ข่าว

เอกชนหนุนรัฐตั้งเขตศก.พิเศษแม่สอดดันค้าขายชายแดนไทย-พม่าพุ่ง10เท่า

เอกชนหนุนรัฐตั้งเขตศก.พิเศษแม่สอดดันค้าขายชายแดนไทย-พม่าพุ่ง10เท่า

28 ต.ค. 2553

หอการค้า จ.ตากหนุนรัฐบาลตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด คาดใช้เวลา 3-5 ปีวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อดันมูลค่าค้าชายแดนไทย-พม่าเพิ่มขึ้น 10 เท่า จากปัจจุบันปีละกว่า 2 หมื่นล้าน

 นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผยว่า การที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก นับเป็นเรื่องที่ดี สอดคล้องกับการยกฐานะเมืองแม่สอดเป็นเขตปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งทางหอการค้าจังหวัดตาก อยากให้เร่งผลักดันตั้งคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เพื่อวางขอบเขตของแผนแม่บทเสนอให้แก่ภาครัฐได้อย่างเหมาะสม เพราะในพื้นที่กว่า 5,600 ไร่ จำเป็นต้องมีการกำหนดโซนให้ชัดเจน

 ทั้งนี้ เบื้องต้นเห็นว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ภาครัฐคงจะต้องเป็นผู้ลงทุนในส่วนของระบบสาธารณูปโภคครบวงจร เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถเข้าไปบริหารจัดการได้ต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมการ จะเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญทั้งด้านของโครงสร้าง และงบประมาณการลงทุน หรือแม้แต่ในส่วนของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศ (กนอ.) ก็ต้องการเข้ามาเป็นตัวหลักในการวางขอบเขตของนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่แห่งนี้ด้วย

 "มองว่าหลังจากนี้ไปอีก 3-5 ปี โครงสร้างของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานควรจะเสร็จ เพื่อให้เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดเดินหน้าต่อไปได้ ไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่เท่านั้น ยังมีผลต่อเนื่องไปยังมูลค่าการค้าชายแดนไทย-พม่า ที่มีอยู่ปีละ 2 หมื่นล้านบาท น่าจะขยายตัวเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10 เท่า อีกทั้งยังจะกลายเป็นประตูการค้าสำคัญของประเทศเอเชียแถบตะวันตกอีกด้วย"นายบรรพตกล่าว

 ขณะที่นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคเอกชน และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว รวมถึงนักท่องเที่ยว วิตกกังวลกับการที่รัฐบาลยังคงไว้ ซึ่งการประกาศกฎอัยการศึกในเขตพื้นที่ จ.ระนอง โดยอ้างเป็นพื้นที่ชายแดน มีปัญหาการทะลักเข้ามาของแรงงานต่างด้าว แต่พบว่าการที่ระนองยังคงมีกฎอัยการศึกได้ส่งผลกระทบต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดที่กำหนดเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเมืองสปาชั้นนำของโลก

 ดังนั้น ภาคเอกชน และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว รวมถึงนักท่องเที่ยว ต่างมีความเห็นสอดคล้องกันว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก