ข่าว

ตามรอย"ศพเด็กปริศนา"ใส่ชุดกันฝนหุ้ม...ถุงพลาสติก

ตามรอย"ศพเด็กปริศนา"ใส่ชุดกันฝนหุ้ม...ถุงพลาสติก

28 ต.ค. 2553

ทารกเพศชายผิวขาว วัยประมาณ 8 เดือน ถูกพบเป็นศพอยู่ในถังขยะภายในสถานีรถไฟบางซื่อ ในสภาพเนื้อตัวยังอุ่นๆ ถูก ยัดอยู่ในถุงพลาสติกที่มัดอย่างแน่นหนาหลายชั้น ชุดสืบสวนกำลังแกะรอยไล่ล่าคนร้ายรายนี้ หลังก่อเหตุสะเทือนใจประชาชน!!

ภายในสถานีรถไฟบางซื่อ 1 ถนนเทอดดำริ แขวงและเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ในห้วงเวลา 12.40 น. วันที่ 22 ตุลาคม ขณะที่ผู้โดยสารและประชาชนกำลังพลุกพล่าน ด.ต.ปรัชญา เศรษฐ์พงศกร ผบ.หมู่ ส.รฟ.นพวงศ์ รับแจ้งเหตุจากคนขายน้ำบนขบวนรถไฟ และเก็บขวดน้ำขาย ถึงการพบถุงต้องสงสัยถูกทิ้งไว้ในถังขยะ ข้างห้องน้ำบริเวณสถานีรถไฟบางซื่อ 1 จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบเด็กชายอายุประมาณ 6-7 เดือน สวมผ้าอ้อมสำเร็จรูปห่อด้วยเสื้อกันฝนพลาสติกสีชมพู ใส่ถุงพลาสติกสีเขียวอีกหนึ่งชั้น มีถุงพลาสติกสีขุ่นใบใหญ่สำหรับใส่ที่นอนหมอนยี่ห้อหนึ่งสวมทับอีกชั้น แล้วใช้สก๊อตเทปใสปิดปากถุงอย่างแน่นหนา จึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

 "ผมจับตัวเด็กผู้ชายคนนี้ยังอุ่นๆ นิ่มๆ ตอนแรกคิดว่ายังไม่เสียชีวิต ก็ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยปั๊มหัวใจแล้วผายปอดให้ แต่เด็กไม่ฟื้น ผมคิดว่าเด็กผู้ชายคงเสียชีวิตมาก่อนหน้านี้แล้ว" ด.ต.ปรัชญา เล่าเหตุการณ์นาทีที่พยายามช่วยชีวิตเด็กชายที่ถูกคนร้ายนำมาทิ้งไว้ในถังขยะ

  ผ่านมาเกือบหนึ่งสัปดาห์จึงรู้ผลชันสูตรเด็กชายคนนี้ แพทย์ผู้ชันสูตรของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ให้ข้อมูลชุดสืบสวนว่า เด็กผู้ชายคนนี้อายุประมาณ 8 เดือน สภาพร่างกายสมบูรณ์อ้วนท้วน น่ารักน่าเอ็นดู รูปร่างสมส่วน ไม่พบบาดแผลใดๆ ตามร่างกาย ภายในกระเพาะอาหารมีแต่น้ำ ไม่เจออาหารหรือนม น่าจะเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว

 "ดูจากสภาพของเด็กที่เปิดกระเพาะอาหารดู ตอนแรกเข้าใจว่าเด็กน่าจะได้รับการเลี้ยงดูที่ดี แต่ปรากฏว่าในกระเพาะอาหารเด็กไม่พบอาหาร ไม่พบคราบนม มีแต่น้ำ ทำให้เข้าใจได้ว่าครอบครัวเด็กอาจมีปัญหา" แพทย์ผู้ชันสูตรวิเคราะห์

 หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.นิพนธ์ ลิ้มติ้ว สว.ส.รฟ.นพวงศ์ กก.1 บก.รฟ. นำชุดสืบสวนออกติดตามคนร้าย โดยพยายามอาศัยจากภาพวงจรปิดภายในสถานีรถไฟบางซื่อ 1 พบว่ากล้องวงจรปิดบางตัวไม่สามารถบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยได้ นอกจากนี้การสอบสวนพยานแวดล้อมให้การที่สับสนและให้การที่แตกต่างกัน

  พล.ต.ต.สุรพงศ์ ศิริภักดี ผบก.รฟ. ได้เรียกประชุมชุดสืบสวน โดยแนวทางการสืบสวนสรุปว่า หลังเวลา 9 โมงเช้า พยานเป็นคนเก็บขยะ บอกว่า ไม่เห็นถุงในลักษณะที่ห่อศพอยู่ในถังขยะใบดังกล่าว ฉะนั้นในห้วงเวลาก่อนที่พบศพ มีเพียงขบวนรถ 140 จากอุบลราชธานีเข้ากรุงเทพฯ และขบวนรถ 340 จากแก่งคอยเข้ากรุงเทพฯ แต่เมื่อชุดสืบสวนออกหาข่าวก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ ของผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าน่าจะเป็นคนร้าย

 การสืบสวนยังไม่ถึงทางตัน...เมื่อชุดสืบสวนตรวจสอบหลักฐานที่ห่อหุ้มตัวเด็กผู้ชาย คือ เสื้อกันฝนสีชมพู สามารถหาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อ ส่วนพลาสติกสำหรับใส่ที่นอนหมอนยี่ห้อหนึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวน แต่พยานแวดล้อมที่พบใบตองห่อข้าวเหนียว และไม้หมูปิ้งประมาณ 4-5 ไม้ ที่รับประทานไปแล้วถูกทิ้งไว้ในถุง ระหว่างถุงพลาสติกสีเขียวและถุงพลาสติกใส่ที่นอน

 "ตอนนี้พอเชื่อว่าคนร้ายไม่น่าจะมาจากต่างจังหวัดแล้วขึ้นรถไฟมาทิ้งตรงจุดเกิดเหตุ แต่พยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทำให้เชื่อว่า คนร้ายน่าจะมาป้วนเปี้ยนอยู่ที่สถานีรถไฟตั้งแต่ช่วงเช้า แล้วซื้อหมูปิ้งและข้าวเหนียวที่ห่อใส่ใบตองมีขายในละแวกนั้นไม่กี่ร้านค้าในช่วงเช้าตรู่ ระหว่างนั้นคนร้ายอาจรอรถไฟ ซึ่งขบวนขาขึ้นในวันเกิดเหตุ พบว่ามีขบวนไปศรีขรภูมิ เวลา 9 โมงครึ่ง ขบวนไปตาคลีปกติมาประมาณ 10 โมงเช้า แต่วันนั้นขบวนมาถึงสถานี 11.40 น. และขบวนไปสุรินทร์เวลาเที่ยงตรง อาจเป็นไปได้ที่คนเก็บขยะบอกว่าเวลา 9 โมงเช้ายังไม่พบอะไร จึงมีความเป็นไปได้ที่คนร้ายอาจรอรถไฟแล้วรอนานจึงตัดสินใจทิ้งเด็กในถังขยะ" ชุดสืบสวนวิเคราะห์

 อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.นิพนธ์ ขอความร่วมมือ "คม ชัด ลึก" ช่วยเผยแพร่ภาพใบหน้าเด็กชายคนดังกล่าว เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี หากใครพบหรือคุ้นใบหน้าเด็กผู้ชายคนนี้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1300-2479 ,08-1829-8348 หรือ 0-2226-3495 ตลอด 24 ชั่วโมง