
สู้ยาว10สมัย !
การประกาศว่าจะมีเลือกตั้งแน่ๆ ในปีหน้าของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดคำถามขึ้นในทันทีว่า ประชาธิปัตย์ และมหามิตรอย่าง ภูมิใจไทยพร้อมแล้วหรือ
ถ้อยแถลงของอภิสิทธิ์ ที่บอกว่า ปีหน้าจะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน แม้ว่าจะห่วงเรื่องการเมือง และหากเป็นไปได้ ก็พร้อมจะแพ้เลือกตั้งเพื่อให้บ้านเมืองสงบดีกว่าชนะแล้วเกิดความวุ่นวาย
คนที่ฟังและคิดตาม ก็คงจะเผลอผงกหัวว่า อืม...ท่าจะจริง
แต่ในแง่มุมของคนเพื่อไทยแล้วเรื่องนี้ มีการพูดคุยกันระหว่างแกนนำกับ ทักษิณ ชินวัตร ในการพบกันครั้งล่าสุดที่รัสเซียว่า วันนี้ หรือพรุ่งนี้ ยังไม่ใช่เวลาของพรรคเพื่อไทย ถึงแม้ว่า ผลการเลือกตั้งออกมาแล้วจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะก็ตาม
สิ่งที่ทักษิณ คิด และถ่ายทอดให้ฟังนั้น มองถึงขั้นว่า การต่อสู้ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ต่อกรกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่กลับเป็นผู้ที่มีบารมีที่อยู่เบื้องหลัง
ชัยชนะเช่นนั้นย่อมไม่มีประโยชน์ แต่กลับจะเป็นโทษเหมือนครั้งเกิดเหตุการณ์รุนแรงช่วงกลางปี
ขณะเดียวกัน ความพยายามชูชื่อ ทักษิณ เพื่อซื้อใจคนในพรรคของแกนนำพรรคบางคนที่กำลังช่วงชิงการนำก็ดูจะเป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ
เพราะชื่อ "ทักษิณ" นั้นได้ถูกสรุปว่าเป็นสัญลักษณ์สิ่งอันตรายที่มีชีวิตไปแล้ว การดึงเอา ทักษิณ มาซื้อใจคนในพรรคและมวลชนคนเสื้อแดงในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะที่บอกว่าจะพากลับบ้าน จะแก้กฎหมาย แก้รัฐธรรมนูญ ยิ่งมากเท่าใด ก็จะทำให้การต่อต้านจากอีกฝ่ายแรงมากขึ้นเท่านั้น
สุดท้าย ทักษิณ ก็ไม่มีวันได้กลับ
นั่นก็คือ ที่มาของยุทธศาสตร์ใหม่ ที่ทักษิณมอบหมายให้แกนนำที่ไปพบ กลับไปสร้างเครือข่าย สร้างฐานเสียงให้แข็งแกร่ง โดยเฉพาะฐานคนเสื้อแดงที่จะต้องเน้นเรื่องปรองดองโดยมีเสื้อแดงขอนแก่น เป็นต้นแบบ
เหตุที่เลือกขอนแก่นเป็นต้นแบบ ก็เนื่องจากแดงที่ขอนแก่นนั้นแกนนำเข้มแข็งและมวลชนหนาแน่น หากทุกพื้นที่ทำได้อย่างขอนแก่นการรอคอยก็จะถึงวันสิ้นสุด พร้อมกับการมีรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืน
นี่คือ เกมยาวของทักษิณ
กำหนดที่ค่อนข้างชัดเจนนับจากนี้ก็คือ 10 สมัย
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทักษิณ จะยอมให้เพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านถึง 10 สมัย เพราะเชื่อมั่นว่า หากพรรคเพื่อไทยหลุดพ้นจากเงาของทักษิณที่ทอทาบอยู่ ก็น่าเชื่อว่า ฝ่ายตรงกันข้ามจะปล่อยให้การเมืองเป็นไปตามธรรมชาติ
ถ้าเพื่อไทยชนะเลือกตั้งก็น่าจะเป็นไปรัฐบาล
แต่หากแกนนำที่ยังทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามรับรู้ได้ว่า เป็นนอมินี เป็นสายตรงของทักษิณ ก็เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีวันได้ไปถึงฝั่งฝัน
แล้วนี่ก็คือที่มาของการรวบรวมมันสมองเพื่อผลิตนโยบายและทะยอยส่งมาให้บรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ห่างหายจากการมีสถานะ "นักเรียน" ไประยะหนึ่ง ได้ค่อยๆ ศึกษาหาความรู้ และนำไปปฏิบัติใช้กับประชาชนในพื้นที่
ล่าสุด แทนที่จะโฟนอินเข้ามาพูดคุยกับส.ส.ในพรรคก็เลือกที่จะส่งจดหมายย้ำถึงความเป็นไปได้ของนโยบายเศรษฐกิจทั้ง 5 ข้อ ที่ได้ส่งมาให้ศึกษา พร้อมกับบอกว่าจะส่งนโยบายด้านอื่นมาให้อีก
ไม่เพียงเท่านั้น ทักษิณ ยังเสนอแนะให้แก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว และให้ระดับรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลด้วยท่าทีที่หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า เพื่อไทยเปลี่ยนไปแล้วหรือ
แต่หากถามไถ่แกนนำที่ไปรัสเซียแล้วก็จะได้คำตอบว่า นี่คือการเดินหน้าสู้ความเป็นจริง
เดินหน้าอย่างอดทนแม้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลายาวนาน
บทสรุปของทักษิณ เมื่อออกมาเช่นนี้ทำให้เกิดคำถามว่า แล้วความพยายามของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่เริ่มเติบใหญ่เพราะพวกพ้องหนาตา จะมีโอกาสไปสัมผัสเก้าอี้หัวหน้าพรรคได้หรือ ?
ก็ในเมื่อทั้งสองล้วนแต่มีภาพของ ทักษิณ ตอกตรึงอยู่
ส่วน พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นั้น ยังเป็นแค่ตัวสำรอง เพราะไม่ถูกเลือกตั้งแต่แรก
เพราะฉะนั้น การประกาศว่าจะให้มีการเลือกตั้งในปีหน้าของ อภิสิทธิ์ จึงไม่ใช่เรื่องตื่นเต้นอันใดของพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง
ในเมื่อต่างก็รับรู้กันแล้วว่า สมัยหน้าไม่ใช่ยุคที่ควรจะรุ่งเรือง หากแต่เป็นช่วงเวลาอันยาวนานในการสร้างฐานของพรรค
นี่คือบทสรุปล่าสุดของทักษิณ กับแกนนำที่รัสเซีย
แต่ทั้งหมดนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ไม่มีใครคาดเดาได้ เพราะแผนอยู่ที่คน แต่ความสำเร็จอยู่ที่ฟ้าลิขิต!
ณยา จิตตานนท์



