
มือดีดึงกระสอบทรายน้ำทะลักเมืองเอก
ทำเขื่อนกันน้ำท่วมสวนทุเรียนพลัดตกดับ แม่น้ำมูลเอ่อท่วมชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ชาวบ้าน 80 ครอบครัวถูกตัดขาดจากโลกภายนอก วัดระดับน้ำสูง 1.20 เมตร ขณะที่ราคาข้าวสารพุ่ง ด้าน ธีระ เตรียมเสนอครม.เศรษฐกิจปรับเงินช่วยเกษตรกรจากน้ำท่วม 55% ของผลผลิตที่เสียหาย
(28ต.ค.) เมื่อเวลา 21.20 น.นายสมพงษ์ ศรีอนันต์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักหก ได้รับแจ้งเกิดแนวกระสอบทรายกั้นน้ำที่ทางเทศบาลตำบลหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี สร้างคันกั้นน้ำเอาไว้ด้วยความสูง 1 เมตร ตลอดทางความยาว 4 กิโลเมตร ริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งเป็นคลองที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกมือดีดึงกระสอบทรายออกได้รับความเสียหายทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าหมู่บ้านเมืองเอก หมู่ที่ 5 ต.หลักหก อ.เมือง จำนวนมากจึงเดินทางไปตรวจสอบ
บริเวณสะพานข้ามคลองรังสิตประยูรศักดิ์ หมู่ที่ 5 ต.หลักหก ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหลักหก นักศึกษาของมหาวิทยาลัยรังสิตทั้งชายและหญิง กว่า 200 คน และ เจ้าหน้าที่สนามกอล์ฟเมืองเอก และสนามกอล์ฟวินต้า กว่า 100 คน พร้อมเครื่องจักรกลหนัก และรถแบคโฮกำลังช่วยกันสร้างคันดินและเสริมแนวกระสอบทราย หลังมือดีดึงกระสอบทรายที่ทางเทศบาลตำบลหลักหกสร้างเอาไว้เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมหมู่บ้านเมืองเอกชั้นในออกได้รับความเสียหายเป็นทางยาวประมาณ 10 เมตร ทำให้น้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ไหลเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของหมู่บ้านเมืองเอก
นายสมพงษ์ กล่าวว่า จุดที่ได้รับความเสียหายนั้นเป็นที่มืดริมคลองไม่มีไฟส่องสว่างจึงไม่มีใครเห็นลักษณะการแต่งกายของผู้ก่อเหตุ และหากปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมภายในหมู่บ้านเมืองเอกได้นั้นค่าความเสียหายจะมหาศาลมาก เพราะภายในหมู่บ้านเมืองเอกประกอบไปด้วยมหาวิทยาลัยรังสิต หอพักนักศึกษา สนามกอล์ฟเมืองเอก และหมู่บ้านเมืองเอกที่บ้านแต่ละหลังราคากว่า 10 ล้านบาท อาจจมบาดาลได้ เพราะน้ำในคลองรังสิตกับพื้นถนนภายในหมู่บ้านนั้นความสูงต่างกัน 1.60 เมตร และในขณะที่ทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ทราบข่าวจัดส่งนักศึกษาของสถาบันมาช่วยกลอกทรายบรรจุกระสอบ พร้อมแก้ไขแนวกระสอบทรายที่ได้รับความเสียหายจากผู้ไม่ประสงค์ดีที่ดึงเอากระสอบทรายออก และทางเทศบาลได้ตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมเพื่อดูดน้ำด้านในออกคาดว่าไม่เกิน 2 ชั่วโมงน่าจะเข้าสู่สภาวะปกติพี่น้องประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลแต่อย่างใด
นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักหก กล่าวต่อไปอีกว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจสอบแนวกระสอบทรายกั้นน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีดึงกระสอบทรายออก และหากผู้ใดพบเห็นและจับกุมได้ให้นำตัวมาส่งมอบให้ตนจะมีรางวัลเป็นสินน้ำใจมอบให้ส่วนสาเหตุนั้นน่าจะมาจากความเครียดของชาวบ้านริมคลองที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมไม่มีที่ขับถ่ายน้ำก็เกิดเน่าเหม็นส่งกลิ่นรบกวนผู้พักอาศัยจึงเป็นเหตุกระสอบทรายถูกดึงครั้งนี้ ส่วนคลองส่งน้ำดิบของการประปานครหลวงที่ทางเทศบาลได้นำกระสอบทรายมาปิดกั้นให้ทางการประปา และที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงได้นำทรายมาเทให้ทางเทศบาลเพื่อสร้างแนวคันป้องกันน้ำไหลเข้าคลองส่งน้ำดิบของการประปานั้นทางชาวบ้านต่างบ่นว่านำทรายมาให้กรอกกระสอบทรายไปตั้งคันแนวให้แต่ไม่ยอมส่งข้าวปลาอาหารที่จะต้องหากินกันสามมื้อนั้นกับไม่มีให้มาเลย แต่วันนี้ทางการประปาได้ส่งน้ำดื่มมาให้เท่านั้นจึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านโกธรจึงมีการมาดึงกระสอบทรายดังกล่าว
ช่วยยายป่วยมะเร็งขั้นสุดท้ายน้ำท่วม
เมื่อเวลา 13.00น. นายพรชัย ไขสกุล ปลัด อบต.บางตะไนย์ พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนได้เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายบริเวณทางเข้าหน้าโกดังเก็บสินค้า ห่างจากถนนประมาณ 1 กิโลเมตร จากถนนเกษตรวัดตาลใกล้ริมแม่น้ำเจ้าระยา ซึ่งมีระดับน้ำท่วมสูง 50 ซ.ม.ถึง 1.5 เมตร ต้องเดินลุยน้ำเข้าไปกว่า 100 เมตร โดยใช้เชือกฟางผูกนำทางจนถึงบ้านบ้านเลขที่ 63 หมู่ 1 ต.บางตะไนย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี บางตะไนย์
เมื่อถึงบ้านพบนางทองดี กร่างสะอาด อายุ 91 ปี ซึ่งนอนป่วยเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะสุดท้ายและ นายมณฑล กร่างสะอาด อายุ 57 ปี ลูกชาย ป่วยพิการแขนลาลีบ นอนรอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการอย่างน่าสงสารเนื่องจากน้ำได้เข้าท่วมบ้านจนถึงระดับเอวไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องอาศัยเพื่อนบ้านออกไปช่วยรับของบริจาคจากหน่วยงานราชการเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ
ด้านนางโฉมยง ซื่อตรง อายุ 67 ปี ลูกสาวกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ครอบครัวตนมีฐานะยากจน ส่วนตนได้แยกไปอยู่กับครอบครัวแถวดอนเมืองทำให้ไม่ได้มีเวลากับมาดูแลแม่กับน้องชายมากนักเนื่องจากตนต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวของตัวเองด้วย โดยตนได้ทำเรื่องขอความช่วยเหลือไปทางอบต.บางตะไนย์ในการขอไม้เท้าให้กับน้องชายและขอไม้เพื่อนำมาเสริมทำเตียงให้กับแม่ที่นอนป่วยเป็นโรคมะเร็งกระเพาะระยะสุดท้าย ทางอบต.ก็ให้ไปลงชื่อไว้ก่อน
ขณะนี้ทางครอบครัวต้องการเรือพายสำหรับเข้าออกบ้าน เพื่อไปหาซื้ออาหารและพาแม่กับน้องชายไปพบแพทย์ที่รพ. เพราะขณะนี้น้ำได้ท่วมตัดเส้นทางเข้าออกต้องอาศัยเกาะเชือกฟางเข้าบ้านจึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยจัดหาเรือมาคอยรับแม่กับน้องชายส่งรพ.หรือหาที่พักสำรองให้ครอบครัวของตนก่อน
ทำเขื่อนกันน้ำท่วมสวนทุเรียนพลัดตกดับ
เมื่อเวลา11.00 น. ร.ต.อ.นิวัฒน์ บ้งนาง พนักงานสอบสวน สภ.คลองข่อย จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีคนพลัดตกน้ำเสียชีวิต บริเวณซอยเกษตรพัฒนา 1 ม.6 ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลัวรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมถนนทางเข้าหมู่บ้านชุมชนวัดสะพานสูง มีประชาชนจำนวนมากกำลังช่วยกันนำศพนายแฉล้ม มูลผล อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 68/2 ม.6 ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ขึ้นมาจากร่องสวนทุเรียนที่อยู่ติดกับคลองพระอุดม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยสภาพสวมเสื้อกล้ามสีน้ำเงิน กางเกงขาสามส่วน ซึ่งชาวบ้านต้องใช้เรือนำศพออกมาไว้ที่ริมถนนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิต เพราะระดับน้ำในชุมชนท่วมสูงเกือบ 3 เมตร ถึงระดับคอจึงไม่สามารถใช้รถยนต์หรือเดินเท้านำศพออกมาได้
จากการสอบปากคำ จ.ส.อ.วิรัชต์ ทัดวอน อายุ 55 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ตนเป็นเจ้าของสวนทุเรียนในชุมชนดังกล่าวโดยได้ว่าจ้างนายแฉล้ม ผู้ตายให้มาช่วยขุดดินในร่องสวนเพื่อทำแนวเขื่อนป้องกันระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลบ่าเข้าท่วมสวนทุเรียน โดยเริ่มทำงานตั้งแต่ 6 โมงเช้า พอเที่ยงวันตนจึงได้แยกกับนายแฉล้ม กลับไปกินข้าว ส่วนนายแฉล้ม พายเรือกลับไปบ้านเหมือนกัน โดยจะกลับมาทำงานอีกครั้งในช่วงบ่าย แต่ปรากฎว่าตั้งแต่บ่ายจนถึงเย็นนายแฉล้ม ไม่ได้กลับมาทำงาน จึงไปหาที่บ้านก็ไม่พบนายแฉล้ม พบแต่ภรรยาของนายแฉล้ม บอกกับตนว่าสามีออกไปทำเขื่อนที่สวนยังไม่กลับมา แต่ตนไม่ได้สงสัยอะไร เพราะคิดว่าคงออกไปทำธุระกับเพื่อน จนรุ่งเช้าตนจึงไปหานายแฉล้ม ที่บ้านอีกครั้ง ภรรยาก็ตอบเหมือนเดิมว่ายังไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่เมื่อวานนี้ ตนจึงกลับไปทำงานที่สวนตามลำพัง และขณะทำงานอยู่เห็นศพนายแฉล้ม ลอยขึ้นมาจากร่องสวน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเรียกให้ชาวบ้านช่วยกันนำเรือมานำศพออกไป
ด้าน น.ส.จารุณี มูลผล อายุ 29 ปี ลูกสาวของผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตานองหน้าว่า รู้สึกเสียใจ ไม่คิดว่าบิดาจะมาเสียชีวิตอย่างนี้ จากนี้ไปตนยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะบิดาคอยหาเลี้ยงครอบครัวมาตลอด จึงอยากให้หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของตนด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสัณนิษฐานว่า หลังจากพักเที่ยงนายแฉล้ม คงจะเดินมาตามร่องสวนเพื่อจะพายเรือกลับไปกินข้าวที่บ้าน แต่ด้วยพื้นที่ที่เป็นร่องสวนประกอบกับระดับน้ำที่ท่วมสูงทำให้นายแฉล้ม ลื่นพลัดตกลงไปในร่องน้ำภายในสวนจนจมน้ำเสียชีวิต จากนี้จะส่งศพไปตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดอีกครั้ง
น้ำมูลเอ่อท่วม80ครัวเรือนถูกตัดขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า ที่ บ้านสายสนอง,บ้านอ้อ-ตลิ่งชัน ตำบลสระขุด อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ที่รัผลกระทบจากน้ำท่วมโดยน้ำได้ไหลเอ่อท่วมมาในหมู่บ้าน น้ำได้เพิ่มระดับขึ้น บริเวณที่ลุ่มต่ำติดกับแม่น้ำมูล บางแห่ง วัดระดับได้เกือบ 1.20 เมตร อย่างหมู่บ้านสายสนอง ตำบลสระขุดได้ถูกตัดจากโลกภายนอกแล้ว รถทุกชนิดเข้าไม่ได้
นายนครินทร์ กองทุน นายอำเภอชุมพลบุรีพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทั้ง โรงพยาบาลชุมพลบุรี/ปภ./ เกษตร/ประมง/แขวงการทาง /อพปร.และท้องถิ่นอำเภอ ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย อยู่ที่บ้านอ้อ-ตลิ่งชัน หมู่ที่2ต.สระขุด อ.ชุมพลบุรี พร้อมกันนี้ได้ลงพื้นที่เข้าช่วยอพยพขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงของประชาชนเพื่อหนีน้ำท่วมไปไว้ที่สูง และได้นำน้ำดื่ม ถุงยังชีพ พร้อมประสานเทศบาลตำบลชุมพลบุรีจัดรถบรรทุกน้ำจำนวน 6คันออกแจกจ่ายน้ำให้กับราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมตลอดทั้งวัน
นายอำเภอชุมพลบุรี เปิดเผยว่า ในหลายตำบลของอำเภอชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ติดลำน้ำมูล ได้แก่ตำบลยะวึก เมืองบัว หนองเรือ และตำบลที่ได้รับความเสียหายหนักสุดในขณะนี้ คือที่ตำบลสระขุด โดยที่บ้านสายสนองมีราษฎรกว่า 80 ครัวเรือน ถูกตัดขาดจากภายนอก เนื่องจากปริมาณน้ำจากลำน้ำมูลได้ไหลเอ่อเข้าท่วมหมู่บ้านและถนนระดับสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต้องใช้เรือในการอพยพขนย้ายสิ่งของไปไว้ที่สูงและใช้สัญจรไปมาเช่นเดียวกับราษฎรอีกว่า 300 ครัวเรือนที่อยู่หมู่บ้านใกล้เคียง ได้แก่บ้านอ้อ-ตลิ่งชัน กำลังได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน
อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้ทำการตัดน้ำประปาและไฟฟ้าที่จะจ่ายให้กับหมู่บ้านดังกล่าวเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรทางอำเภอจึงจัดหน่วยอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนกว่า 20 คนทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง
นายแพทย์สะอาด วีระเจริญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่ตรวจสอบน้ำท่วมสถานีอนามัยบ้านอ้อ-ตลิ่งชัน และบ้านพักเจ้าหน้าที่ได้มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เพื่อหาทางช่วยเหลือ พร้อมฝากเตือนพี่น้องประชาชน ในโรคที่มากับน้ำ ทั้งโรคเท้าเปลือย และเรื่องสัตว์มีพิษ ให้ระมัดระวัง รักษาสุขภาพ ร่างกายให้ดีแต่ถ้ามีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ควรรีบไปหาหมอ ไม่ควรนิ่งนอนใจในส่วนของสถานีอนามัยบ้านอ้อ-ตลิ่งชัน หมุ่ที่2 ต.สระขุด อ.ชุมพลบุรี ได้ย้ายที่ให้บริการแก่พี่น้องประชาชน ไปเปิดบริการในหมู่บ้านอ้อ-ตลิ่งชัน ซึ่งสถานีอนามัยและบ้านพักเจ้าหน้าที่ ถูกน้ำท่วม ชั้นล่างสูงเกือบ1 เมตร เพราะบริเวณตรงนี้ติดกับแม่น้ำมูลและเป็นที่ลุ่ม กว่าที่อื่น
ผู้สื่อข่ารายงานว่า จากการออกสำรวจราคาสินค้าตลาดสดเขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เมื่อเช้าวันนี้(28ต.ค.)พบข้าวสารเหนียว ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของผู้คนในท้องถิ่น มีแม่ค้านนำมาวางขาย ก.ก.ละ 32 บาท จากเดิม ก.ก.ละ 20 บาท ส่วนข้าวจ้าว ก.ก.ละ 28 บาท จากเดิม ก.ก.ละ 22 บาท กระเทียมแห้ง ก.ก.ละ 100 บาท ขึ้นเท่าตัว ปลาจากแม่น้ำโขง จำหน่ายกันตามริมฝั่ง ทั้งปลาเกล็ด และปลาหนัง ราคาเดียวกัน คือ ก.ก.ละ 150-180 บาท ขึ้น ก.ก.ละ 50 บาท ทั้งนี้แล้วแต่ความน้อยใหญ่ของตัวปลานั้นๆ ถ้าตัวใหญ่ก็ราคาสูงขึ้นไปอีก หากถึงตลาดราคาก็จะสูงขึ้นไปอีก
นายสุด ทองโสภา อายุ 57 ปี ชาวประมงท่าน้ำโขงบ้านปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี บอกถึงสาเหตุที่สูงขึ้นกว่าเดิม ก็เนื่องจากว่า ในห้วงที่น้ำกำลังมากอยู่นี้ ทำให้ชาวประมงแม่น้ำโขงและแม่น้ำอื่นๆ พากันหาปลากันได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็จะมีบรรดาพ่อค้าแม่ขายจากตลาด เดินทางเข้ามาซื้อถึงฝั่งโขง ในราคาที่สูงปกติ คือก่อนที่น้ำจะท่วม ปลาจะอยู่ในราคา ก.ก.ละ 100-120 บาทเท่านั้น เมื่อมีผู้ซื้อมาเสนอให้ราคาดี ทุกคนก็ต้องพากันขายกันทั้งนั้น และการจับปลาก็ไม่ใช่ว่า จะได้มากมายอะไรนัก ทั้งนี้ก็แล้วแต่โชคของแต่ละคน วันละตัวสองตัวเท่านั้นทำรายได้วันละ 3-500 บาท น้ำมากหาปลาง่าย ดีกว่าน้ำน้อย
ส่วนนางตุ่น จันทร์อุตส่าห์ เกษตรกรผู้ทำนา บ.ปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เล่าว่า ตนมีที่ทำกินอยู่ประมาณ 50 ไร่ เป็นนาข้าว 30 ไร่ ไม่เคยได้ซื้อข้าวกิน แต่มาปีนี้ได้เริ่มซื้อข้าวกินแล้ว เหตุเพราะเมื่อปีที่ผ่านมา นาข้าวได้ถูกศัตรูพืชระบาด ทำให้ได้รับความเสียหายไปมาก และในปีนี้ยิ่งลำบาก เพราะก่อนจะลงปักดำนา ก็แล้งมาก ในพื้นที่พากันปักดำข้าวนาปี ในปลายเดือน 9 - 10 นับว่าเป็นการปลูกข้าวที่ล่าช้ามาก พอปักดำแล้วเสร็จ ต้นข้าวก็ถูกศัตรูพืชเข้ารบกวน คือเพลี้ยไฟและหนอนกอเกิดระบาดอย่างรุนแรง จึงทำให้ข้าวนาดอนได้รับผลผลิตกันน้อยมากในปีนี้
ส่วนที่ทุ่งนา ตามที่ลุ่ม ก็ได้ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก ทำให้นาข้าวหลายจังหวัดได้รับความเสียหายกันเป็นจำนวนมาก คาดในปี 54 ราคาข้าวจะต้องขึ้นแล้วไม่ยอมลง อย่างแน่นอน
หลวงพ่อพระครูพุทธวราธิคุณ เจ้าคณะอำเภอนาตาล จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีเสือ ตามพุทธทำนายได้กล่าวไว้ว่า จะเป็นปีที่อดอยาก หิวโหย หรือเป็นปีที่ข้าวยากหมากแพง ก็ว่าได้ ดังนั้น จึงขอให้ทุกคนจงประพฤติตนอยู่ในกรอบของความพอเพียงให้มากที่สุด ปีใดที่เป็นปีที่มีเดือน 8สองหนอยู่ด้วยแล้ว ทายว่าปีนั้น มักจะเกิดภัยพิบัติในด้านการเกษตรอยู่เสมอ คือไม่แล้งก็ท่วม หรือมีทั้งแล้งทั้งท่วม อย่างเช่นปีนี้ ให้เห็นกัน ที่สำคัญจงพากัน หมั่นทำบุญเป็นนิตย์ สร้างบุญกุศลไว้ให้เกิดความเชื่อมั่นในจิตใจเราไว้ก่อนจะเป็นการดีที่สุด ผู้มีบุญเท่านั้นจึงจะรอดพ้นจากวิบากกรรมนี้ไปได้
ด้านพ.ต.ท.สุชน ฉุ่มทองหลาง สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา นำป้ายทะเบียนรถยนต์ กว่า 100 ป้าย ที่หลุดออกจากตัวรถไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถกระบะ และรถโดยสาร ในช่วงที่น้ำท่วมในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา นำออกมาวางที่บริเวณหอนาฬิกา ภายในตัวอำเภอเมืองพิมาย เพื่อตามหาเจ้าของป้ายทะเบียนรถยนต์ที่หลุดออก ซึ่งที่บริเวณแยกตลาดแค ทางเข้าอำเภอพิมาย จ.นครราชสีมา เป็นพื้นที่ที่พบป้ายทะเบียนรถยนต์มากที่สุด เนื่องจากเป็นเส้นทางที่หลักที่ใช้สัญจรผ่านไปยังจังหวัดต่างๆ ทั้งนี้ผู้ใดที่ป้ายทะเบียนรถหายสามารถเข้ามาขอติดต่อขอรับได้ที่ สภ.พิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ยังคงมีระดับน้ำท่วมสูงในบางพื้นที่ เช่นที่ ต.ชีวาน และ ต.กระชอน ยังคงมีระดับน้ำท่วมสูงถึง 2 เมตร ส่วนภายในเขตเทศบาลตำบลพิมาย ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 30-40 เซนติเมตร ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมที่อ.พิมาย จ.นครราชสีมาในครั้งนี้ ส่งผลให้มีพื้นที่ทางการเกษตรเสียหายกว่า 2 แสนไร่ และมีบ้านเรือนประชาชนเดือดร้อนกว่า 2 หมื่นครัวเรือน
ขณะที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถึงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขณะนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลจะให้เงินช่วยเหลือไร่ละ 600 บาท แต่ความเสียหายเกิดขึ้นมากจะมีการปรับราคาใหม่หรือไม่ โดยนายธีระ ชี้แจงว่าในวันจันทร์ ที่ 2 พ.ย.นี้ ตนเตรียมที่จะนำเสนอการปรับความช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบ เป็น 55 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าผลผลิตการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย แต่ผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุม
จากนั้นนพ.วรงค์ กล่าวว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว อยากให้พิจารณาในส่วนของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมาด้วย เพราะมีเพื่อนส.ส.ระบุว่ายังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล นอกจากนั้นการติดตามการใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร อยากขอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาติดตามการใช้งบประมาณด้วย โดยให้สิทธิ์ส.ส.ในการติดตามและเสนอแนะการปรับปรุงนโยบายดังกล่าวด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนการประชุม นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า ขณะนี้ในทุกพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เท่าที่ตนได้ติดตามเชื่อว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเติมน้ำก็จะรับมือได้ ส่วนน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา, ชัยภูมิ เริ่มไหลไปสู่จังหวัดศรีษะเกษ, สุรินทร์ แล้ว สำหรับจังหวัดอุบลราชธานีที่หลายฝ่ายเป็นห่วงนั้นขณะนี้มีเพียงน้ำท่วมขังเท่านั้น
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วม ที่จังหวัดบุรีรัมย์ว่า เมื่อวานนี้ (27 ต.ค.) ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เข้ามารายงานสถานการณ์กับตน โดยระบุว่ายังสามารถดูแลได้ และยังไม่มีการของบประมาณเพิ่มเติม เพราะจะพยายามบริหารจัดการภายใต้งบประมาณที่มีในจังหวัดก่อน หากไม่เพียงพอก็สามารถแจ้งมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอไปยังกรมบัญชีกลางให้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมได้ ขณะเดียวกัน มองว่า ส.ส.สามารถลงพื้นที่และบริจาคเงินช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้ เนื่องจากเป็นข้อยกเว้นในภาวะที่เกิดภัยพิบัติ อย่างไรก็ตาม ตนได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสภาร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม จำนวน 30 คน จาก ส.ส. และส.ว. เพื่อมาดูแลเรื่องเงินและของบริจาคแล้ว



