
สภาฯจัดสภารวมใจช่วยภัยน้ำท่วม
ชวน นำทีมรมต.-ส.ส.ปชป.ปล่อยคาราวานรถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้านสาทิตย์มอบเงินช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมรายละ 5 หมื่นที่ลพบุรีพรุ่งนี้ กทม.อนุมัติงบ 2.5 ล้านจัดถุงยังชีพลงชุมชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม เตรียมประสานรร.อาชีว
(28ต.ค.) นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดโครงการ “ สภารวมใจช่วยภัยน้ำท่วม ” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยให้ผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคเงินและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นได้ที่ห้องโถง ชั้นล่าง อาคารรัฐสภา 1 หรือโอนเงินผ่านบัญชี “ สภารวมใจ ช่วยน้ำท่วม ” (บัญชีออมทรัพย์) ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยรัฐสภา หมายเลขบัญชี 089-0-07720-7 (ไม่เสียค่าธรรมเนียมการโอน) ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ หมายเลข 02-2441863-5 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ชวนนำทีมรมต.-ส.ส.ปชป.ปล่อยรถช่วยน้ำท่วม
เมื่อเวลา 13.45 น. ที่หน้ารัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยรัฐมนตรีและส.ส.ของพรรคอาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอิสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และส.ส.ของพรรคประมาณ 20 คนร่วมกันปล่อยขบวนคาราวานรถบรรทุกสิ่งของที่บรรดาส.ส.และรัฐมนตรีของพรรรคประชาธิปัตย์ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อซื้อสิ่งของเครื่องใช้ทั้งอุปโภคและบริโภคเพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและอีสาน โดยนายชวน กล่าวว่า วันนี้พรรคได้นำสิ่งของที่ส.ส.ได้บริจาคอาทิ เสื้อ กางเกง มุ้ง ข้าวสารอาหารเห้ง น้ำดื่ม เทียนไข และไฟฉาย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัดขณะนี้ ซึ่งหวังว่าสิ่งของบริจาคเหล่านี้จะสามารถช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องที่ประสบกับอุทกภัยได้บ้าง นอกเหนือจากหน่วยงานราชการที่ได้เข้าไปช่วยเหลือบ้างแล้ว
ผู้สื่อข่าวรรายงานว่า สำหรับสิ่งของที่นำไปช่วยเหลือในครั้งนี้ส่วนใหญ่จะเน้นที่เครื่องใช้ของผู้หญิงเป็นหลัก เช่น ชุดชั้นใน ผ้าอนามัย ยารักษาโรค อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน ถุงยังชีพ และผ้าอ้อมเด็กเป็นต้น ทั้งนี้สำหรับการรวบรวมเงินเพื่อช่วยกันซื้อสิ่งของเพื่อนำไปบริจาคในครั้งนี้สามารถรวบรวมได้ทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้านกว่าบาท โดยใช้รถปิกอัพและรถบรรทุกในการขนย้ายประมาณ 10 คันรถ
ด้านนายสาทิตย์ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้( 29 ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาลจะมีการประชุมคณะกรรมการคชอ.ในเวลา 09.00 น. โดยคาดว่าจะประชุมกันแล้วเสร็จในเวลา 11.00 น. จากนั้นตนจะลงพื้นที่จ.ลพบุรีเพื่อนำเงินของกองทุนคชอ.ไปมอบให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยครั้งนี้รายละ 5 หมื่นบาทด้วย
กทม.อนุมัติงบ2.5ล้านจัดถุงยังชีพลงชุมชน
เมื่อเวลา 10.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมตามแนวพระราชดำริ พื้นที่กรุงเทพฯ ตะวันออก ที่ประตูระบายน้ำแสนแสบ ตอนถนนประชาร่วมใจ เขตมีนบุรี และประตูระบายน้ำคลองสิบสาม เขตหนองจอก
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า สภาพพื้นที่ฝั่งตะวันออกของ กทม.เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ตนได้สั่งการให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นแก้มลิงตามธรรมชาติ แต่เนื่องจากมีการสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขึ้นจึงทำให้พื้นที่แก้มลิงธรรมชาติหายไป ขณะนี้ปริมาณน้ำเหนือยังคงมีปริมาณมากอยู่จึงยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเพื่อความไม่ประมาทตนได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำร่วมกับกรมชลประทานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สำหรับประตูระบายน้ำคลองสิบสามเป็นช่องทางการระบายน้ำเหนือลงสู่อ่าวไทย ยังอยู่ในภาวะปกติ ทั้งระดับน้ำด้านนอกและด้านในประตูระบายน้ำ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่าในพื้นที่เขตหนองจอกมีบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมประมาณ 40 หลังคาเรือน ซึ่งในจำนวนนี้มีประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม 10 ราย กทม.ก็จะมีการบรรเทาเยียวยาต่อไป ส่วนโรงเรียนในพื้นที่มีปัญหาจำนวน 4 แห่ง จากทั้งสิ้น 37 แห่ง แต่ก็ไม่ได้เลื่อนวันเปิดเทอมออกไป
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมผ่านพ้นไป จะให้สำนักงานเขตเข้าไปสำรวจความเสียหายเพื่อการเยียวยาผู้ประสบภัย โดยล่าสุด ตนได้สั่งการปลัด กทม.อนุมัติงบฉุกเฉิน จำนวน 2.5 ล้านบาท เพื่อนำไปจัดหาถุงยังชีพแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ขณะที่การจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ประสบภัย ขณะนี้อยู่ในช่วงการวางแผน และจัดเตรียมงบประมาณ ทั้งทางด้านกายภาพ โดยให้สำนักการโยธาดูแลด้านการซ่อมแซม สำนักการแพทย์ และสำนักอนามัย ก็จะดูแลเรื่องสภาพจิตใจ และสุขภาพ ซึ่งต้องรอให้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้ ก็ยังประสานไปยังโรงเรียนอาชีวะศึกษา เพื่อช่วยซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าของประชาชนที่ชำรุดจากเหตุน้ำท่วม ทั้งนี้ความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมใน กทม.ถือว่าไม่มากนักหากเทียบกับต่างจังหวัด
"สปสช."ขอมติบอร์ดจัดงบช่วยในกรณีฉุกเฉินน้ำท่วม
นายแพทย์วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) พร้อมด้วย นายแพทย์วีระวัฒน์ พันธ์ครุฑ รองเลขาธิการสปสช. และ นพ.สมสินธ์ ฉายวิจิตร ผอ.สปสช.เขต 4 สระบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมรพ.บ้านหมอ และสถานีอนามัยบ้านครัว ซึ่งเป็นพื้นที่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสระบุรีที่ได้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ด้วย โดยมีนพ.ธนะวัฒน์ วงศ์ผัน ผอ.รพ.บ้านหมอ จ.สระบุรี สรุปสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น
นพ.วินัย กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น สปสช.เตรียมเสนอวาระเร่งด่วนให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอนุมัติงบภัยพิบัติในเหตุการณ์ฉุกเฉินให้หน่วยบริการที่ประสบอุทกภัย ขณะเดียวกัน สปสช.ได้จัดทำแนวทางให้บริการแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยและสนับสนุนงบประมาณโดยแจ้งถึงผู้บริหารหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เนื่องจากพบว่า สถานการณ์ในพื้นที่หลายจังหวัด หลายอำเภอ ส่งผลให้ประชาชนและหน่วยบริการได้รับความเสียหาย และในบางพื้นที่ต้องเผชิญปัญหาจากเหตุการณ์อย่างรุนแรง และมีระยะเวลานาน
นพ.วินัย กล่าววว่า สำหรับประชาชนผู้ประสบอุทกภัย สามารถรับบริการด้านสาธารณสุข จากหน่วยบริการใดก็ได้ที่อยู่ใกล้ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยไม่ต้องไปรับบริการที่หน่วยบริการประจำก่อนและหน่วยบริการก็จะไม่เรียกเก็บค่าบริการจากประชาชน ขณะเดียวกันทางด้านหน่วยบริการที่ให้บริการประชาชนที่ประสบอุทกภัยแล้ว และสามารถเรียกเก็บค่าบริการตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายกรณีอุบัติและเจ็บป่วยฉุกเฉินได้ จาก สปสช.
เลขาธิการสปสช. กล่าวว่า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ประสบเหตุน้ำท่วมในพื้นที่ ขณะที่รพ.ที่รับรักษาประชาชนนั้น ให้ดำเนินการตามกระบวนการเบิกจ่ายมาที่ สปสช.ตามปกติ ซึ่งหน่วยบริการทุกแห่งจะได้รับการเบิกจ่ายตามอัตราที่กำหนด โดยสปสช.ได้จัดเตรียมงบประมาณในส่วนนี้ไว้แล้ว และจะเร่งรัดการดำเนินการตามกระบวนการเบิกจ่ายนี้ให้รวดเร็วขึ้นเพื่อให้รพ.ได้รับเงินเร็วขึ้น เพื่อที่จะช่วยให้รพ.มีสภาพคล่องในภาวะวิกฤติที่ดีขึ้น ขณะที่รพ.ที่นอกสังกัดในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เช่น รพ.เอกชน แต่มีประชาชนที่ประสบอุทกภัยและเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถเข้าไปใช้บริการด้วยสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ก็ขอให้ดำเนินการรักษาตามกระบวนการ และส่งเรื่องเบิกจ่ายมาที่สปสช.ได้ซึ่งสปสช.ยืนยันและให้ความมั่นใจว่าทุกรพ.จะได้รับเงินชดเชยการรักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉินอย่างแน่นอน
นพ.วินัยกล่าวว่า สำหรับพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมนั้น ได้สั่งการไปยังสปสช.เขต 4 สระบุรี และเขต 9 นครราชสีมา ซึ่งได้ร่วมกับรพ.ต่างๆ ตั้งจุดประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตพื้นที่ และประสานรพ.ทั้งในและนอกสังกัดเตรียมพร้อมรับผู้ป่วยระบบหลักประกันสุขภาพในภาวะน้ำท่วมโดยเฉพาะที่ จ.นครราชสีมา ได้ประสานรพ.โคราชเมโมเรียล รพ.โกลเดนเกท รพ.นครราชสีมา รพ.ค่ายสุรนารี และรพ.กรุงเทพ - นครราชสีมา ซึ่งเป็นรพ.นอกสังกัดระบบหลักประกันสุขภาพ เตรียมพร้อมรับผู้ป่วยทุกกรณี โดยเฉพาะผู้ป่วยหนักที่จำเป็นต้องส่งต่อรพ.มหาราชนครราชสีมา ให้นำส่งที่รพ.ที่ สปสช.ได้ประสานงานไว้แทน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขขณะนี้พบว่ามีจังหวัดประสบภัย 36 จังหวัด ซึ่งมีสถานพยาบาลถูกน้ำท่วมทั้งหมด 543 แห่ง กว่าร้อยละ 95 เป็นสถานีอนามัย
ทั้งนี้โรคที่พบบ่อยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในอ.บ้านหมอ โรคน้ำกัดเท้า ปวดเมื่อยตามตัว โรคผื่นคัน และไข้หวัด ซึ่งในพื้นที่ต้องการขอรับการสนับสนุนจากส่วนกลางในขณะนี้คือ ยาแก้น้ำกัดเท้าจำนวน 10,000 หลอด
เพื่อไทยเปิด”ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ภัยพิบัติน้ำท่วม
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.แพร่ คณะกรรมการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล กล่าวว่าในวันนี้( 28 ตค.)ที่ประชุมคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล (คตร) ได้ติดตามและประเมินปัญหาปัญหาวิกฤตน้ำท่วม โดยพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งศูนย์ “ รับเรื่องร้องทุกข์ภัยพิบัติน้ำท่วม ” ขึ้นโดยมีเบอร์ติดต่อสายด่วน พรรคเพื่อไทย 02 653 4040 และ www.ptp.or.th เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามและรวบรวมข้อมูลจากการที่ ส.ส.ได้ประสบในพื้นที่และเพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทั่วไปได้แจ้งข้อมูลให้พรรค เพื่อนำไปเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลต่อไป
ศูนย์ดังกล่าวนี้ จะมีคณะกรรมการบริหารของพรรคและส.ส.ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ถูกน้ำท่วมครั้งนี้ร่วมเป็นคณะกรรมการ และจะมีอดีตรัฐมนตรีที่เคยมีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติมาก่อน มาเป็นที่ปรึกษา โดยจะมีการแบ่งพื้นที่เป็นโซนจังหวัด ให้กรรมการแต่ละคนรับผิดชอบโดยตรง



