ข่าว

ชวรัตน์หนุนผู้ว่าฯขอเพิ่มวงเงินช่วยน้ำท่วม

ชวรัตน์หนุนผู้ว่าฯขอเพิ่มวงเงินช่วยน้ำท่วม

27 ต.ค. 2553

"ชวรัตน์"หนุนผู้ว่าฯขอเพิ่มวงเงินช่วยน้ำท่วม สั่งตรวจความเสียหาย - เร่งกู้ซากหลังน้ำลด ด้าน สธ.ขอผู้ว่าฯช่วยประสานภารกิจพื้นที่ กำชับเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงคิดฆ่าตัวตาย ส่วน ตร.ส่งกำลังดูแลจราจร - ความปลอดภัยที่พักผู้อพยพ รมว.พม. ยัน จ.อุบล รับมือภัยน้ำ

เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ห้องประชุม 1 กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวเป็นประธานการประชุมกระทรวงมหาดไทยครั้งที่ 11 / 2553 ร่วมกับผู้บริหารระดับสูง โดยครั้งนี้ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ถึงสถานการณ์น้ำท่วม ว่า ให้ทุกจังหวัดเร่งช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมทุกจุด โดยเฉพาะผู้ประสบภัยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ส่วนจังหวัดที่ประสบอุทกภัย ขอให้ประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ. ) อย่างใกล้ชิด โดยเร่งขอขยายวงเงินในอำนาจของผู้ว่าฯ เพื่อที่จะได้มีเงินทดลองราชการไปให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว ทันสถานการณ์

 นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ให้ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ ของจังหวัด จัดประชุม เพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายตื่นตัวและรับรู้ข้อมูลข่าวสารเท่าๆกัน และ ขอให้กรมฯและรัฐวิสาหกิจ เร่งตรวจสอบความเสียหาย หลังเหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้ว ในส่วนภูมิภาคขอให้ทุกจังหวัดเร่ง สำรวจความเสียหาย และดำเนินการฟื้นฟูบูรณะให้เร็วที่สุด และถูกต้องตามระเบียบโดยเคร่งครัด ด้วยความโปร่งใส อย่างไรก็ตามให้จังหวัดทางภาคใต้ ติดตามสถานการณ์ สภาพอากาศโดยใกล้ชิดและเตรียมการรองรับสถานการณ์ให้พร้อมด้วย

 ด้านนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ( สธ. ) กล่าวว่า สธ.ได้ดูแลเป็นสองส่วนคือ 1 .ให้บริการผู้ป่วยในโรงพยาบาล และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตามจุดพักที่มีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้ จึงได้สั่งให้นายแพทย์ สธ. 35 จังหวัดในพื้นที่น้ำท่วม ให้ดูบัญชีผู้ป่วยเรื้อรังที่ไม่สามารถมารับยาได้ โดยเมื่อถึงเวลานัดหมายขอให้นำยาไปให้ จึงขอให้ผู้ว่าฯช่วยสนับสนุนเรือเพื่อนำยาไปให้ผู้ป่วยได้   2 .ส่วนของโรงพยาบาล และสถานีอนามัย อย่างน้ำท่วมที่ โรงพยาบาล จ.นครราชสีมา ก็ให้บริการไม่ได้ สธ.จึงสั่งให้ทุกโรงพยาบาลมีแผนป้องกันน้ำท่วม ดังนั้นขอให้ผู้ว่าฯช่วยดูแลโรงพยาบาลใหญ่ๆของ สธ.แต่ประชาชนอาจมองว่าสูบน้ำไปให้เขา ก็ขอให้ผู้ว่าฯช่วยชี้แจงประชาชนด้วย

  นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อว่า 3 .ผู้เสียชีวิต 59 ราย ปรากฏว่าจมน้ำไป   52 ราย ก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยขอห็ผู้ว่าฯช่วยให้ประชาสัมพันธ์จุดเสี่ยงด้วย นอกจากนี้ในเรื่องของห้องน้ำ สธ.ได้แจกถุงดำไปแล้วแสนกว่าถุง ซึ่งสามารถเบาเทาได้ และ 5. เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ สิ่งที่คนกังวลมาคือโรคเครียด หากเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้วพบว่ามีประชาชนหลายคนเจอสภาพน้ำที่เข้าท่วมอย่างรวดเร็ว   ก็มีอาการเครียดเพราะสูญเสียไปมาก ถ้าเจ้าหน้าที่เห็นก็ขอให้แจ้ง สธ.จังหวัด เพราะหากไม่มีการผ่อนคลายอาการนี้ก็กลัวว่าจะลามไปหลายคน เช่นการฆ่าตัวตาย ทั้งนี้ สธ.ได้แจกยาป้องกันโรคน้ำท่วมไป 3 แสนชุด และจะผลิตเพิ่ม 9 แสน โดยผู้ว่าฯสารถปะสานขอ สธ.จังหวัดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้

  ด้านผู้บัญชาการ สำนักงานยุทธศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กล่าวว่า   เจ้าหน้าตำรวจได้เสริมกำลังของหน่วยที่เกี่ยวข้องโดยตรงเช่น ตำรวจตะเวนชายแดน ตำรวจน้ำ และตำรวจทางหลวง เพื่อเข้าทำการช่วยเหลือ โดยรับการประสานงานกับผู้ว่าฯเป็นหลักเพื่อให้เกิดเอกภาพ นอกจากนี้ศูนย์ปฏิบัติการจะเน้นการช่วยเหลือบุคล และการแก้ไขปัญหาการจราจรให้สามรถสัญจรไปได้ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม ส่วนการรักษาความปลอดภัยจะช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายทรัพย์สิน และรักษาความปลอดภัยที่พักชั่วคราว   ที่สำคัญได้ดูแลคันกั้นน้ำต่างๆ โดยชี้แจงประชาชนที่อยู่นอกคันและในคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น และหลังเหตุน้ำท่วมจะเน้นการป้องกันเรื่องอาชญากรรมต่อไป

 จากนั้นนายอิสสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มาจาก จ.อุบลราชธานี ว่า ในฐานะที่ตนเป็น รมว.พม. และ เป็น ส.ส.จังหวัดอุบลฯ หลังที่ลงตรวจพื้นที่พร้อมพับผู้ว่าฯ และร่วมประชุมกับส่วนราชการจังหวัด ก็พบว่าพื้นทื่ จ.อุบลฯ มีน้ำท่วมอยู่ 3 อำเภอ คือ อ.วารินชำราบ อ.เมือง และ อ.เขื่องใน ทั้งนี้ ตนได้รับการรายงานจากชลประทานจังหวัดว่า ขณะนี้น้ำใน แม่น้ำมูล ได้เริ่มไหลเข้ามายัง จ.อุบลฯ แล้ว ส่วนน้ำที่ไหลมาจากแม่น้ำชี จะไหลมาภายหลังซึ่งคาดว่าประมาณ 7 วัน ทำให้น้ำทั้งสองสายจะไม่ไหลมารวมกัน ส่วนทางกรมอุตุนิยมวิทยาก็รายงานเช่นกันว่าภายใน 7 วัน ฝนจะไม่ตกลงมาเพิ่มน้ำในแม่น้ำ ทำใหทางจังหวัดเชื่อว่าจะรับสถานการณ์ได้

 นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯ อยุธยา กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดขณะนี้ ปริมาณน้ำเริ่มลดระดับน้อยลง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาคือบริเวณพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น อ.บางปะอิน อ.บางไทร อ.บางบาน ยังมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณตัวเมือง ที่เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งในปี พ.ศ.2538 เคยมีน้ำท่วมสูงสุด แต่ครั้งนี้อาจจะน้อยกว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่ม เพราะมวลน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนป่าสัก ยังสามารถรองรับน้ำไว้ได้ แต่หาก จ.ชัยนาท จ.นครสวรรค์ มีฝนตก ก็อาจทำให้มวลน้ำที่ไหลมาเพิ่มขึ้น ซึ่งได้หาทางป้องกันไว้แล้ว ส่วนที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีผู้ที่ได้รับเดือดร้อนตกหล่นการสำรวจ ทำให้ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐนั้น ตนได้เชิญสื่อมวลชนทุกช่องเพื่อมารับถุงยังชีพ เพื่อให้สื่อนำถุงยังชีพไปให้ผู้ประสบภัยในส่วนที่หน่วยงานราชการยังเข้าไปไม่ถึง

 นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าฯปทุมธานี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ระดับน้ำใน แม่น้ำเจ้าพระยาสูงถึง 3 เมตร 12 เซนติเมตร จึงทำให้กระสอบทรายที่กั้นไว้พังทลาย แต่ได้เสริมคันกั้นน้ำ พร้อมกับระบายน้ำลงคลองรังสิต ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมโดยทั่วไปอยู่ในภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดพบปัญหาที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าคือ กระสอบทรายที่นำมาเป็นคันกั้นน้ำอยู่ในภาวะขาดแคลน เนื่องจากบ่อทรายในจังหวัดทุกบ่อได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ทำให้ต้องหาจากจังหวัดพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีราคาแพงมาก นอกจากนี้ เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม กับ พื้นที่ที่ไม่ประสบภัย ในเรื่องการระบายน้ำทำให้เป็นปัญหาของฝ่ายปกครอง และกรมชลประทานจังหวัดอย่างมาก แต่ขณะนี้ทางจังหวัดได้ลงไปทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งสองฝ่ายแล้ว

  ต่อมานายขวัญชัย วงศ์นิติกร รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในที่ประชุมว่า จากการตรวจสภาพอุทกภัยพบว่า การเตือนภัยประชาชน พบว่ามีการแจ้งเตือนไม่ทัน ทั้งการประสานงาน และการข่าวไม่เพียงพอ จึงต้องใช้หลักสถิติเข้ามาช่วย ไม่นั้นเราผิดแล้วชาวบ้านจะด่าเราได้ ส่วนเรื่องการเยียวยา ตอนนี้มีหลายภาคส่วนเข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ถึงแม้มีการสื่อว่าการช่วยเหลือของภารรัฐไปไม่ได้ถึง แต่เราไม่มีสิทธิปฏิเสธ จึงขอให้ใช้แบบแนวคิดผู้ว่าฯอยุธยา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี โดยการฝากของกับส่วนเหล่านี้ไปช่วยแจก อย่างไรก็ตาม หากสู่สภาวะปกติแล้วขอให้ผู้ว่าฯกำชับนายอำเภอให้เร่งสำรวจความเสียหาย ให้ถูกต้องและไม่ผิดพลาด ภายใน 10 วัน เพื่อจะนำเสนอต่อรัฐบาลในการอนุมัติเงินช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง  

 จากนั้น นายชวรัตน์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกระทรวงมหาดไทยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดว่า ในส่วนวงเงิน 300 ล้านที่ครม.ได้อนุมัตินั้น ไม่ถือว่าเป็นการช่วยเหลือที่ล่าช้า เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจในการใช้เงินทดรองจ่ายฉุกเฉิน ทันที 50 ล้าน และอธิบดีกรมบัญชีกลางสามารถอนุมัติเพิ่มเติมถึง 100 ล้านบาท อีกทั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยสามารถอนุมัติอีก 200 ล้าน และรัฐมนตรีอนุมัติได้ถึง 500 ล้านบาท ถือเป็นเงินทดรอง งบประมาณที่ตั้งไว้ ทางจังหวัดสามารถใช้ได้ เมื่อถึงคราวจำเป็นขอให้ใช้โดยระมัดระวังและประหยัดที่สุด เพราะเป็นงบประมาณในการอนุมัติซื้อของ ให้อำนาจผู้ว่าฯ ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี

 เมื่อถามว่า ทางกระทรวงมหาดไทยมีแนวทางปฏิบัติ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหลังจากน้ำลดลงหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า มีแต่จะนัดประชุมอีกครั้งหลังจากสามารถควบคุมสถานการณ์น้ำได้แล้ว หรือที่เรียกกันว่า อาฟเตอร์ฟลัด ( After Flood )   ต่อข้อถามที่ว่า การช่วยเหลือที่ยังเข้าไม่ถึงผู้ประสบภัย นายชวรัตน์ กล่าวยอมรับว่า   คิดว่าส่งของลงพื้นที่อาจจะไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คิดว่าส่วนใหญ่คงจะถึงมือ โดยเฉพาะถุงยังชีพ ส่งไปทั้งรถและเรือ วานนี้( 26 ต.ค.) ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือน้ำท่วมในจังหวัดสิงห์บุรีก็มี ที่จังหวัดนนทบุรีก็มี

 ด้านนายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีการแจกจ่ายให้ความช่วยเหลือไม่ทั่วถึงและมีการแจกจ่ายเฉพาะหัวคะแนนนักการเมือง ว่า ทางกรมการปกครองไม่มี ได้สั่งการให้นายอำเภอทุกคนปฏิบัติการเท่าเทียมกัน ต้องเป็นกลาง บางคนก็ลงไปนอนกับผู้ใหญ่บ้าน ลงไปนอนในพื้นที่ ในส่วนอื่นไม่ทราบ แต่ในส่วนของนายอำเภอ ทุกคนยืนยันว่าไม่มีแน่นอน ส่วนท้องถิ่นนั้นไม่ทราบ