
"สนั่น"ชี้อุบลอาจโดนพิษน้ำท่วมไม่มาก
อ้างเหตุน้ำชี-มูลไหลลงมาไม่พร้อมกัน ระบุห่วง"กทม.-นนท์-ปทุมฯ-อยุธยา"เจอน้ำทะเลหนุน 27 - 29 ต.ค. กรมน้ำส่งทีมเฉพาะกิจรับมือชี้-มูลวิกฤติที่อุบล
(27ต.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัด โดยเฉพาะจ.อุบลราชธานีที่มีโอกาสว่าน้ำจะท่วมหนักว่า ขอเรียนว่าน้ำจากจ.นครราชสีมาจะไหลลงแม่น้ำมูลและชีไปบรรจบที่จ.อุบลฯก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งทุกคนเป็นห่วงว่าหากน้ำไปลงพร้อมกันจ.อุบลฯน้ำจะท่วม แต่กรมชลประทานและกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าน้ำที่ไหลไปนั้น จะไปไม่พร้อมกัน จึงโชคดีที่น้ำจากแม่น้ำชีและมูลไปไม่พร้อมกันจึงอาจทำให้จ.อุบลฯน้ำไม่ท่วมมาก
“กทม.โชคไม่ดีที่เมื่อคืนนี้ฝนตก โดยกทม. ,จ.ปทุมธานี , นนทบุรี และอยุธยา ยังน่าเป็นห่วงในวันที่ 27 - 29 ต.ค. เพราะน้ำทะเลหนุน ฉะนั้นน้ำจึงเอ่อสูง ผู้ว่าฯกทม.จะต้องพยายามแก้ไข แต่การป้องกันไม่ให้น้ำท่วมนั้นได้ชี้แจงไปแล้วและต้องดูว่าต่อไปจะไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่เหล่านี้อย่างไร ” พล.ต.สนั่นกล่าว
เมื่อถามว่าวิธีแก้ไขนั้นรัฐบาลดำเนินการถูกทางแล้วหรือไม่ พล.ต.สนั่นกล่าวว่า การแก้ไขเฉพาะหน้านั้นดำเนินการทั้ง 38 จังหวัดโดยมอบอำนาจเต็มที่ให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด รวมทั้งทุกฝ่ายช่วยเหลือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อถามว่าข้อเท็จจริงนั้นการช่วยเหลือประชาชนยังล่าช้าโดยเฉพาะเรือที่ไม่เพียงพอ พล.ต.สนั่นกล่าวว่า จ.นครราชสีมาและชัยภูมินั้นไม่เคยน้ำท่วมมาก่อนจึงไม่ได้เตรียมเรือไว้ จึงมีการขอยืมหน่วยงานต่างๆเพื่อแก้ปัญหาได้ และสองจังหวัดนี้น้ำกำลังลดลง แต่พื้นที่จ.อยุธยานั้นยังหนักหน่อย เพราะปีนี้ฝนตกผิดฤดูกาลที่ตกหนักในเดือนต.ค.โดยวันที่ 1-18 ต.ค.นั้นฝนตกหนักมากจนทำให้น้ำท่วมมาก
“ผมลงพื้นที่มาแล้ว แต่การแก้ปัญหาถาวรในอนาคตนั้นต้องดำเนินการแก้ไขโดยเฉพาะวัดที่อยู่ริมน้ำ ซึ่งมีโบราณสถานและโบราณวัตถุจำนวนมาก ซึ่งต้องหางบกลางมาสร้างเขื่อนถาวร ” พล.ต.สนั่นกล่าว
เมื่อถามว่าระบบเตือนภัยของรัฐบาลไม่ดีเท่าที่ควรจึงมีความเสียหายมาก และรัฐบาลจะรับมือไหวหรือไม่ พล.ต.สนั่นกล่าวว่า ไม่น่ามีปัญหามากนักจากช่วงนี้ไป เพราะตอนนี้ลมหนาวมาแล้ว ฝนใกล้หมดแล้ว แต่เหตุการณ์ครั้งนี้คาดไม่ถึงและเตรียมตัวไม่ทัน อีกทั้งฝนตกหนัก และเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ แต่สิ่งที่นายสมิทธิ์ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาที่เตือนและพยากรณ์หลายครั้งจนประชาชนตกใจ
เมื่อถามว่ารัฐบาลแก้ไขแบบขายผ้าเอาหน้ารอด เรื่องนี้จะส่งผลกระทบกับรัฐบาลหรือไม่ พล.ต.สนั่นหัวเราะ และยอมรับว่า “ ต้องรอดไปวันๆ มันต้องช่วยกันแก้ไข รัฐบาลต้องจ่ายเงินเยอะหน่อยในการช่วยเหลือประชาชนที่ต้องชดเชยให้กับสิ่งที่เสียหาย และต้องดูแลภาคการเกษตรที่เสียหายหนัก ” เมื่อถามว่าการช่วยเหลือประชาชนครั้งนี้แตกต่างกับการช่วยเหลือเหตุจลาจลที่ราชประสงค์มาก เพราะครั้งนั้นรัฐบาลเรียกผู้เสียหายมารับเงินจากรัฐบาลรายละห้าหมื่นบาทแบบรวดเร็วมาก พล.ต.สนั่นกล่าวว่า รัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธกส. ออมสิน และกรุงไทย เมื่อถามว่าจะป้องกันไม่ให้มีการใช้ชื่อปลอมมารับเงินช่วยเหลืออย่างไร พล.ต.สนั่นกล่าวว่า หากเป็นแบบนั้นต้องไล่เบี้ยกันเพราะคนที่คิดไม่ดีมันก็มี
“กรมน้ำ”ส่งทีมเฉพาะกิจรับมือชี้-มูลวิกฤติที่อุบล
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า จากการการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ (ศูนย์เมขลา) ได้รับรายงานในช่วง 2-3 วันข้างหน้ามวลน้ำท่วมที่ระบายจากแม่น้ำมูลและน้ำชี กำลังเดินทางไปบรรจบกันแถวแก่งสะพือ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ก่อนจะไหลลงไปแม่น้ำโขง จึงได้สั่งการให้จัดทีมเฉพาะกิจของกรมทรัพยากรน้ำ จากส่วนกลาง ประกอบ ด้วยยทีมวิศวกรจากส่วนอุทกวิทยา และส่วนบริหารจัดการน้ำ ลงไปประจำที่อยู่แถวพื้นที่ที่แถววารินชำราบ และ โขงเจียม เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และประเมินข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะขณะนี้ถ้าปริมาณการไหลของน้ำเกินจุดรับได้ของลำน้ำ ก็ อาจจะจะต้องหาแนวทางการ เบนน้ำ ออกไปได้ทันที นอกจากนี้ยังเตรียมส่งรถผลิตน้ำประปาเคลื่อนที่อีก 2 คันเพื่อผลิตน้ำสะอาดให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมที่จ.อุบลราชธานี ด้วย
อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าววา ขณะเดียวกันในวันนี้ (28 ต.ค.) ได้มอบหมายให้นายบุญจง จรัสดำรงนิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เมขลา พร้อมทีมวิศวกร เตรียมนำโมเดลการไหลของน้ำ ที่ทางศูนย์เมขลา จัดทำขึ้นเพื่อ วิเคราะห์เส้นทางการระบายน้ำท่วมในภาคอีสาน ที่กำลังไหลไปลงแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถพยาการณ์ล่วงหน้าได้ 3-5 วันไปนำเสนอในที่ประชุมชุดนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานการศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเยียวยาผู้ประ สบ อุทกภัย ที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะขณะนี้รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานประสานข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้การทำงานมีระบบมากขึ้น
นายจตุพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จากสถานการณ์น้ำท่วมหนักในพื้นที่ภาคอีสานหลายจังหวัด คาดว่า อาจจะส่งผลกระทบการการขุดลอกคูคลอง เพื่อรับน้ำในหน้าแล้งปีหน้า ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำ ได้ รับงบภายใต้โครงการงบไทยเข้มแข็ง ที่มีการดำเนินการไปเกือบ 100% แล้ว จึงสั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำทั่วประเทศ เร่งสำรวจความเสียหายอย่างเร่งด่วน เนื่องจากโครงการนี้ไม่ได้รับงบสำหรับการฟื้นฟูหลังโครงการแล้วเสร็จ เพราะถ้าน้ำลดแล้วอาจจำเป็นต้องเข้าไปฟื้นฟูอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันกับฤดูแล้งปี 54 ต่อไป
เผยน้ำมูลและแม่น้ำชี จะไหลมาสมทบอุบลต้นพ.ย.นี้
นายนิรันดร์ นากทับทิม ผู้อำนวยการส่วนจัดสรรน้ำ สำนักชลประทานที่ 7 เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีว่าน้ำจากแม่น้ำมูลตอนบนจะไหลผ่าน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ โดยมีอัตราไหลของน้ำ 880 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะไหลถึง.เมือง จ.อุบลราชธานีในวันที่ 2 พ.ย. โดยมีอัตราไหลของน้ำ 2 , 660 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เนื่องจากลำน้ำจะรับน้ำได้มากสุดแค่ 2 , 410 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น จึงส่งผลให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งก่อนที่จะผ่านไปยังแก่งสะพือลงในน้ำโขง
ส่วนแม่น้ำชี อัตราไหลอยู่ที่ 1 , 121 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะมาบรรจบกับน้ำมูลที่ไหลลงสมทบกันที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 2-5 พ.ย. ซึ่งประเมินว่าจากปริมาณน้ำมูล ผสมกับปริมาณของน้ำชี ก่อนจะไหลลงแม่น้ำโขง ในจุดนี้อาจจะส่งผลให้ปริมาณน้ำจะมีมากถึง 4 , 000 กว่าลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนเกิดการระบายน้ำไม่ทัน สำหรับระดับน้ำล่าสุดปริมาณน้ำชีที่ฝายธาตุน้อย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี สูงกว่าตลิ่ง 79 เซนติเมตร น้ำมูลที่สะพานเสรีประชาธิปไตย สูงกว่าตลิ่ง 36 เซนติเมตร
สำหรับการช่วยเหลือของหน่วยงานต่างๆ นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พร้อมคณะได้เดินทางมามอบถุงยังชีพ และเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี จำนวน 15 ชุมชน 503 ครอบครัว ผู้เดือดร้อน จำนวน 1,732 คน
นางสุภัทตรา พิทักษ์ ชาวชุมชนบ้านท่ากอไผ่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่าระดับน้ำในแม่น้ำมูลได้เอ่อท่วมบ้านในชุมชนทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เบื้องต้นยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทางราชการแต่อย่างใด สิ่งที่ชาวบ้านต้องการมากที่สุดในขณะนี้คืออยากขอรถสุขาเคลื่อนที่มาใช้ เนื่องจากลำบากมาก



