ข่าว

สงสารแม่

สงสารแม่

02 เม.ย. 2552

น้องชายดิฉันเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา ทางตำรวจได้สรุปสำนวนคดี และออกหมายจับฟ้องคนขับรถซึ่งเป็นฝ่ายผิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2552 และได้ส่งสำนวนให้อัยการจังหวัดชลบุรีเรียบร้อยแล้ว ในสำนวนสรุปชัดเจนว่าคู่กรณีรถเทรเลอร์

เพราะรถเสียบนสะพานต่างระดับบายพาสบึงชลบุรี ไม่ได้เปิดสัญญาณไฟ และไม่มีสิ่งของมาวางกั้นให้ทราบว่ามีรถจอดเสีย จนกระทั่งน้องชายมาประสบอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่มูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ที่ไปถึงที่เกิดเหตุจึงได้ขึ้นไปเปิดสัญญาณไฟที่รถ เนื่องจากกลัวว่าจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอีก
 จากวันที่น้องชายเสียเมื่อวันที่ 15 มกราคม ยังไม่มีคนของบริษัทรถพ่วงมาที่งานศพน้อง หรือมาแสดงความช่วยเหลือเบื้องต้นอะไรเลย ทั้งๆ ที่ลูกน้องของตนเองประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
 ทางร้อยเวรเจ้าของคดีได้นัดให้ทั้งสองฝ่ายมาคุยกัน เพื่อตกลงเรื่องค่าเสียหาย แต่ผลจากการนัดคุยกันทั้ง 3 ครั้งนั้น ทางวิริยะประกันภัยของคู่กรณีไม่มีตัวเลขมาให้ทางญาติเลยแม้แต่บาทเดียว และยังบอกว่าให้เจอกันที่ศาล
 ส่วนเรื่องของการเบิก พ.ร.บ.ในส่วนของ 35,000 บาท เบิกกับบริษัทกลางมาแล้ว ส่วนที่เหลือดิฉันได้ไปที่ สำนักงาน คปภ.ที่ชลบุรี ไป 2 ครั้ง ครั้งแรกไปร้องเรื่องวิริยะยังไม่จ่ายเงิน ก็ให้ทางดิฉันรอสรุปสำนวนจากตำรวจก่อนว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูก-ผิด ซึ่งทางดิฉันก็ได้รับความกรุณาจากตำรวจเจ้าของคดี เร่งสรุปสำนวนให้เสร็จสิ้น เพื่อญาติจะได้นำเอกสารไปเป็นส่วนประกอบในการเบิกเงินมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ
 ครั้งที่ 2 นำเอกสารสรุปสำนวนไปให้ก็ขอเอกสารเพิ่ม เช่น สำเนาหมายจับผู้ต้องหา สำเนาหนังสือส่งฟ้อง ดิฉันก็หาให้จนครบ แต่สรุปเจ้าหน้าที่ คปภ.ได้ให้ดิฉันไปหาหัวหน้าฝ่ายสินไหมของศูนย์วิริยะชลบุรี ซึ่งก็ได้โทรไปหาก่อนเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2552 เวลา 15.20 น. ดิฉันถามว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง แต่ทางหัวหน้าฝ่ายสินไหมชลบุรี บอกว่าจะจ่ายได้เฉพาะในส่วน 35,000 บาทก่อนเท่านั้น ส่วนที่เหลือจะจ่ายให้ต่อเมื่อมีคำพิพากษาของศาลแล้วเท่านั้น
 ดิฉันอยากทราบว่า สิทธิ์ที่แม่ดิฉันควรจะได้รับนั้นมีอะไรบ้าง ดิฉันสงสารแม่ค่ะ ไม่มีใครมาสนใจและให้ความช่วยเหลือเลย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจัดงานศพของน้อง ก็ต้องวิ่งหากันเอง เจ้าของรถเทรเลอร์เป็นฝ่ายผิดแท้ๆ ก็ไม่เคยมาสนใจหรือมางานศพน้องเลย
ธัญลักษณ์ 
ตอบ
 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นฝ่ายถูก-ผิด เพราะคนขับรถหลบหนี พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับแล้ว
 บริษัทประกันจะจ่ายความคุ้มครองตามกรมธรรม์เท่านั้น รถยนต์บรรทุกมีประกันภัยประเภท 3 คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เกี่ยวกับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย จำนวน 250,000 บาท และทำประกันภัยภาคบังคับ คุ้มครองกรณีเสียชีวิตจำนวน 100,000 บาท ส่วนหางพ่วงคอนเทนเนอร์ ทำประกันภัยภาคบังคับ คุ้มครองกรณีเสียชีวิต จำนวน 100,000 บาท รวมความคุ้มครอง 450,000 บาท 
 ทายาทของผู้เสียชีวิตจะได้รับค่าสินไหมทดแทนจำนวน 415,000 บาท ส่วนอีก 35,000 บาท ทายาทได้ขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกรมธรรม์ภาคบังคับของรถจักรยานยนต์ไปแล้ว ในส่วนที่เหลือทางบริษัทประกันกำลังติดต่อทายาทให้มารับค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดอีกครั้ง
 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด บอกว่า การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายนั้น จะต้องเป็นไปตามขั้นตอน คือ ต้องรอคำสั่งศาลจริงๆ
ลุงแจ่ม