
การหาเสียงสกปรกมาแรงในสหรัฐ (4)
ที่รัฐเนวาดา ชารอน แองเจิล ผู้สมัครชิงส.ว.สังกัดพรรครีพับลิกันได้เปิดตัวโฆษณาที่กล่าวหาแฮ์รี รีดว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายบารัก โอบามาและนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทน โดยเรียกรวมๆ ว่าเป็น "นิยายรักแบบโศกนาฏกรรม" พร้อมกับประณามมาตรการกระตุ้นเศรษฐก
ขณะเดียวกัน โฆษณาชิ้นใหม่ของรีดเองก็ตราหน้าแองเจิลว่า "สุดโต่งมากเกินไป" โดยอ้างถ้อยแถลงของเธอเกี่ยวความมั่นคงทางสังคม การทำแท้งและเหยื่อการข่มขืน รวมทั้งการที่เธอสนับสนุนโครงการของโบสถ์คริสต์นิกายไซแอนโตโลยีแห่งหนึ่ง ที่เรียกร้องให้สนับสนุนให้นักโทษได้ไปใช้บริการอาบอบนวดและเซาน่า
อย่างไรก็ดี ใช่ว่าทุกคนจะชอบการหาเสียงสกปรกและไม่สร้างสรรค์แบบนี้
จอห์น ฮิคเคนลูเปอร์ ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตในรัฐเนวาดา ได้หาเสียงแนวใหม่ด้วยการออกอากาศโฆษณาภาพของตัวเองขณะก้าวไปยืนใต้ฝักบัวอาบน้ำครั้งแล้วครั้งเล่า โดยสวมเสื้อผ้าเต็มชุด เพื่อตอบโต้การโฆษณาหาเสียงสกปรกๆ แบบนั้น
ไม่น่าเชื่อว่าการหาเสียงแบบตลกๆ ของฮิคเคนลูเปอร์จะได้ผลเกินคาด เมื่อปรากฏว่าได้คะแนนนำถึงเลขสองหลัก
ด้านพรรคตราลาเดโมแครตเอง หลังจากตระหนักว่าตกเป็นฝ่ายรองบ่อนในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ ทั้งจากโฆษณาเชิงลบและจากคะแนนนิยมที่ลดลงของประธานาธิบดีโอบามา โดยผลการสำรวจความเห็นของเอพีและโนว์เลจเน็ตเวิร์กพบว่า 1 ใน 4 ของผู้ลงคะแนนให้นายโอบามาเมื่อ 2 ปีที่แล้วกำลังแปรพักตร์ไปหาพรรคตราช้างรีพับลิกัน หรือคิดว่าจะไม่ลงคะแนนให้พรรคที่กำลังบริหารประเทศ เพราะไม่พอใจพรรคเดโมแครตมากกว่าต้องการสนับสนุนพรรครีพับลิกันอย่างจริงจังก็ตาม
พรรคตราลาเดโมแครตจึงตัดสินใจแก้เคล็ดด้วยการปรับโฉมใหม่ด้วยการเปลี่ยนโลโก้กับสโลแกนพรรคใหม่ โดยสโลแกนใหม่ของคณะกรรมการพรรคเดโมแครตแห่งชาติคือ "เชนจ์ แดท แมทเทอร์ส"
ขณะเดียวกันเว็บไซต์ www.democrats.org ของพรรคก็ได้ใช้โลโก้ใหม่เป็นตัวอักษรตัว "ดี" ใหญ่ สีฟ้าอ่อน บนพื้นขาวล้อมรอบด้วยวงกลมสีฟ้าเข้ม ที่นำมาใช้แทนโลโก้เก่าที่เป็นตัวอักษรดีเอ็นซี ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ช่วงประธานาธิบดีบิล คลินตัน ระหว่างปี 2536-2543
ทิม เคน โฆษกของดีเอ็นซี เผยว่า การปรับเปลี่ยนโฉมจากที่เคยเน้นดีเอ็นซีที่ใช้มานานถึงหนึ่งทศวรรษไปเน้นที่ตัวคนคือ "ดี" ใหญ่ เพราะ "ดี" ใหญ่มาจากคำว่า "ชาวเดโมแครต"
"มีชาวอเมริกันมากกว่า 75 ล้านคนที่ภูมิใจที่จะบอกว่าตนเป็นชาวเดโมแครต" นายทิม เคนย้ำ
อีกไม่กี่วันก็คงรู้ว่าการแก้เคล็ดครั้งนี้จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



