขึ้นมาอยู่บนถนน เสี่ยงต่อรถชน ศชอ. เตือน กทม.และปริมณฑล ระวังน้ำขึ้นสูง 8 พ.ย. ส่วน อยุธยา- ปทุมธานี- นนท์ ยังได้รับผลกระทบจากน้ำต่อเนื่อง ยัน เร่
วันที่ 28 ตุลาคม 53 ที่วนอุทยานโกสัมพี อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม จากปริมาณน้ำในแม่น้ำชีที่เพิ่มสูงขึ้น และได้ไหลเข้าท่วมวนอุทยานโกสัมพี ฝูงลิงแสมได้หนีน้ำไปอาศัยอยู่บริเวณริมถนน เสี่ยงต่อการถูกรถชน และไม่มีแหล่งอาหารตามธรรมชาติ
ขณะนี้ปริมาณน้ำจากแม่น้ำชีได้ไหลบ่าเข้าท่วมวนอุทยานโกสัมพี ซึ้งมีพื้นที่จำนวน 125 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยของลิงแสมกว่า 1,000 ตัว ซึ่งขณะนี้สามารถเข้ามาภายในวนอุทยานได้เพียง 50 เมตร ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยว และฝูงลิงแสมนับพันตัว กำลังอดอยาก จึงได้พากันอพยพมาอาศัยบนถนนด้านหน้าและด้านข้างของวนอุทยาน ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกรถชนเป็นอย่างมาก บางตัวต้องอาศัยอยู่บนต้นไม้ และอาคารบ้านเรือนในละแวกนั้น
“ศชอ.”เตือนกทม.และปริมณฑลระวังน้ำขึ้นสูง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับน้ำท่วม ยังพบว่ามีจังหวัด ที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัด 1,089,615 ครัวเรือน ประชากร 3.2 ล้านคน ได้รับความเดือดร้อน จังหวัดที่ยังมีความรุนแรง มี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี
ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบเพราะมีปริมาณน้ำทะเลหนุน
ผอ.ศชอ. กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคอีสานขณะนี้ปริมาณจากแม่น้ำมูลไหลไปอยู่ที่อ.สตึก จ.บุรีรัมย์และคาดว่าจะถึงจ.อุบลราชธานี ในวันอังคารที่ 2 พ.ย. ด้วยปริมาณน้ำด้วยความเร็ว 3,200 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทางกรมชลประทาน,กรมทรัพยากรน้ำ และสำนักงานศูนย์อวกาศฯของกระทรวงวิทย์ศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินการบริหารจัดการน้ำและประสานกับทางป้องกัน ภัยจังหวัดและผวจ.ด้วย โดยได้มีโอกาสพูดคุยกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯ พบว่าตอนนี้ได้เตรียมความพร้อมในการที่จะลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด ส่วนปริมาณน้ำที่มาจากลุ่มน้ำชีนั้นยังไปไม่ถึง ข้อกังวลที่กล่าวว่าน้ำมาจากลำน้ำมูลและลำน้ำชี จะมาถึงพร้อมกันสามารถบริหารจัดการได้ว่าจะมาไม่ตรงกันในเวลาเดียวกัน โดยน้ำจากลุ่มน้ำมูล ถึงอุบลฯในวันที่ 2 พ.ย. ส่วนน้ำจากลุ่มน้ำชีจะไปถึงวันที่ 9 พ.ย.
นายอภิรักษ์ กล่าวต่อว่า การประกาศแจ้งเตือนในเรื่องการพยากรณ์สภาพน้ำใ นพื้นที่ภาคกลางจะมีปริมาณน้ำไหลมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนสูงผ่านไปแล้ว แต่ปริมาณน้ำ ทะเลที่หนุนอาจจะลดระดับลงมาบ้าง หลังจากวันจันทร์ที่ 1 พ.ย.จะเพิ่มปริมาณที่สูงและจะไปสูงอีกครั้ง ในวันที่ 8 พ.ย.ในพื้นที่กทม.และปริมณฑลจะต้องมีการเฝ้าระวัง และนอกจากนี้ยังมีพื้นที่เสี่ยงที่เกิดจากการมีฝนตกชุกคือ จ.พิษณุโลกและจ.พิจิตร รวมทั้งต้องเตรียมตัวในเรื่องรับภัยหนาว ส่วนพื้นที่ภาคใต้ให้ระวังเรื่องน้ำท่วมฉับพลัน
ผอ.ศชอ. กล่าวว่า วันที่ 29 พ.ย.นี้ ตนและนายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการ กำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ภัยจังหวัดลพบุรี ที่ตำบลท่าแค และตำบลพุคา จังหวัดลพบุรี เพื่อมอบเงินให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต จำนวน 15 ราย พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 700 ถุง ส่วนหัวหน้าครอบครัวใดหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิตจะได้รับการชดเชยรายละ 1 แสนบาท
นายอภิรักษ์ กล่าวต่อว่า ในการประชุมคณะกรรมการ คชอ.ในวันที่ 29 ต.ค. มีจะมีการหารือเรื่องการทำงานเชื่องโยงกันระหว่างหน่วยงานในท้องถิ่น โดยในวันนี้มีการเชิญเจ้าหน้าที่จาก นายกสมาคมต่างๆ , เลขาสมาคม นายกฯอบต. , นายกฯ อบจ. ,สันนิบาตเทศบาล มาหารือ เพื่อเข้าทำงานพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ได้มีการพบกับประธานสภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและ สมาคมธนาคารไทย ในการระดมความช่วยเหลือและทำงานร่วมกัน โดยสภาหอการค้าและสภาอุตฯได้มีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบตามกลุ่มจังหวัด 18 กลุ่มแบ่งกันรับผิดชอบ โดยไปทำงานร่วมกับทางผวจ.จังหวัดนั้นๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับการแถลงความคืบหน้าถึงสถานการณ์น้ำในวันนี้(28ต.ค.) มีเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯมาอธิบายการบริการจัดการน้ำ และเส้นทางการไหลของน้ำที่จะไหลไปยัง จ.อุบลราชธานีด้วย



