
สธ.เผยพิษน้ำท่วม58รายเสี่ยงฆ่าตัวตาย
สธ.สั่งสถานพยาบาล 5 จว. อีสาน-ภาคใต้ เตรียมแผนรับมือน้ำท่วม เผย ปชช. 203 รายเครียดสูง เสี่ยงฆ่าตัวตาย 58 ราย น้ำเซาะพนังลำชีเมืองน้ำดำส่อวิกฤต พบวัดในเขตโคราชประสบอุทกภัยกว่า300แห่ง กองทัพยันช่วยเหลือภัยน้ำท่วมจน คลี่คลาย พร้อมบูรณะหลังน้ำลด น้อมนำพระราช
เมื่อวันที่ 28 ต.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมจนถึงปัจจุบันทางศูนย์ปฏิบัติการ (วอร์รูม) แก้ไขปัญหาอุทกภัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ได้รับรายงานผู้เสียชีวิต 68 ราย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการจมน้ำ ทั้งนี้ได้มีการสั่งการให้สถานพยาบาลใน 5 จังหวัดลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลในภาคอีสานประกอบด้วย ยโสธร บุรีรัมย ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และสุรินทร์ และพื้นที่ภาคใต้เพราะมีร่องมรสุมพาดผ่าน ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมโดยเตรียมพร้อมแผนป้องกัน เครื่องมือต่าง ๆ การส่งต่อผู้ป่วย และการปรับรูปแบบให้บริการไว้รองรับแล้ว
รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า ผลจากการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มีผู้มารับบริการแล้ว 180 , 203 ราย อันดับหนึ่งคือ น้ำกัดเท้า 88 , 299 ราย ที่เหลือเป็นไข้หวัด ปวดเมื่อย ทั้งนี้พบผู้ที่มีความเครียด นอนไม่หลับ วิตกกังวลถึ 12% หรือประมาณ 21 , 000 คน
ด้าน นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ทีมสุขภาพจิตได้ออกหน่วยแพทย์ไปตรวจรักษาประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม พบว่า ตัวเลขผู้ที่มีความเครียดสูงและมีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วยจาก 168 รายเพิ่มเป็น 203 ราย โดยในจำนวนนี้มีภาวะเสี่ยงฆ่าตัวตาย 58 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ อยู่บ้านคนเดียว มีปัญหาสุขภาพจิตอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามในวันนี้ทางวอร์รูมแก้ไขปัญหาอุทกภัย ได้สั่งการให้หน่วยสุขภาพจิตของทุกอำเภอและจังหวัดลงไปในพื้นที่ประสบภัยทุกวันร่วมกับทีมตรวจสุขภาพทางกาย สำหรับวิธีการจัดการความเครียด คือ การพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน การรับฟังปัญหาผู้ที่มีความเครียดอย่างตั้งใจ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการออกกำลังการอย่างเหมาะสม
ชาวพิจิตรกว่าพันคนเครียดปัญหาน้ำท่วม
โรงพยาบาลจิตรเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์ และศูนย์สุขภาพจิต จัดโครงการผู้ดำเนินรายการวิทยุ “ สื่อสารอย่างไร เพื่อดูแลจิตใจคนในชุมชน ” โดยประเด็นหลักของการพูดคุยคือการดูแลสุภาพจิตรของประชาชนในช่วงสภาวะน้ำท่วมให้สามารถอยู่กับภัยได้โดยไม่เกิดสภาวะความเครียดซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนท้องถิ่น นักจัดรายการวิทยุทั้งคลื่นหลัก และจุดปฏิบัติการเตรียมความพร้อมวิทยุชมชนในพื้นที่จังหวัดพิจิตรร่วมกิจกรรม โดยตั้งเป้าช่วยบรรเทาความเครียดของประชาชนหลังประชาชนที่จังหวัดพิจิตรประสบภาวะเครียดกว่า 1 , 000 คน
นางอภิญญา ปัญญาพร หัวหน้ากรุ่มงานประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลจิตรเวชนครสวรรค์ กล่าวว่า ภาวะความเครียดส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะความเครียดที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน ผู้ประสพอุทกภัยก็เช่นเดียวกัน เมื่อน้ำท่วมนานก็ส่งผลกระทบเรื่องของสภาวะความเครียดได้ สื่อมวลชนทั้งวิทยุ โทรทัศน์ ถือว่ามีความสำคัญทั้งการแจ้งขอมูลข่าวสาร เตือนภัย และการลดความเครียดที่เกิดขึ้นได้ โดยการพูดคุยของนักจัดรายการผ่านสื่อต่างๆ และความบันเทิงด้านเสียงเพลงก็สามารถผ่อนคลายความเครียดได้
สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพิจิตรขณะนี้ระดับน้ำทรงตัว โดยระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำ Y 5 ระดับน้ำอยู่ที่ 7.60 เมตร สูงกว่าจุดวิกฤติ 65 เซนติเมตร น้ำจากแม่น้ำยมท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ 13 ตำบล 114 หมู่บ้าน โดย 4 อำเภอประกอบด้วย อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และอำเภอโพทะเล
น้ำเซาะพนังลำชีเมืองน้ำดำส่อวิกฤต
นายธนาวุฒิ ทองทวี นายอำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ นำเจ้าหน้าที่ อส. และอปพร.และชาวบ้านกว่า 100 คน ช่วยกันนำกระสอบทรายกว่า 2,000 ถุง สร้างแนวกั้นน้ำบริเวณพนังกั้นลำน้ำชีบ้านท่าเยี่ยม ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย เพื่อลดความแรงปะทะของกระแสน้ำชี ที่เริ่มกัดเซาะและเจาะเข้ามาถึงพนังกั้นน้ำชั้นใน หลังจากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 5 ซม. ล่าสุดระดับน้ำชีสูงกว่าระดับปกติถึง 100 ซม.ซึ่งเหลือเพียง 30 ซม.ก็จะเริ่มล้นพนังกั้นทะลักเข้ามาท่วมบ้านเรือนและไร่นาของประชาชน
ด้านนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า น้ำจำนวนมากที่ไหลมาจาก จังหวัดชัยภูมิและเขื่อนอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่น จะมาถึงจังหวัดกาฬสินธุ์เต็มที่ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง และคาดว่าจะมีนาข้าวกว่า 5 หมื่นไร่ ครอบคลุมเนื้อที่ใน 3 อำเภอ แต่ในระยะนี้เนื่องจากพนังกั้นน้ำเริ่มมีการเคลื่อนตัวและถูกกระแสน้ำเซาะหลายแห่ง จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าตรวจสอบป้องกันพนังกั้นน้ำตลอดระยะทาง 31 กิโลเมตร ซึ่งหากกระแสน้ำที่ไหลมาไม่มีเศษไม้ขนาดใหญ่ปะปนมาก็จะไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมรับมือทั้งการอพยพ เรือท้องแบน ถุงยังชีพ และกระสอบทราย เพื่อที่จะเข้าช่วยเหลือประชาชนจากภัยน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นอย่างเต็มที่แล้ว
พบวัดในเขตโคราชประสบอุทกภัยกว่า300แห่ง
ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา ต.หัวทะเล อ.เมือง พระธรรมวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นพิธีรับมอบ สิ่งของบริจาค เวชภัณฑ์ ผ้าไตรจีวร และบุญถวายปัจจัย 2.2 หมื่นบาท จาก พญ.วราภรณ์ ภูมิสวัสดิ์ ผอ.โรงพยาบาลสงฆ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาได้กล่าวถึง ศาสนสถาน ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย มีจำนวนกว่า 300 แห่ง ซึ่งน่าจะมีมากกว่านี้ เนื่องจากบางพื้นที่ยังไม่ได้รับรายงาน และออกสำรวจ
สำหรับอุทกภัยในครั้งนี้รุนแรง เกินความคาดหมาย สิ่งที่จำเป็น และยังขาดแคลนอยู่ในขณะนี้คือ อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค ซึ่งทางคณะสงฆ์ก็มิได้นิ่งนอนใจ ดำเนินการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างคณะสงฆ์ทั้ง 32 อำเภอ เพื่อตรวจสอบความเสียหาย และประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับสิ่งที่ยังขาดแคลนเพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวเข้าช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ส่วนวัดที่ไม่ได้รับผลกระทบ ก็ได้ขอความร่วมมือกับญาติโยม ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ใกล้เคียง และยังได้รับความเดือดร้อนอยู่
และ ที่โครงการบ้านจัดสรรรุ่งอรุณวิลล์ ต.หัวทะเล อ.เมือง นครราชสีมา นพ.สำเริง แหยงกระโทก นายก อบจ.นครราชสีมา พร้อมคณะผู้บริหาร ได้นำขบวนคาราวานรถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 6 คัน ตระเวนแจกจ่ายน้ำอุปโภค บริโภค ให้แก่พี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ในชุมชน จำนวน 300 หลังคาเรือน ที่ได้รับผลกระทบหลังจากสถานการณ์ภัยน้ำท่วมเริ่มคลี่คลายลง แต่กลับประสบปัญหาน้ำประปาไม่ไหล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้บริการน้ำประปา หยุดให้บริการมานานกว่า 2 สัปดาห์ อบจ.นครราชสีมา ได้รับการร้องขอ สนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง จึงดำเนินการช่วยเหลือ จำนวน 12 ชุมชน รวม 4.8 พัน หลังคาเรือน สำหรับขั้นตอนการช่วยเหลือ ขีดความสามารถที่จะสามารถตระเวนแจกจ่ายน้ำได้วันละ 3 ชุมชน ชุมชนละ 400 หลังคาเรือน ติดต่อประสานงานขอรับการช่วยหรือได้ที่ โทรศัพท์ 044 -260335 ,044 -244842 ตลอด 24 ชั่วโมง
กองทัพยันช่วยเหลือภัยน้ำท่วมจนคลี่คลาย
ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 10 / 2553 ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมเป็นประธานในการประชุมว่า ที่ประชุมได้พูดถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือและเตรียมการบูรณะฟื้นฟูภายหลังน้ำลดอย่างเต็มความสามารถ รวดเร็ว และทั่วถึง โดยมีการสรุปการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย คือ การช่วยเหลือเฉพาะหน้า เร่งด่วน ซึ่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพจัดกำลังพลกว่า 9,000 นายเข้าช่วยเหลือขนย้ายประชาชน สิ่งของ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคพร้อมยุทโธปกรณ์ อาทิ รถยนต์บรรทุกกว่า 600 คัน รถพยาบาล ยูนิม็อก 50 คัน รถครัวสนาม รถสุขา เรือท้องแบน 200 ลำ เรือจู่โจมติดเครื่องยนต์ 10 ลำ เครื่องบินซี 130 และเฮลิคอปเตอร์ พร้อมทั้งยังมีการจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่เข้าถึงยากลำบาก
ส่วนการปฏิบัติ เราได้มีการนำอาหาร น้ำดื่ม ของใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเข้าแจกจ่ายแก่พี่น้องประชาชนที่ติดอยู่ภายในบ้านเรือน ช่วยขนย้ายประชาชน และผู้ป่วยออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง ดำเนินการบรรจุกระสอบทราย ขนย้ายและสร้างทำนบกั้นน้ำ ให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ นำสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากส่วนกลางเข้าพื้นที่ประสบภัยเพื่อแจกจ่ายแก่พี่น้องประชาชน ซึ่งกองทัพจะช่วยเหลือไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยในมาตรการช่วยเหลือระยะยาว จะส่งเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ ในการป้องกันหรือช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้นจากภัยพิบัติธรรมชาติต่าง ๆ
นอกจากนี้ จะน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่าไม้ ลดการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอุทกภัยในระยะยาว โดยในช่วงท้ายรมว.กลาโหมได้ขอบคุณหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และคนไทยทุกคนที่ให้ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ เสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกันที่กำลังประสบภัยและรับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้
ตร.สามชุกร่วมช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม
พ.ต.อ.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล ผกก.สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี กล่าวถึงเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.สามชุก ในหลายตำบล ว่าได้จัดชุดปฏิบัติการช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมขึ้น พร้อมกับชุดตำรวจมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่น้ำท่วม อ.สามชุก ประกอบด้วย ต.หนองผักนาก, ต.บ้านสระ ต.หนองสะเดา และ ต.กระเสียว ซึ่ง ขณะนี้ระดับน้ำได้สูงขึ้นอีก ทำให้บ้านเรือนของประชาชนจำนวนมากถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประชาชนต้องอพยพมาอาศัยอยู่บนถนน
พ.ต.อ.สมเกียรติ กล่าวด้วยว่า ตำรวจ สภ.สามชุก ได้ร่วมกับ อบต.กระเสียว เร่งจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมไม่สามารถพักอาศัยได้ตามปกติ พร้อมกับจัดทำห้องสุขาชั่วคราวให้ด้วย นอกจากนั้น สภ.สามชุก ได้นำสิ่งของที่ได้รับบริจาค เช่น ข้าวสาร อาหาร น้ำดื่ม และเครื่องใช้ต่างๆ นำไปมอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหมู่บ้านต่างๆ จนถึงที่ทุกครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้
“ผมสั่งการให้ตำรวจตั้งจุดบริการ และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จัดเวรยามสายตรวจออกตรวจตามถนนสายต่างๆ ที่ประชาชนอพยพขึ้นมาอาศัยอยู่ และตามบ้านเรือนของประชาชนที่ถูกน้ำท่วม เพราะกลัวว่า พวกมิจฉาชีพจะฉวยโอกาสในช่วงน้ำท่วมลักขโมยสิ่งของ และเครื่องมือการเกษตรของชาวบ้าน เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน” พ.ต.อ.สมเกียรติ กล่าว



