ข่าว

 วิกฤติ หรือโอกาส

วิกฤติ หรือโอกาส

28 ต.ค. 2553

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำไหลหลากท่วมไปครึ่งค่อนประเทศนั้น ประชาชนคนไทยส่วนมากต่างเทน้ำใจหลั่งไหลไปช่วยกันเต็มที่ และเห็นได้ชัดเจนว่าการเข้าถึงพื้นที่และเข้าหาประชาชน ที่ประสบปัญหาโดยตรง รวมถึงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมของหน่วยงานราชการ ยังเดินตามหลังรายงานข่าวจาก

 ความช่วยเหลือจากภาคเอกชนทั้งหลายไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าแน่นอนที่ต้องมีการประชาสัมพันธ์องค์กรและสินค้าไปบ้าง แต่ก็เป็นไปตามลักษณะการปรกติของธุรกิจ ต่างไปจากการช่วยเหลือด้วยการใช้งบประมาณของทางราชการ ที่เป็นเรื่องต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องมาจากเป็นที่รู้กันว่าวิกฤติการณ์น้ำท่วมของชาวบ้าน ถูกเปลี่ยนไปเป็นโอกาสให้กลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติทุกครั้ง

 เงินค่าจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้สำหรับป้องกันน้ำท่วม เช่น ค่ากระสอบและค่าทรายสำหรับตั้งกำแพงป้องกันน้ำ มักจะถูกแจ้งจำนวนซื้อสูงกว่าที่ได้ซื้อหามาใช้งานจริง เพราะได้แจ้งว่าถูกน้ำพัดพาละลายไปตามกระแสจนไม่สามารถตรวจสอบได้ แม้กระทั่งค่าจ้างแรงงานที่ต้องใช้ในยามเร่งด่วน 

 การเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ซึ่งเป็นฐานคะแนนเสียงของตนเอง โดยหวังผลคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แทนที่จะเลือกช่วยเหลือตามความจำเป็นเร่งด่วนอย่างแท้จริง ล้วนเป็นโอกาสของคนที่จ้องหวังจะโกง หรือหาผลประโยชน์จากน้ำท่วมได้ทั้งสิ้น

 วิกฤติการณ์น้ำท่วมถูกฝ่ายการเมือง นำไปใช้แปลงเป็นประโยชน์ได้หลากหลาย คนที่ตั้งใจเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ เมื่อถึงคราวเลือกตั้งก็ได้รับผลดีตอบสนอง บางคนก็จ้องจับผิดฝ่ายตรงข้ามที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน โดยหวังว่าจะนำไปเป็นเครื่องมือในการฟ้องร้องเมื่อมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป

 น้ำท่วมครั้งนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ มักจะเป็นพื้นที่ซึ่งฝ่ายรัฐบาลมีคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาน้อยกว่าฝ่ายตรงข้าม หากรัฐบาลเร่งเข้าไปดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ก็สามารถพลิกกลับมามีโอกาสชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ไม่ยาก แต่หากการช่วยเหลือเข้าไปช้าและไม่ทั่วถึง ช่องว่างของความนิยมก็จะถูกถ่างกว้างออกไปมากขึ้น

 และที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าทุกครั้งที่มีน้ำท่วม ในพื้นที่ภาคเหนือลามมาจนถึงภาคกลาง จนสร้างความตื่นตระหนกให้แก่คนในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ วิธีป้องกันมิให้พื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ ต้องถูกน้ำท่วมไปด้วย รัฐบาลและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง มักจะเลือกใช้การระบายน้ำออกไปยังพื้นที่รอบกรุง หรือกักน้ำชะลอให้ขังอยู่กับพื้นที่ภาคกลาง จนกระทั่งน้ำทะเลลดลงไม่หนุนเอ่อขึ้นมา จึงจะระบายน้ำให้ไหลผ่านกรุงเทพฯ ไปออกปากอ่าวต่อไป จนทำให้เกิดข้อครหาขึ้นมาว่า ยอมให้น้ำท่วมต่างจังหวัดดีกว่าที่จะให้น้ำเปียกพื้นที่กรุงเทพฯ

 แต่ปัจจุบันนี้รัฐบาลต้องไม่ลืมว่า “สองมาตรฐาน” คือคำที่ถูกการเมืองนำไปขยายผลจน “จุดติด” ขึ้นมาง่าย ดังนั้น ในขณะที่พื้นที่ครึ่งหนึ่งของประเทศกำลังถูกน้ำท่วม แต่ฝ่ายผู้บริหารกรุงเทพมหานครและคนในรัฐบาล จะออกมาให้ข่าวเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจกับคนในเมืองกรุงว่า “น้ำไม่ท่วม”

 จึงต้องระมัดระวังไม่ให้คนต่างจังหวัด ที่ยังต้องลอยคอเพราะน้ำท่วมคิดขึ้นมาได้ว่า เขาต้องถูกน้ำท่วมและลำบากกับน้ำที่ขังยาวนาน เพียงเพราะให้คนในกรุงเทพฯ ได้สบายปลอดภัยจากน้ำท่วม มิฉะนั้นเมษายนปีไหนๆ ก็ยากที่จะไม่ให้มีคนต่างจังหวัดเข้ามาเดินขบวนเล่นกันตามย่านการค้าในเมืองกรุง   เหมือนเมษายนของสองสามปีที่ผ่านมา จนทำให้ธุรกิจและการค้าเสียหายหรือล้มเหลวมาแล้ว สถานการณ์อย่างนี้จะเลือกให้เป็นโอกาส หรือเป็นวิกฤตก็ได้ทั้งนั้นครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ