ข่าว

 ได้ดีมีเส้น

ได้ดีมีเส้น

28 ต.ค. 2553

“ช่วยดู...ด้วย เขาทำงานดี” เสียงเรียบๆ เย็นๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ปลายสาย ทำให้อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยุคหนึ่ง ผู้มีบุคลิกตรงไปตรงมา ต้องคิดหนัก นี่เป็นเหตุหนึ่งที่สะท้อนภาพความเป็นจริง

ในระบบการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสูงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่าระบบคุณธรรมไม่มีโอกาส หรือมีโอกาสน้อยอย่างยิ่ง ที่จะทำหน้าที่คัดกรองตำรวจดีๆ มาทำงานในตำแหน่งหน้าที่ที่เหมาะสมให้ประชาชน ปรากฏการณ์ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุด โดยเฉพาะเมื่อพรรคการเมืองที่มีฐานเสียงในภาคใต้ ได้ครองอำนาจ ตำรวจที่จะเป็นใหญ่ได้ในพื้นที่นี้ อาจจำเป็นต้องสายตรงเท่านั้น

 แม้ถ้อยคำของ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) ที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) พิจารณาแต่งตั้งให้โยกย้าย ไปเป็นรอง ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.) ไม่มีน้ำหนักมากนัก แต่เนื้อหาที่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าว ก็นับว่าน่าสนใจ “สาเหตุที่ถูกย้าย เพราะเมื่อไปอยู่ที่ บช.ภ.9 ดูแลจังหวัดสงขลา ตรัง สตูล พัทลุง มีบ่อนการพนัน อบายมุขทุกอย่าง ยาเสพติด โปปั่น โต๊ะพนันบอล หวยหุ้น น้ำมันเถื่อน ของหนีภาษี ยาเสพติด ถูกผมจับกุมจำนวนมาก แล้วมีนักการเมืองมาเคลียร์ แต่เคลียร์ไม่ได้...” นี่เป็นปัญหาหรือไม่ ไม่สำคัญเท่าเป็นความจริงหรือไม่ เมื่อหมูไม่กลัวน้ำร้อนออกมาท้าทายเช่นนี้

 น่าสังเกตว่า การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ตั้งแต่ระดับรอง ผบ.ตร. ผบช.ลงมา ไม่มีการพิจารณาครั้งใดที่เป็นไปตามกำหนดวาระประชุม ก.ตร.มีแต่การประวิงเวลาออกไป ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา เงื่อนเวลานี้เอง เป็นช่องว่างให้นักการเมืองเซ็นชื่อหลังนามบัตร เช่น กรณีข้อกล่าวหานายศิริโชค โสภา ปีก่อน เป็นจังหวะที่นักการเมืองจะมีคำขอแกมบังคับให้ผู้มีอำนาจพิจารณา หรือกระทำด้วยวิธีการใดก็ตาม ให้คนของตัวเองได้รับตำแหน่งหน้าที่ที่ดีขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายยังมีบัญชีรายชื่อเป็น 2 บัญชี บัญชีที่ 1 คือผู้ที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งจะได้พิจารณาก่อน บัญชีที่ 2 กลุ่มผู้จบปริญญาตรี นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์

 ระบบการแต่งตั้งโยกย้ายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แน่นอนว่าไม่เคยสะท้อนภาพความเป็นจริงในความรู้ ความสามารถของนายตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งมากนัก ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนโครงสร้างให้ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการบริหาร แต่กลไกนี้ก็ไม่อาจป้องกันการแทรกแซงได้ ฉะนั้น ตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง โยกย้าย จึงจำเป็นต้องพึ่งศาลปกครอง หรือต้องพูดความจริงต่อสาธารณะ อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่จะสกัดกั้นมิให้เมล็ดพันธุ์แห่งความชั่วร้ายเติบโตต่อไป