
ถาวรสั่ง14จว.ใต้รับมือน้ำท่วมฉับพลัน
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก คาดการณ์ฝนระลอกแรกตกหนักถึงหนักมาก 29-31 ต.ค.53 นี้ ประชาชนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนภูเขาถล่ม ควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมรับมือ พร้อมเตือนเรือเล็ก ควรงดออกจากฝั่งเด็ดขาด หลังลมมรสุมกำลัง
(28ต.ค.) นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก เปิดเผยว่า จากการพยากรณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 27- 31 ต.ค.53 นี้ คาดการณ์ว่าปีนี้ปริมาณฝนทางภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีฝนตกหนักมาก เนื่องจากเป็นผลพวงจากปรากฎการณ์ลานินญ่า โดยปริมาณฝนจะตกหนักมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน และจะตกพร้อมๆกันในหลายพื้นที่ของภาคใต้ชายฝั่งตะวันออก
อย่างไรก็ตามในช่วงวันที่ 27-31 ต.ค.53 นี้ ที่ได้ประกาศเตือนภัยออกไป เนื่องจากฝนที่ตกห้วงที่ผ่านมานี้ เป็นฝนระลอกแรกที่เข้าภาคใต้ แต่จะตกหนักเป็นบางพื้นที่ ซึ่งก็อาจจะทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันได้เช่นกัน โดยช่วง 1-3 วันนี้ คือ วันที่ 29 -31 ต.ค.53 ให้ประชาชนทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากในช่วงดังกล่าวจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด รวมถึงประชาชนที่อยู่อาศัยที่ลาดเชิงภูเขา ก็ให้เฝ้าระวังเรื่องดินโคลนภูเขาที่อาจจะถล่มลงมาได้ เหตุเพราะดินภูเขาดูดซับน้ำฝนมากเกินไป
ส่วนกรณีข้อซักถามที่ว่า สถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้จนอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและมีความรุนแรง น้ำท่วมหนักเหมือนในพื้นที่ภาคอื่นที่เกิดขึ้นในขณะนี้หรือไม่ หรือภาคใต้อาจจะประสบภัยน้ำท่วมหนักกว่าพื้นที่ภาคอื่น เรื่องนี้นายวันชัย ระบุว่า สถานการณ์อาจจะหนักหนาสาหัสกันคนละลักษณะกัน เพราะพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสานที่ประสบภัยน้ำท่วมในขณะนี้ ส่วนใหญ่พื้นที่ภูมิประเทศจะแตกต่างกันกับทางภาคใต้ พื้นที่เหล่านั้นมักจะประสบน้ำท่วมขังนานหลายวัน
แต่สภาพภูมิประเทศของทางภาคใต้นั้น ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่ติดทะเลอ่าวไทย และทะเลสาบสงขลา โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลา จะเป็นพื้นที่ปลายทางในการรับการระบายน้ำที่ท่วมขังลงสู่ทะเล ส่งผลให้น้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคใต้ที่ติดทะเลสาบสงขลา จะประสบภาวะน้ำท่วมขังไม่นาน การระบายน้ำลงสู่ทะเลได้รวดเร็วกว่าภาคอื่น แต่ที่ควรระวังและมีความเป็นห่วงมากที่สุดคือ เรื่องของน้ำป่าไหลหลากที่จะไหลลงจากภูเขาแรงมาก รวมถึงประชาชนที่อยู่อาศัยเชิงเขา ที่อาจจะเกิดดินโคลนภูเขาถล่มได้ ตรงจุดนี้ต้องเฝ้าระวังอย่างมาก
นายวันชัย กล่าวด้วยว่า อยากฝากเตือนไปยังบรรดาชาวประมงให้งดนำเรือออกจากฝั่งได้แล้ว เนื่องจากขณะนี้ลมมรสุมกำลังแรงพัดปกคลุม คลื่นสูง 2-3 เมตร อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะเรือประมงเล็ก ขอให้งดออกจากฝั่งเด็ดขาดในช่วงนี้ รอจนกว่าสถานการณ์สภาพอากาศดีขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ที่สำคัญให้เฝ้าติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความสูญเสียต่างๆ
"ถาวร"สั่ง14จว.ใต้พร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน
นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวถึงมาตรการป้องกันน้ำท่วมในภาคใต้ ว่า ตนได้รับมอบหมายให้ดูแลสถานการณ์ใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยที่ผ่านมาได้ร่วมประชุมกับผู้ว่าฯไปแล้ว 2 ครั้ง พร้อมทั้งทำหนังสือเวียนสั่งการให้จังหวัดเตรียมความพร้อมใน 3 ระดับ คือ 1 .ก่อนเกิดเหตุ ในเรื่องการอพยพประชาชน และการเตรียมเครื่องมือต่างๆ 2. ช่วงเกิดเหตุ ให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง เตรียมเรือท้องแบน ยารักษาโรคเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที และ 3. ช่วงหลังเกิดเหตุ ให้หน้าที่เร่งสำรวจความเสียหายของสถานที่ และความต้องการของประชาชน เพื่อสรุปทำรายงานของบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ
นายถาวร กล่าวต่อว่า ในส่วนขอเงินทดรองจ่ายของจังหวัดในวงเงิน 50 ล้านบาทนั้น หากจังหวัดไหนมีงบประมาณไม่เพียงพอให้สามารถขอเพิ่มมายังภาครัฐได้ และหากยังไม่พออีกให้ขอมาที่ตน เพื่อจะได้ไปสำรวจเพื่อขออนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี เพื่อสามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที โดยให้ใช้ประสบการณ์จากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานเป็นตัวอย่าง ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นอีก ทั้งนี้ ในจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมได้แก่ ชุมพร สงขลา พัทลุง ยะลา และนราธิวาส โดยหากพบว่ามีฝนตกหนักติดต่อกันหลาย วัน ต้องมีการอพยพประชาชนทันที ไม่ว่าประชาชนจะเชื่อหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก
ปภ.ระนองประกาศให้ประชาชนพื้นที่เสี่ยงภัยสำรองอาหาร
นายชาสันต์ คงเรือง หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากการแจ้งเตือนของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ที่แจ้งเตือนว่าตั้งแต่วันที่ 27-31 ต.ค 2553 ลมในอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกทางตอนบน มีผลให้เกิดคลื่นลมแรงในบริเวณดังกล่าว อีกทั้งจะทำให้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ดังกล่าวเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ในบริเวณที่ราบลุ่มและบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย
ดังนั้นจึงขอให้ประชาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมการป้องกันและระมัดระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติดังกล่าว โดยให้ประชาชนเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุการณ์ สำรองอาหาร (น้ำดื่ม) ยารักษาโรค และอุปกรณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งระมัดระวังป้องกันมิให้เด็กลงเล่นน้ำในช่วงมีสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น
ในส่วนของจังหวัดระนอง ได้มีการสั่งการให้ท้องถิ่นทุกแห่งเฝ้าระวังเพื่อป้องกันเหตุน้ำท่วมและดินสไลด์แล้วเนื่องจากระนองมีจุดเสี่ยงภัยในหลายพื้นที่ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้ประกาศให้ประชาชนสำรองอาหารเพื่อเตรียมความพร้อมรับกับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะรองรับเผชิญเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยให้มีการสำรองอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค และอุปกรณ์ฉุกเฉิน
แม้ว่าปรากฏการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก จะยังไม่เกิดในขณะนี้แต่การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัยระดับจังหวัด อำเภอ และ อปท. ถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่สำคัญยิ่ง โดยเริ่มจากการสำรวจ ตรวจสอบ ความพร้อมของเครื่องมือ เครื่องใช้ให้สามารถใช้การได้และกำหนดจำนวนเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติการตลอด 24 ชม.พร้อมวิธีการติดต่อสื่อสาร ,เตรียมจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ,เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.
สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยที่เกี่ยวกับดินโคลนถล่ม สภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในเขตพื้นที่จังหวัดระนอง ใน 5 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.กระบุรี อ.ละอุ่น อ.กะเปอร์ และ อ.สุขสำราญ รวม 28 ตำบล 84 หมู่บ้าน



