ข่าว

ศาลรธน.ฟ้องคนปล่อยข่าว-คลิปยุบปชป.

ศาลรธน.ฟ้องคนปล่อยข่าว-คลิปยุบปชป.

27 ต.ค. 2553

มติศาลรธน.แจ้งความคนให้ข่าวพาดพิงตุลาการศาลรธน.ช่วย "ปชป." ไม่ถูกยุบพรรค "พสิษฐ์" โดนข้อหานำความลับราชการไปเปิดเผย

(27ต.ค.)  หลังตกเป็นข่าวมานานกว่า 2 สัปดาห์เรื่องคลิปล็อบบี้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ และคลิปการหารือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ถูกปล่อยออกมาทางเว็บไซต์ยูทูบ จำนวน 5 ตอนด้วยกัน ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญตัดสินใจเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้แล้ว

 ศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารแถลงข่าว วันที่ 27 ตุลาคม ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา มีผู้ให้ข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ ในลักษณะดูหมิ่น หมิ่นประมาทและข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการเปิดเผยคลิปวิดีโอเกี่ยวข้องกับการประชุมพิจารณาคดีของศาล ตามลำดับดังนี้ 1.เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 มีบุคคลข่มขู่ศาลรัฐธรรมนูญ ว่ามีคลิปที่เกี่ยวข้องกับศาลรัฐธรรมนูญ และได้ให้ข่าวต่อหนังสือพิมพ์ข่าวสด ว่า "ทราบว่าเวลานี้ รังสีอำมหิตได้ส่งไปช่วยไม่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์" นอกจากนี้ยังมีหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันที่ระบุว่า "พี่น้องประชาชนจะได้เห็นคลิปที่แสดงให้เห็นถึงความหายนะของกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญ และคนไทยจะต้องตกตะลึงกับคลิปดังกล่าว ก็คือมีบุคคลคนหนึ่งไปรับงานเพื่อไม่ให้มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์แต่กลับโดนบันทึกภาพเอาไว้ได้" และ นสพ.มติชน ว่า "ค่อยดูกันว่าความลับไม่มีในโลก เราเชื่อว่าหากไม่มีใบสั่งใดๆ พรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบไปนานแล้ว"

 และต่อมา มีการเผยแพร่คลิปภาพนิ่งของประธานองคมนตรี นั่งอยู่กับประธานศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะที่ทำให้สาธารณชนหลงเข้าใจผิดไปว่า ได้มีใบสั่งไม่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท และข่มขู่ศาลในการพิจารณาคดีหรือพิพากษาคดี อันเป็นการกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 139 และ 198

 2.เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2553 มีบุคคลไม่ทราบชื่อ นำคลิปวิดีโอจำนวน 5 คลิป โพสต์ในเว็บไซต์ยูทูบ ซึ่งในคลิปที่เปิดมี 3 คลิปที่เป็นความลับการประชุมพิจารณาคดีของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีผู้นำคลิปไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ จึงเป็นการนำความลับในราชการไปเปิดเผยให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับ ซึ่งสอดคล้องกับที่มีบุคคลได้กล่าวข่มขู่ศาลไว้ดังกล่าวข้างต้น อันถือว่าเป็นการร่วมกันทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 164 การกระทำของบุคคลที่ถ่ายคลิปในห้องประชุมตุลาการ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 164 และ 323 นอกจากนั้นยังมีบุคคลอื่นร่วมกระทำความผิดโดยดูหมิ่น หมิ่นประมาทศาลโดยให้ข่าวแก่หนังสือพิมพ์อีกหลายครั้งด้วยกัน

 ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติมอบหมายให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดดังกล่าวข้างต้น และที่ประชุมมีมติมอบหมายให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งให้กระทรวงต่างประเทศดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ประเภทราชการ ของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เนื่องจากปัจจุบันนายพสิษฐ์ พ้นจากตำแหน่งเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

 ในการประชุมครั้งนี้คณะตุลาการแสดงความห่วงใยต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและดำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันศาล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของประเทศ ในฝ่ายของอำนาจตุลาการจึงได้กำหนดเป็นหลักการเกี่ยวกับหลักปฏิบัติ ในกรณีที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในครั้งนี้ โดยให้ยึดมั่นในหลักของการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและความมั่นคงหนักแน่น ในการดำรงรักษาความยุติธรรมตามภาระหน้าที่ทางตุลาการของสถาบันศาลรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ ไม่มีความประสงค์จะดำเนินการใดๆ อันเป็นการตอบโต้ หรือเป็นคู่กรณีกับฝ่ายใด หากจำเป็นต้องดำเนินการในเรื่องใด ก็จะคำนึงถึงกระบวนการขั้นตอนตามหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง

 ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามหลักการดังกล่าวและเพื่อให้สาธารณชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างถูกต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หากมีความจำเป็นต้องแจ้งข่าวสารใดให้ทราบ จะได้ประชุมหารือร่วมกัน เมื่อมีมติเป็นอย่างไร ก็จะได้แถลงหรือมอบหมายให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งให้ทราบเป็นครั้งๆ โดยลำดับต่อไป

 รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นำความลับราชการไปเปิดเผย และเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำ นปช.และกลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ให้สัมภาษณ์ในลักษณะหมิ่นประมาทและข่มขู่ศาลในช่วงที่ผ่านมา