ข่าว

จุรินทร์สั่งวอร์รูมค้นหากลุ่มเครียดน้ำท่วม

จุรินทร์สั่งวอร์รูมค้นหากลุ่มเครียดน้ำท่วม

27 ต.ค. 2553

รมว.สธ. สั่งวอร์รูมเร่งค้นหากลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย เครียดจัด เน้น 3 กลุ่มเสี่ยง ผู้เคยมีประวัติทางจิต-ผู้สูงอายุอยู่คนเดียว-ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง พร้อมส่งทีมเยี่ยมสัปดาห์ละ 1 วันต่อเนื่อง 1 เดือนจนกว่าอาการดีขึ้น สปส.เตรียมขยายมาตรการช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วม

(27ต.ค.) นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากจำนวนผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตที่ต้องติดตามดูแลใกล้ชิด มีจำนวน 168 ราย หรือคิดเป็น 7.5% ของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน จ.นครราชสีมา ในจำนวนนี้มีทั้งผู้ที่อยู่ในภาวะความเครียดสูงมาก ซึมเศร้า รวมถึงเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย โดยในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายมี 54 ราย ซึ่งในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอุทกภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุขวันนี้ (27 ต.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.สาธารณสุข เชื่อว่า ตัวเลขดังกล่าวน่าจะมีจำนวนมากกว่านี้ เนื่องจากเป็นเพียงการค้นหาเฉพาะส่วนกรมสุขภาพจิตเท่านั้น อาจยังไม่ทั่วถึง ดังนั้นจึงได้สั่งการให้หน่วยเคลื่อนที่ทั้งหมด ทั้งที่ออกให้บริการรักษาพยาบาลทางกายและช่วยเหลือให้ทำการค้นหาและคัดกรองผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง 3 ราย คือ 1.กลุ่มที่เคยมีประวัติทางจิตมาก่อน 2.กลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว และ 3.กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

 นพ.อภิชัย กล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่มีความเครียดสูง และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายนั้น จำเป็นต้องมีการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าไปเยี่ยมดูแลสัปดาห์ละ 1 วัน ติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้อาการทุเลาลง แต่หากไม่อยู่ในวิสัยที่เจ้าหน้าที่จะเข้าติดตามได้ จะขอให้ทางชุมชน โรงพยาบาลชุมชน หรือโรงพยาบาลจังหวัดเข้าติดตามแทนจนกว่าคนกลุ่มนี้จะพ้นความเสี่ยงก่อน อย่างไรก็ตามกรณีในพื้นที่น้ำท่วมที่ยากต่อการเข้าถึง ญาติและบุคคลใกล้ชิดจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยดูแล พยายามอย่าให้อยู่คนเดียว และพยายามชักชวนให้ทำกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งจะช่วยลดความเครียดลงได้

 สำหรับการสังเกตผู้ที่มีความเครียดสูงนั้น ส่วนใหญ่คนเหล่านี้จะเริ่มมีพฤติกรรมตีโพยตีพาย โวยวาย ตื่นตระหนก เสียอกเสียใจอย่างแรง ไม่ฟังคนอื่นอธิบาย ไม่ยอมรับความจริงว่าคนอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน หรือบางครั้งเมื่อมีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือก็ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังไว้ ส่วนผู้ที่มีภาวะเสี่ยงฆ่าตัวตายนั้น จะมีพฤติกรรมแยกตัวเองออกจากสังคม ไม่พูดไม่จา ร้องไห้และบ่นว่าอยากตาย ซึ่งถือว่าอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงและจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ ดังนั้นญาติหรือบุคคลใกล้ชิดจำเป็นต้องคอยดูแลด้วย

 ต่อข้อซักถามว่า ขณะนี้พบผู้ประสบภัยบางรายเกิดอาการกลัวและไม่อยากเห็นน้ำ หลังจากที่ประสบภาวะสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำขังเป็นเวลานานนั้น นพ.อภิชัย กล่าวว่า อาการดังกล่าวจะเป็นแค่ชั่วคราว เป็นปฏิกิริยาตอบโต้จากภาวะตื่นตระหนก ซึ่งจะเป็นอยู่ประมาณเพียงแค่ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น อย่างไรก็ตามยอมรับว่าหากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่ทุเลาลงคาดว่าผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตจะเพิ่มมากขึ้น เพราะเครียดกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่

สปส.เตรียมขยายมาตรการช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วม

 นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวยืนยันว่า ผู้ประกันตน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย จนเจ็บป่วยและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่างๆ แม้จะไม่มีบัตรรับรองสิทธิ์การเป็นผู้ประกันตน สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใดก็ได้ เนื่องจากเป็นเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาลของรัฐจะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล แต่หากเป็นโรงพยาบาลเอกชนขอให้ผู้ประกันตนนำใบเสร็จของโรงพยาบาลมาเบิกที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้าน
 
 ส่วนมาตรการของสำนักงานประกันสังคมในการช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้ประกันตนใน 23 จังหวัดที่ประสบอุทกภัย ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น ล่าสุดเหตุอุทกภัยได้ขยายวงกว้างออกไปกว่า 32 จังหวัดแล้ว สำนักงานประกันสังคมต้องขยายการช่วยเหลือให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งมาตรการเลื่อนการจ่ายเงินสมทบของงวดเดือนกันยายน - ธันวาคม 2553 ให้สามารถจ่ายได้ภายในวันที่ 28 มกราคม 2554 รวมทั้งมาตรการปล่อยสินเชื้อให้กับผู้ประกันตนรายละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.5 คงที่ 2 ปี เพื่อนำไปซ้อมแซมบ้านเรือน

 เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวอีกว่า ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดที่ประสบอุทกภัยมีหลายล้านคน แต่โดยความจริงแล้วลูกจ้างในพื้นที่อุทกภัยมีตัวเลขในหลักหมื่นเนื่องจากแต่ละจังหวัดไม่ได้เจอปัญหาทั้งหมด เป็นเพียงบางพื้นที่ ส่วนมาตรการเพิ่มเติมที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีผู้ใช้แรงงานตกงานในหลักแสนนั้น ตนยืนยันว่า ไม่มีคนตกงาน เนื่องจากผู้ประกอบการยังมียอดการสั่งซื้อ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาในขณะนี้คือการส่งสินค้าอาจจะล่าช้าออกไป

สรรพากรขยายเวลายื่นแบบฯผู้ประสบน้ำท่วม

 นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตน้ำท่วมในหลายพื้นที่เป็นวงกว้าง ทางกรมสรรพากรจึงได้พิจารณาเห็นควรให้มีการขยายเวลาในการยื่นแบบฯ ทั้ง กำหนดยื่นแบบ ภ.ง.ด. 1, ภ.ง.ด. 2, ภ.ง.ด. 3, ภ.ง.ด. 53 ที่ครบกำหนดในวันที่ 7 ตุลาคม และแบบ ภ.พ. 30 , ภ.ธ. 40 ที่ครบกำหนดวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดทั้งวงจรว่ามีพื้นที่ใดที่ได้รับความเดือดร้อน ระยะเวลาที่ได้รับความเดือดร้อน และมูลค่าความเสียหายว่าเสียหายมากน้อยเพียงใด เสียจนไม่สามารถชำระภาษีได้หรือไม่

 ในส่วนของผู้ที่ให้การบริจาคให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมก็สามารถนำมาหักรายจ่ายเป็นค่าลดหย่อนได้เช่นเดียวกันแต่ก็จะมีการพิจารณาอย่างทั้งวงจรอีกครั้ง แต่ที่สามารถลดหย่อนได้อย่างแน่นอนคือการบริจาคที่สำนักนายกรัฐมนตรี สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้มีการกำหนดกรอบเวลาที่แน่นอน เพราะขณะนี้ปัญหาน้ำท่วมก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่ถึงเวลาในการยื่นแบบภาษี