ข่าว

แนะใช้แกลลอนเปล่า-ลูกมะพร้าวช่วยจมน้ำ

แนะใช้แกลลอนเปล่า-ลูกมะพร้าวช่วยจมน้ำ

27 ต.ค. 2553

กรมควบคุมโรค แนะนำประชาชนระวังและป้องกันการจมน้ำเสียชีวิตในช่วงอุทกภัย โดยใช้แกลลอนเปล่าที่ปิดฝาหรือลูกมะพร้าวติดตัวไว้เสมอ หลังพบว่าน้ำท่วมติดต่อกัน 3 สัปดาห์ ประชาชนจมน้ำเสียชีวิตไปแล้ว52 ราย สาเหตุการจมน้ำเสียชีวิต สูงสุดจากการหาปลาและเก็บผัก 35.3%

(27ตุลาคม) นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคที่มากับน้ำท่วมอย่างเข้มข้นแล้ว ยังต้องประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพและการป้องกันการเสียชีวิตจากน้ำท่วม จากรายงานของโรงพยาบาลทุกระดับที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ตั้งแต่ 10-27 ตุลาคม 2553 มีผู้เสียชีวิต 59 ราย จาก 18 จังหวัด ในจำนวนนี้เสียชีวิตจากการจมน้ำถึง 52 ราย คิดเป็น 88.1% สาเหตุการจมน้ำเสียชีวิต สูงสุดคือออกหาปลาและเก็บผัก 35.3% รองลงมาเป็นพลัดตกและลื่น 32.4%กระแสน้ำพัด 11.8 %ดื่มสุรา 5.9% และอื่นๆ 14.6 % โดยกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการพลัดตกและลื่นมากที่สุด ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่ เสียชีวิตจากการหาปลาและเก็บผักมากที่สุด

 แนวทางการป้องกันในกลุ่มเด็ก ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กลงเล่นน้ำแม้น้ำจะตื้น ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด และเตรียมอุปกรณ์ชูชีพให้พร้อม ซึ่งอุปกรณ์ที่หาได้ง่ายสุดคือแกลลอนเปล่าที่ปิดฝาสนิท อาจจะผูกติดกันสองแกลลอนเพื่อให้รับน้ำหนักได้มากขึ้น หรือลูกมะพร้าวผูกติดกันสองลูก เก็บติดตัวไว้เสมอ ส่วนในกลุ่มผู้ใหญ่ ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมทางน้ำ หากต้องออกหาปลาต้องเพิ่มความระมัดระวัง และมีแกลลอนเปล่าหรือลูกมะพร้าวเหมือนในกลุ่มเด็กติดตัวหรือไว้ในเรือเสมอ ไม่ควรขับรถฝ่ากระแสน้ำไหลเชี่ยวหรือขณะฝนตกหนัก และไม่ควรดื่มของมึนเมา ผู้ที่ว่ายน้ำไม่เป็นไม่ควรลงไปช่วยผู้ที่ตกน้ำ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่หรือคนอื่นที่ช่วยได้ หรือให้ใช้อุปกรณ์อื่นที่ลอยน้ำได้ เช่น แกลลอนเปล่า ลูกมะพร้าว ไม้ยาวๆ หรือเชือกให้ผู้ตกน้ำเกาะ พยุงตัว เป็นต้น

 นายแพทย์มานิต กล่าวต่อไปว่า ในกรณีที่ช่วยเหลือคนจากการจมน้ำ ห้ามจับคนจมน้ำอุ้มพาดบ่าแล้วกระโดดหรือวิ่งไปมาเพื่อให้น้ำออก เนื่องจากน้ำที่ออกมาจะเป็นน้ำจากกระเพาะไม่ใช่จากปอด ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะจะทำให้คนจมน้ำขาดอากาศหายใจนานยิ่งขึ้นและเสียชีวิต ซึ่งการเสียชีวิตจะเกิดขึ้นในเวลาอันสั้น ประมาณ 3 - 4 นาทีเท่านั้น วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง อันดับแรกคือให้ขอความช่วยเหลือและวางคนที่จมน้ำนอนราบ ตะแคงหน้าเอาน้ำออกจากปากและช่วยให้หายใจได้เร็วที่สุดโดยวิธีการผายปอด และเป่าลมเข้าทางปากติดต่อกันหลายๆครั้งตามจังหวะการหายใจ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้านหรือโทร แจ้ง 1669 โดยเร็วที่สุด