
'มาร์ค'บินถกผู้นำอาเซียนที่กรุงฮานอย
อภิสิทธิ์บินไปประชุมผู้นำอาเซียนที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามแล้ว พร้อมปัดให้สัมภาษณ์สื่อ โดยผู้นำอาเซียนประชุมสุดยอดท่ามกลางความตึงเครียดเรื่องค่าเงิน ข้อพิพาทเหนือดินแดนและปัญหาพม่า
(28ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นางพิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ ภริยา นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย และนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร(กองบิน 6) โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ไปท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 17 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยพิธีเปิดการประชุมดังกล่าวจะมีขึ้นในเวลา 13.45 น.
โดยในวันนี้(28 ต.ค.) นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมผู้นำอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ การประชุมสุดยอดแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย และการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำของผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน จากนั้น ในวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ นายกรัฐมนตรี จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดประเทศลุ่มแม่น้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 2 การประชุมสุดยอดกับประเทศคู่เจรจา 4 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย การประชุมสุดยอดอาเซียน+3 การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก(อีเอเอส) การประชุมสุดยอดอาเซียนกับรัสเซีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหประชาชาติ(ยูเอ็น)
สำหรับประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะมีการหยิบยกขึ้นหารือระหว่างการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ 1.การเสริมสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาค ซึ่งเน้นความเชื่อมโยงในด้านกายภาพ ทั้งเส้นทางถนน ทางรถไฟ ทางน้ำ ทางอากาศ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และด้านพลังงาน รวมถึงความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบต่าง ๆ และความเชื่อมโยงติดต่อสื่อสารระหว่างประชาชนต่อประชาชน
2.โครงสร้างสถาปัตยกรรมในภูมิภาค การพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย 3.การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และอาจหารือเพื่อประสานนโยบายการเงินการคลังในระดับมหภาค 4.การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน โดยรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนงานสำหรับการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในทั้ง 3 เสาหลัก 5.สิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ การประสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายทหารและพลเรือนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก้ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย เวลา 20.00 น. และเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร (กองบิน 6) เวลา 21.55 น.
อนึ่งการประชุมสุดยอดของบรรดาผู้นำชาติสมาชิกสมาคมอาเซียน ที่กรุงฮานอยของเวียดนาม เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของความตึงเครียดด้านค่าเงิน,ข้อพิพาทเหนือดินแดน และกระแสกดดันให้จัดการกับเพื่อนบ้านเจ้าปัญหาอย่างพม่า ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งในเดือนหน้า ในขณะที่จีน ก็แผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคมากขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้นำของ 10 ชาติสมาชิกอาเซียน มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมเอเชียตะวันออก ร่วมกับอีก6 ชาติ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และนิวซีแลนด์ แต่ในการเจรจานอกรอบระหว่างนายกรัฐมนตรีเวิน เจีย เป่า ของจีน และนายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่น
ยังคงไม่แน่นอนว่า จะเปิดขึ้นหรือไม่ หลังจากสองชาติต้องบาดหมางกันและนับเป็นความขัดแย้งทางการทูตที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายปี โดยมีศูนย์กลางความขัดแย้งมาจากหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก ขณะที่สหรัฐและชาติสมาชิกสมาคมอาเซียน พากันวิตกต่อเรื่องที่จีน
ลุกล้ำอธิปไตยในน่านน้ำในทะเลจีนใต้ ที่หลายชาติต่างอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ
อาเซียนมีนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของชาติสมาชิก แต่ประเทศที่มีประชาธิปไตยเข้มแข็งกว่า กล้าที่จะพูดถึงพม่า หลังจากถูกกดดันให้แสดงท่าทีในขณะที่พม่ากำลังจะมีการเลือกตั้ง ในวันที่ 7 พฤศจิกายน และถูกมองว่า เป็นการลวงโลกที่น่าละอาย เพราะแม้
จะเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ทศวรรษ แต่ก็ไม่โปร่งใสเพราะไม่ยอมให้นางอองซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตย ได้มีโอกาสเข้าร่วม ทั้งยังถูกกักบริเวณอยู่ภายในบ้านพัก และจะถูกปล่อยตัวหลังการเลือกตั้งสิ้นสุดไปแล้ว
บรรดารัฐบาลชาติตะวันตก และนายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ที่จะมีการเจรจากับผู้นำอาเซียนในวันนี้ ได้ย้ำว่า การเลือกตั้งของพม่าจะไม่น่าเชื่อถือ ตราบใดที่นางซูจีและผู้นำฝ่ายค้านคนอื่น ๆ ไม่ได้รับอิสรภาพ นายบัน ยังย้ำเรื่องที่เขาไม่พอใจรัฐบาลทหารเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับเรียกร้องให้บรรดาเพื่อนบ้านเลือกระหว่างการกดดันพม่าให้หนักข้อขึ้น กับการยอมเสี่ยงให้ความน่าเชื่อถือด้านประชาธิปไตยของตัวเองถูกทำลายลง
การประชุมสุดยอดครั้งนี้ คาดว่าจะมีการเตือนเรื่องสงครามค่าเงิน ที่ทำให้อัตราการแลกเปลี่ยนค่าเงินและหุ้นทะยานติดเพดานในบรรดาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาค และในขณะที่จีนเข้าแทรกแซงค่าเงินหยวนของตัวเอง ทำให้ค่าเงินของประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น แข็งค่าขึ้น ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันด้านการส่งออกอย่างรุนแรง สหรัฐซึ่งกำลังต่อสู้กับปัญหาการว่างงาน และเศรษฐกิจชะลอตัว ได้กล่าวโทษจีนว่า จงใจทำให้เงินหยวนค่าเพื่อช่วยเหลือการส่งออกของประเทศ



