ข่าว

ฟุตซอลโลกวุ่น
สนามวืดเข้าครม.
"ป๋อม"หวั่น14เดือน
เสร็จไม่ทันพิธีเปิด

ฟุตซอลโลกวุ่น สนามวืดเข้าครม. "ป๋อม"หวั่น14เดือน เสร็จไม่ทันพิธีเปิด

28 ต.ค. 2553

ฟุตซอลโลกที่เมืองไทยวุ่นแล้ว ชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ยกเหตุผลมีความขัดแย้งเรื่องเลือกพื้นที่ก่อสร้างสนามรองรับพิธีเปิด-ปิด เกรงใช้ไม่คุ้มค่า กลัวโดนทุบทำศูนย์การค้า ตัดสินใจไม่ชงเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.แล้ว “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริว

 ภายหลังจากประเทศไทยได้รับเกียรติจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ให้เป็นเจ้าภาพจัดศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 7 รอบสุดท้าย ในปี 2555 แต่การเลือกสถานที่ก่อสร้างยิมเนเซียมเพื่อรองรับพิธีเปิด-ปิด ที่ต้องมีความจุ 12,000-15,000 ที่นั่ง ซึ่งกรุงเทพมหานคร ได้เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีตัดสินใจให้ความเห็นชอบอนุมัติงบประมาณก่อสร้างราว 1,500 ล้านบาท ระหว่างพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย มักกะสัน และสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอกนั้น
 อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเรื่องเสนอเลือกพื้นที่ก่อสร้าง ไม่ได้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า มีความขัดแย้งกันค่อนข้างสูง ต่างฝ่ายต่างต้องการใช้พื้นที่ของตัวเองในการก่อสร้างสนามดังกล่าว ทำให้ตัดสินใจว่าจะไม่นำเรื่องดังกล่าวเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา


 “ในความคิดเห็นส่วนตัว มองว่าการลงทุนไม่น่าจะคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างที่มักกะสัน หรือหนองจอก เพราะมีแนวโน้มที่จะสร้างเพื่อให้แข่งขันเพียงรายการเดียว หลังจากนั้นอาจเป็นเหมือนศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ที่ใช้ได้ไม่คุ้มค่า และนำไปใช้ในเรื่องอื่นที่ไม่ใช่กีฬา”
 นายชุมพล กล่าวต่อไปว่า เท่าที่ได้รับข้อมูล ที่ดินของการรถไฟที่มักกะสัน มีแผนปรับเป็นสถานที่ก่อสร้างศูนย์การค้า ส่วนที่หนองจอก นอกเหนือจากเป็นพื้นที่เกษตรกรรมแล้ว หากไปก่อสร้างสนามแข่งขันจะถือว่าไกลมาก ต้องใช้ระยะเวลาเดินทางจากที่พักเกิน 30 นาที ซึ่งไม่ตรงกับระเบียบของฟีฟ่าอยู่แล้ว
 “ถึงตรงนี้จะให้กรุงเทพมหานคร ไปประสานกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อตัดสินใจว่าเลือกที่ใด แต่หากหาสถานที่ไม่ได้จริงๆ ระยะเวลาที่เหลือเพียง 14 เดือน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมจะรับมาดำเนินการ ซึ่งยืนยันว่าการก่อสร้างสนามกีฬาแห่งนี้ ภาครัฐควรจะเข้ามาดูแล และกำกับเองเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และให้คุ้มค่างบประมาณที่ลงทุนไป”


 ด้าน “บิ๊กป๋อม” อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลแห่งชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างไปรายงานความคืบหน้าการเป็นเจ้าภาพหนนี้ให้แก่ฟีฟ่า ที่ซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวก่อนขึ้นเครื่องกลับประเทศไทยว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดอะไรมาก เพราะหลังจากกรุงเทพมหานครแถลงข่าวไปแล้ว เราได้แต่รอฟังข่าวเท่านั้น ถึงตรงนี้ถ้าเป็นไปอย่างที่รัฐมนตรีชุมพลว่า คงถือเป็นเรื่องน่าห่วง เพราะเหลือเวลาไม่มากแล้ว และหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายสามารถหาสถานที่ก่อสร้างได้โดยเร็ว
 “ในความคิดส่วนตัว อยากให้รัฐบาลตัดสินใจเลือกที่ซึ่งอยู่ใจกลางเมือง สามารถเดินทางไปมาสะดวก เพราะเชื่อว่าหลังการเป็นเจ้าภาพหนนี้แล้ว เราจะได้สนามกีฬาที่มีมาตรฐาน และเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของวงการฟุตซอล รวมไปถึงยังสามารถเป็นยิมเนเซียมที่รองรับการเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับนานาชาติในประเภทอื่นๆ ได้ด้วย”