ข่าว

นายกฯชี้4ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย"หม่อมอุ๋ย"เตือนทุนนอกทะลักเข้าไทยก่อฟองสบู่

นายกฯชี้4ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย"หม่อมอุ๋ย"เตือนทุนนอกทะลักเข้าไทยก่อฟองสบู่

28 ต.ค. 2553

นายกฯ ระบุความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยมี 4 ปัจจัย "เศรษฐกิจโลก-ทุนไหลเข้า-ภัยธรรมชาติ-การเมือง" ด้าน ”หม่อมอุ๋ย” เสนอกระตุ้นใช้จ่ายในประเทศ ห่วงเงินไหลเข้าตลาดหุ้นดันราคาทรัพย์สินก่อฟองสบู่ ขณะที่ ”ศุภรัตน์” แนะเอกชนต้องปรับตัวรับบาทแข็ง หวั่นแบงก์ชาติขาดทุนอ่ว

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยกับการรับมือของรัฐบาล จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจว่า ความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยจากความผันผวนของการเงินโลกในระบบทุนนิยมทำให้ยากต่อการป้องกัน ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมรับมือใน 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าของไทยที่ยังต้องต่อสู้กับภาวะวิกฤติ 2.การไหลของเงินทุน 3.ภัยธรรมชาติ ทำให้เกิดปัญหาผลกระทบตามมาทั้งเรื่องความเสียหายทางการเกษตรและทางเศรษฐกิจ และ 4.ปัญหาการเมือง

 "การรับมือของรัฐบาลคือ การดูแลเครื่องมือบริหารเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่น พร้อมใช้งานยามฉุกเฉิน และต้องเร่งส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว รวมทั้งเร่งสร้างหลักประกันความมั่นคงของประชาชนผ่านระบบรัฐสวัสดิการและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจไทยกับการเติบโตของจีดีพีปี 2554 อยู่ที่การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนที่ต้องกระตุ้นต่อเนื่อง และการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งการส่งออกปีหน้าน่าจะปรับลดลงจากกำลังซื้อของตลาดต่างประเทศและจากการแข็งค่าของเงินบาทที่ขณะนี้ไทยแข็งค่ามากที่สุดในเอเชียหรือแข็งจากต้นปีถึง 14% จากการไหลเข้ามาของเงินทุนต่างประเทศ

 “แม้ว่าภาคเอกชนต้องปรับตัวรับการแข่งขัน แต่รัฐบาลต้องดูแลให้เวลาและให้โอกาสผู้ประกอบการปรับตัวด้วย โดยการชะลอการแข็งค่าของเงินบาทที่ขณะนี้มีความรุนแรงเท่าที่เคยเห็นมา ซึ่งมองว่าเงินบาทจะแข็งต่อเนื่องไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า” ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวและว่า หากยังปล่อยให้เงินไหลเข้ามามากขึ้นก็อาจนำไปสู่ปัญหาที่หนักขึ้น เพราะขณะนี้มองว่าราคาสินทรัพย์สูงเกินความเป็นจริงไปแล้ว ดูจากดัชนีตลาดหุ้นที่พุ่งขึ้นมากจาก 760 จุดเป็นพันจุด หรือเพิ่มขึ้น 30% ในช่วง 4 เดือน แม้เวลานี้ปัญหาเพิ่งเริ่มก่อตัวแต่ใน 6 เดือนข้างหน้าอาจจะเห็นฟองสบู่แตกอีกครั้งหนึ่งก็ได้

 นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล รองประธานคณะกรรมการบริหารการเงินและกรรมการการลงทุนเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ขณะนี้พื้นฐานทางเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ดูจากกระแสเงินทุนไหลเข้าออกที่น่าจะมีสถานการณ์เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จึงไม่ได้มองที่ปัญหาแต่อยากให้มองที่การปรับตัวมากกว่า เพราะการเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทโดย ธปท.นั้นทำได้แค่ชั่วคราว เนื่องจากมีต้นทุนสูงและไม่อยากให้ ธปท.ต้องรับภาระขาดทุนจากค่าเงินมากเหมือนในอดีต