
ศอ.ปชน.รุกสกัดยาบ้าทะลัก ขึ้นบัญชีดำ100เครือข่าย
เชียงใหม่ - ศอ.ปชน. รับสกัดยาบ้าเข้าภาคเหนือได้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ หวั่นปัญหาการเมืองประเทศเพื่อนบ้านเป็นตัวเร่งให้ทะลักเข้ามาจากชายแดน
ที่ศูนย์อำนวยการประสานงานสกัดกั้นและแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศอ.ปชน.) จ.เชียงใหม่ พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาค 3 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นประธานการประชุมสรุป สถานการณ์และแนวทางสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือตอนบน โดยมี ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตำรวจภูธรภาค 5 รวมทั้งส่วนราชการใน จ.เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน เข้าร่วม
พล.ท.วรรณทิพย์ กล่าวว่า ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาการสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคเหนือทำได้เพียงร้อยละ 20 ของการนำเข้าทั้งหมด ในปี 2554 จึงต้องหาทางแก้ไขเพื่อให้ทุกหน่วยงานตามแนวชายแดนทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นบูรณาการการทำงานแต่ละหน่วยงานให้มากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าให้การสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนือเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 50 ของการลักลอบนำเข้าทั้งหมด
สำหรับเครือข่ายยาเสพติดที่ ศอ.ปชน. กำลังจับตามีประมาณ 100 เครือข่าย ส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายเก่าแทบทั้งสิ้น ซึ่งเครือข่ายเดิมเหล่านี้แม้จะเคยถูกจับกุม หรือเสียชีวิตไปบางส่วน แต่ก็มีสมาชิกรุ่นใหม่เข้ามา ทำให้ยังคงมีความเคลื่อนไหวของเครือข่ายเหล่านี้เป็นระยะ
พล.ท.วรรณทิพย์ กล่าวว่า จากข้อมูลในขณะนี้พบว่ามีผู้ติดยาบ้าในประเทศราว 5 แสนคน ทำให้ประมาณการว่ามีการผลิตยาบ้าและทยอยนำเข้าราว 50 ล้านเม็ด ในช่วงปีที่ผ่านมาและจนถึงขณะนี้ยังคงมียาบ้าอีกเป็นจำนวนมากที่พักคอยในพื้นที่ตะเข็บชายแดนรอการลำเลียงเข้าประเทศ ขณะที่สถานการณ์ภายในของประเทศเพื่อนบ้าน หากมีความวุ่นวายเกิดขึ้นโดยเฉพาะช่วงการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ จะส่งผลให้มีการผลิตยาบ้าอย่างเต็มที่เพราะทางการไม่ให้ความ สนใจปราบปรามในช่วงเวลาดังกล่าวมากนักและน่าห่วงว่าอาจถึงร้อยล้านเม็ด
นายพิทยา จินาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ความเข้มงวดของ เจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดน ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม จนปรากฏระยะหลังว่ามีความพยายามในการขนยาเสพติดผ่านอากาศยานในภูมิภาคต่างๆ โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศโดยเฉพาะแถบแอฟริกาตะวันตก และอิหร่าน



