ข่าว

'มาร์ค'งง'วิสุทธิ์'ไม่ร้องตามขั้นตอน

'มาร์ค'งง'วิสุทธิ์'ไม่ร้องตามขั้นตอน

28 ต.ค. 2553

นายกฯ ไม่เข้าใจ “วิสุทธิ์” ไม่ร้องเรียนตามขั้นตอน รับได้ข้อมูลทั้ง 2 ด้าน ขณะที่ ก.ตร.ส่งเทปแฉให้กองวินัยเช็กละเอียด ยันผิดวินัยไม่เหมาะสม ผู้การปักเป้าลั่นเตรียมแถลงข่าวใหญ่ แนะทำโพลล์คนสงขลาหากมีคนบอกว่าไม่ดีต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ พร้อมลาออกจากตำแหน่ง

 หลังจาก พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เจ้าของฉายา "มือปราบปักเป้า" ออกมาแถลงข่าวว่าถูกการเมืองแทรกแซง ทำให้ถูกโยกย้ายจากตำแหน่งอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (รอง ผบช.ภ.9) มาอยู่ที่สำนักกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ล่าสุด วันที่ 27 ตุลาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เรื่องที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งให้มีการสอบวินัยว่า ตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของราชการ ซึ่ง ผบ.ตร.บอกว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ส่วนที่มีการพูดพาดพิงถึงนักการเมืองในพื้นที่นั้น ก็สามารถเปิดเผยมาได้ ไม่มีปัญหาอะไร

 นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจครั้งที่ผ่านมา ได้เปิดโอกาสให้มีการร้องเรียนเข้ามาแล้ว เพราะการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้เลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ 2 ครั้ง และ ก.ตร.ก็พิจารณาให้เกือบทุกคนที่ได้ร้องเรียนเข้ามา แต่จะได้ข้อยุติตรงตามที่ร้องเรียนมาหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่รายของ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ไม่ได้ร้องเรียน

 เมื่อถามว่าคิดว่าการที่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ออกมาแถลงเปิดโปงเช่นนี้ มีความเหมาะสมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าทำไม พล.ต.ต.วิสุทธิ์ จึงไม่ร้องเรียนตามขั้นตอนเหมือนกับคนอื่น

 ส่วนเรื่องนี้มีประเด็นใดแอบแฝงด้วยใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถาม พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ว่าทำไมไม่ทำเหมือนคนอื่น เมื่อถามว่าผลงานของ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีการส่งข้อมูลเกี่ยวกับ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ เข้ามาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ส่งมาทั้ง 2 ด้านครับ”

 เมื่อถามถึงตัวระบบที่มีการวางไว้เกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายของ ก.ตร. นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ครั้งนี้มีการทำขึ้นมา โดยเพิ่มสัดส่วนความอาวุโส ร้อยละ 33 มีการจัดทำบัญชีความอาวุโสและบัญชีผู้มีความเหมาะสม ซึ่งมีการเปิดเผยและต้องมีคำอธิบายในกรณีที่มีการข้ามอาวุโส ตัวอย่างเช่น มีการเสนอมาในบางภาค โดยต้องยกเว้นคุณสมบัติ ซึ่ง ก.ตร.ไม่อนุมัติ จึงต้องทำตามแนวที่มีการเสนอมาและมีการแก้ไข อีกทั้งจะมีการปรับปรุงต่อเนื่อง ซึ่งในการที่ตนร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา ยังมีการรับข้อเสนอจากคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจที่มี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธาน ในเรื่องกระจายอำนาจและการปรับปรุงคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ให้ครอบคลุมทั้งภาคและนครบาล รวมถึงแก้ไขสัดส่วนของ กต.ตร.ให้มีสัดส่วนของภาคประชาชนมากกว่าส่วนของข้าราชการ ดังนั้น เรื่องการปฏิรูปตำรวจก็เดินหน้าต่อไป
 
 พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(รอง ผบช.สทส.) ในฐานะโฆษก ตร. กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า พล.ต.ท.วิบูลย์ ปรองดอง ผบช.สง.ก.ตร. ในฐานะเลขาฯ ก.ตร. ซึ่งถูกพาดพิงได้ทำหนังสือไปถึง พล.ต.ต.ไวพจน์ โชติธาดา ผบก.กองมาตรฐานวินัย และส่งไฟล์เสียงการแถลงของ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ที่ยาวประมาณ 50 นาทีไปให้พิจารณาว่ามีข้อความไม่เหมาะสม กล่าวหาผู้ใดหรือไม่ หรือผิดวินัยตรงไหนบ้าง คาดว่าจะได้รับคำตอบเร็วๆ นี้

 “ในรายละเอียดของการแถลง พล.ต.ต.วิสุทธิ์นั้น เป็นเรื่องของความไม่สบายใจที่ถูกย้ายมา แต่ครั้งนี้เป็นการแต่งตั้งโยกย้ายที่เป็นไปตามขั้นตอน หากผู้ที่ถูกย้ายติดใจ ไม่พอใจก็สามารถร้องเรียนตามขั้นตอนของกฎหมายได้ แต่ว่าท่านไม่ใช่ช่องทางกฎหมาย ท่านมาแถลงข่าว ซึ่งเป็นช่องทางที่ไม่เหมาะสม ขณะนี้กำลังพิจารณาบทสัมภาษณ์ว่ามีเนื้อหาไม่เหมาะสมบ้าง กองวินัยจะพิจารณา โดยจะนำคำสั่ง ตร.ที่ 855/2548 เกี่ยวกับการให้ข่าว แถลงข่าว ที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ใต้บังคับบัญชาเสียก่อนมาพิจารณาด้วย นอกจากนี้ยังมีวินัยข้าราชการตำรวจข้ออื่นๆ ที่ต้องมาพิจารณาด้วย” พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าว

 โฆษก ตร.กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวว่าเป็นการรับลูกจากการฝ่ายการเมือง ที่จะต้องดำเนินการทางวินัย หากตำรวจทำผิดวินัย ไม่ว่าด้านไหน ไม่จำเพาะแต่เรื่องการออกมาสัมภาษณ์อย่างเดียว การจะดำเนินการทางวินัยนี้เป็นกระบวนการในการพิจารณาโทษทัณฑ์ตามปกติ

 ส่วนการดำเนินคดีอาญานั้น พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าวว่า ถ้าการออกมาแฉและหากพูดไม่จริง ทำให้คนอื่นได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะผู้พูดที่เป็นข้าราชการตำรวจด้วยแล้วต้องใช้ความระมัดระวังเพราะเป็นข้าราชการตำรวจนอกจากการละเมิดกฎหมายที่ระมัดระวังแล้ว ยังมีเรื่องของวินัย และมีชั้นการบังคับบัญชา รวมถึงความรู้สึกของประชาชนกับการที่ตำรวจออกมาให้ข่าวเช่นนี้ ซึ่งเชื่อว่า พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ก็น่าจะทราบว่าตัวเองควรพูดอย่างไร เรื่องนี้ต้องรอผลการตรวจสอบเสียก่อนว่าผิดอาญาหรือไม่ จากนั้นถึงจะบอกได้ว่าจะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้แม้ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ จะบอกว่าจะแฉกลับหากมีการโต้ตอบการแถลงก็ไม่เป็นไร ตร.แค่ดำเนินการไปตามขั้นตอน

 ถามว่าการตั้งกรรมการทางวินัยครั้งนี้เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูก่อนที่จะมีการแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-สว.เพื่อไม่ให้มีการออกมาร้องเรียนเช่นนี้หรือไม่ โฆษก ตร.กล่าวว่า ไม่ใช่เช่นนี้ แต่การเป็นข้าราชการต้องมีวินัยซึ่งหากทำผิดผู้บังคับบัญชาก็ต้องพิจารณา อย่างไรก็ตามแม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะถูกพาดพิงด้วย แต่ก็ไม่ได้ประสานหรือสั่งการใดๆ มา 

 ส่วนการแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) ไป รรท.ผบช.ภ.1 แทน พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก.นั้น เป็นการพิจารณาตามความเหมาะสมที่ ผบ.ตร.พิจารณาแล้ว และการตั้งระดับที่ปรึกษา (สบ 10) ไป รรท.นั้นไม่ได้เรื่องแปลก ซึ่งในสมัยหนึ่งเคยแต่งตั้ง พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. ไป รรท.ผบช.น.มาแล้ว ทั้งนี้การตั้ง รรท.ทำได้ทุกระดับ โดยพิจารณาจากความเหมาะสมคุ้นเคยพื้นที่และความมั่นคงด้วย

  ขณะที่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์กล่าวว่า เตรียมจะนำหลักฐานทั้งหมดมาเปิดเผยเพื่อแถลงข่าวครั้งใหญ่ให้สื่อมวลชนได้รับทราบข้อเท็จจริงต่างๆ ในวันที่ 31 ตุลาคม หรือ 1 พฤศจิกายน โดยทุกข้อกล่าวหาที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหามานั้น ตนมีหลักฐานโต้แย้งทุกข้อ และหากไม่มีการฟ้องกลับก็พร้อมที่จะบอกรายชื่อว่ามีใครที่อยู่เบื้องหลังการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้

 "เรื่องนี้ผมมองว่าเป็นการหลอกให้ผมออกมาเปิดเผยรายชื่อมากกว่า เพราะเรื่องพวกนี้จะมีใบเสร็จหรือติ๊งต๊อง นึกว่าผมจะหลงกลเหรอครับ ผมเปิดเผยรายชื่อมันก็รวบรวมข้อมูลไปให้รองสุเทพ" มือปราบปักเป้ากล่าว

 พล.ต.ต.วิสุทธิ์กล่าวอีกว่า จะรวบรวมหลักฐานผลงานต่างๆ มาเพื่อปิดฝาโลงคนที่กล่าวหา ตอนนี้ปล่อยให้เขาพูดไป เพราะตนถูกกลั่นแกล้ง อยากให้ ส.ส.ภาคใต้ทั้ง 7 คนไปถามประชาชนชาวสงขลาได้เลย หากมีคนบอกว่าตนไม่ดีต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ก็พร้อมที่จะลาออกจากตำแหน่ง แต่ถ้ามีคนรักเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ คนที่ออกมาพูดต้องแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกไป

 "ผมขอนัดคนที่พูดให้ไปเจอกันที่หาดใหญ่ก็ได้ แล้วให้มหาวิทยาลัยทำโผพิสูจน์ไปเลยว่า พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ดีหรือไม่ดี ถ้าผมดีเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ คนที่กล่าวหาผมก็ต้องลาออก" พล.ต.ต.วิสุทธิ์กล่าว

 นอกจากนี้ พล.ต.ต.วิสุทธิ์กล่าวถึงกรณีที่ถูกย้ายดังกล่าวมาจากการกระทำผิดในข้อหาร่วมกันปลูกสร้างร่องน้ำและกีดขวางทางสัญจรของประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า และให้ชี้แจงว่ามีสิทธิ์อะไรที่แต่งเครื่องแบบ ภปร. ที่เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยพื้นที่พระราชวังว่า เรื่องที่มีการกระทำผิดปลูกสร้างร่องน้ำขัดขวางทางสัญจรของประชาชนนั้นตนไม่เกี่ยวข้อง

 "ผู้ที่ร้องคือคนที่ไม่ถูกกับผมครับ" พล.ต.ต.วิสุทธิ์กล่าวย้ำและว่า เรื่องเครื่องแบบ ภปร.นั้นบอกเลยว่าไม่รู้ อัยการก็สั่งไม่ฟ้องเพราะตนไม่มีเจตนา เป็นการแสดงความจงรักภักดี ส่วนทางวินัยก็ยุติแล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามในตอนท้ายถึงกรณีที่มีการระบุชื่อย่อว่า "ช" เป็นนักการเมืองเข้าไปล้วงลูกนั้น พล.ต.ต.วิสุทธิ์กล่าวว่า ไม่เคยพูดถึงอักษรย่อว่า "ช" บอกเพียงว่าลูกพี่นายกฯ เท่านั้น ไม่เชื่อไปเปิดตอนแถลงข่าวดูได้

 ด้านนายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 28 ตุลาคม ตนพร้อมด้วย ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอหลักฐานกรณีของ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ พร้อมทั้งจะเสนอให้ ผบ.ตร.ตรวจสอบพฤติการณ์ของ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ด้วย