
พิสูจน์ความโปร่งใส
การแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับ พล.ต.ต.เสร็จสิ้นไปแล้ว อกหักบ้าง ตื่นเต้นดีใจบ้าง เป็นธรรมดาของการรับราชการ
โผคราวนี้ที่มีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ก็เช่นกัน ถึงแม้จะเป็นนายกฯ ที่ได้ชื่อว่าซื่อสัตย์ ภาพลักษณ์ดี เป็นคนหัวสมัยใหม่ จบการศึกษาจากต่างประเทศ ก็ยังมีข้อครหาจากนายตำรวจที่ถูกเด้งถูกย้าย เป็นปกติธรรมดา
กรณีนายตำรวจคนดังอย่าง พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร จากรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 โผล่าสุดถูกย้ายกลับเข้ามาอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำแหน่งรองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี
เรียกว่า เด้งเข้ากรุตามที่เจ้าตัวบอก
รองวิสุทธิ์ยังข้องใจและเชื่อว่า ที่ตัวเองถูกย้ายเพราะไปขัดผลประโยชน์กับนักการเมืองกลุ่มหนึ่ง หลังจากเข้าไปกวดขันจับกุมน้ำมันเถื่อน หวยเถื่อน บ่อนการพนัน โต๊ะพนันบอล รวมถึงยาเสพติด
และมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะมีการประชุม ก.ตร. เรียกว่าล็อกเป้าไว้แล้ว
ถ้อยแถลงยังออกลูกขู่ว่า นายกฯ และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ แต่จะไม่ฟ้องศาลอยากให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินเอง
น่าดูสำหรับนายตำรวจที่มีชื่อติดอยู่กับสื่อ ทำงานคู่ขนานกับสื่อมาตลอด
ปกติการพิจารณาโผโยกย้ายตำรวจที่ผ่านมา มีการจัดทำบัญชีไว้ก่อนมีบอร์ดกลั่นกรอง จากนั้นเสนอที่ประชุมใหญ่ ก.ตร. ธรรมชาติของบัญชีย่อมมีตั๋วฝากนักการเมือง, ตำรวจในสายผู้บริหารระดับสูง สตช. และเด็กของ ก.ตร.บางส่วนผสมผสานกันไป
แต่ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทุกครั้งจากกลุ่มที่มีส่วนได้เสีย
ครั้งนี้ก็เช่นกันนายกฯ น่าจะถือโอกาสสร้างบรรทัดฐาน นายตำรวจหรือข้าราชการคนใดสงสัยว่าตัวเองถูกย้ายโดยไม่เป็นธรรม ก็ชี้แจงเหตุผลให้ประชาชนรับทราบกันไปเลย
ชี้แจงทุกรายชื่อที่แสดงความจำนง ใครมีพฤติกรรมอย่างไร เหมาะสมกับตำแหน่งอย่างไร
นายกฯ และผู้นำตำรวจจะได้เคลียร์ตัวเอง เกิดความโปร่งใส ลบข้อครหาเด็กฝากเด็กเส้นด้วย
คำชี้แจงจะเป็นตัวสร้างบรรทัดฐาน ใครไม่ดีจริง ไม่ต้องมาโวยวาย คนทำงานก็ขอคำตอบได้ สื่อและประชาชนเป็นพยาน ถ้าทำงานดีชาวบ้านเขาเรียกหาเอง
ประเภทตีกินเปล่า พวกชักดิ้น ชักงอ เมื่อถูกโยกย้าย จะได้หายไป เริ่มแจงจากกรณีรองวิสุทธิ์ นี่แหละ!!



