ข่าว

น้ำท่วมถนนกทม.ตร.แจงไม่กระทบจราจร

น้ำท่วมถนนกทม.ตร.แจงไม่กระทบจราจร

27 ต.ค. 2553

"นครบาล" แจงปริมาณน้ำท่วมขังพื้นถนน ใน กทม.ปกติ ยังไม่ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาการจราจร ระดมตร.7พันนายช่วยปชช.ป้องน้ำท่วมกทม.

วันที่ 27 ตุลาคม  พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานด้านการจราจร กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังผิวการจราจรว่า วันนี้ ( 27 ต.ค.) เป็นวันที่ 2 ของการเฝ้าระวังปัญหาภัยน้ำท่วมที่อาจส่งผลกระทบกับการจราจร ซึ่งจากการตรวจพื้นที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งว่ามีปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณผิวการจราจรมี 2 จุด คือ 1.ถนนทรงวาดและ2.ถนนเจริญกรุง สำหรับปัญหาน้ำท่วมถนนทรงวาดนั้นอยู่บริเวณช่วงปลายถนนทรงวาดใกล้กับท่าน้ำสวัสดีมีน้ำท่วมขังถนนยาวประมาณ 200 เมตร ปริมาณน้ำประมาณ 20 ซม. รถเล็กยังสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ตามปกติ เพียงแต่บางครั้งคลื่นน้ำมีการกระแทกใต้ท้องรถบางเช่นกัน

 พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวต่อว่า ปริมาณน้ำที่ท่วมสูงสุดที่ผ่านมาอยู่ในช่วงเวลา 10.30 น.ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง สถานการณ์คลี่คลายลงเป็นปกติ ส่วนถนนเจริญกรุงมีปัญหาตั้งแต่แนวคลองผดุงกรุงเกษม บริเวณสะพานพิทยเสถียร มุ่งหน้าเจริญกรุงตัดถนนทรงวาด ระยะทางประมาณ 800 เมตร มีปริมาณน้ำท่วมขังมากสุดอยู่ช่วงกลางถนนเสมอขอบฟุตบาต แต่รถเล็กยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำทางเบี่ยงไว้ คือประชาชนที่ขับรถมาจากถนนบางรักหากต้องการไปเยาวราชแต่ไม่เลี้ยวเข้าถนนเจริญกรุงสามารถตรงไปถนนพฤกธาราม ตำรวจได้จัดช่องจราจรพิเศษไว้ 1 ช่องทาง โดยสามารถไปแยกหัวลำโพงและเลี้ยวซ้ายเข้าราชวงศ์ได้

 พล.ต.ต.ภาณุ กล่าวในตอนท้ายว่า แม้จะมีน้ำขังบางช่วงข้างต้นแต่รถเล็กก็ยังสามารถวิ่งผ่านได้ตามปกติ ขณะที่พื้นที่ฝั่งธนบุรียังไม่มีปัญหาอะไร ส่วนใหญ่จะท่วมตามท่าน้ำยังไม่ลุกล้ำเข้าผิวจราจร ขณะที่ถนนพิบูลสงครามน้ำจะท่วมขังช่วงพระราม 7 มุ่งหน้าจังหวัดนนทบุรี แต่ช่วงเส้นทางวัดสร้อยทองมาบางโพไม่มีน้ำท่วมขังแต่อย่างใด ทั้งนี้ยังไม่มีจุดน้ำท่วมจุดใดส่งผลกระทบกับผิวการจราจร สำหรับสน.ที่อยู่บริเวณริมน้ำยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เช่น สน.บวรมงคล สน.บางคอแหลม สน.บางโพ ฯลฯ ยังไม่ท่วมเพราะสน.อยู่ที่สูงเหนือน้ำ จึงไม่มีได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขัง

นครบาลระดมตร.7พันนายช่วยปชช.ป้องน้ำท่วมกทม.

 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(รองผบช.สทส.) ในฐานะโฆษกตร. แถลงถึงการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัย 28 จังหวัด ตร.ส่งกำลังตำรวจลงไปช่วยในพื้นที่เสริมจากตำรวจท้องที่แล้ว 7,000 นาย ทั้งจากตชด. นครบาล และจากตำรวจภูธร 1 2 5 6 และ 7 ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่มีปัญหาน้ำท่วมเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ขณะที่ส่งรถบรรทุกเข้าไป 400 คัน เรือของ ตชด. 102 ลำ จากตำรวจน้ำ 27 ลำ และรถพยาบาลของโรงพยาบาลตำรวจ 41 คัน ส่งเข้าไปช่วยเหลือ

 พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า บางพื้นที่น้ำลดแล้ว อย่างเช่น จ.นครราชสีมา ตร.ก็สั่งเคลื่อนกำลัง ไปจ.อุบลราชธานี แทนเนื่องจากคาดว่ากำลังจะประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงปลายเดือนนี้ ขณะที่ประชาชนยังทยอยนำเงินและสิ่งของมาบริจาคที่ ตร.อย่างต่อเนื่อง โดยตร.ก็นำของแจกจ่ายผู้ประสบภัยต่อเนื่อง ซึ่งมีสมาคมแม่บ้านตำรวจร่วมกันบรรจุของใส่ถุงยังชีพ ได้แล้ว 2,000 ชุดส่งกระจายไปยังศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วมต่างๆ สำหรับในพื้นที่กทม.คาดว่าวันนี้น้ำจะขึ้นสูงสุดในช่วงเช้าวันนี้และจะน้ำขึ้นอีกครั้งในวันที่ 8 พฤศจิกายน

 ด้านพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผู้บังคับการประจำบช.น. ในฐานะรองโฆษกตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.น.) ประสานกับกทม.อย่างใกล้ชิด โดย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. สั่งการจัดกำลังตำรวจนครบาล เข้าพื้นที่ช่วยประชาชนตั้งแต่คืนวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หรือพื้นที่ซึ่งเคยประสบภัยน้ำท่วมต่อเนื่อง โดยให้ป้องกันก่อนน้ำท่วมทั้งการระดมเครื่องสูบน้ำ จัดส่งรถยก และให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศว่าอาจเกิดน้ำท่วมได้ขนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำก่อน นอกจากนี้ยังจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจเพิ่มเติมไปดูแลทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งจากการตรวจสอบรายงานยังไม่มีเหตุร้ายใดๆเกิดขึ้น

 รองโฆษก ตร. กล่าวว่า นอกจากนี้ผบ.ตร.สั่งการให้วางกำลังตำรวจดูแลป้องกันการลอบนำถุงทราย ทางกั้นน้ำต่างๆที่ทางการวางไว้ออกจากจุดสกัดน้ำ เนื่องจากอาจมีประชาชนเข้าใจผิดและนำไปไว้ที่บ้านพักของตัวเอง ซึ่งจะเกิดผลเสียหาย แต่ช่วง2-3 วันที่ผ่านมาก็ไม่มีเหตุเช่นนั้น อย่างไรก็ตามแม้ตอนนี้ในกทม.ยังไม่มีภาวะน้ำท่วมแต่ตำรวจก็เตรียมพร้อมไม่ประมาท โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่น้ำจะขึ้นสูงอีกครั้ง

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในโครงการในพระราชดำริก็เข้าไปประจะจุดคอยช่วยเหลือประชาชนด้วย เช่นเดียวกับตำรวจจราจร ตำรวจนครบาล 1 2 5 7 8กว่า 700ก็กระจายกำลังไปช่วยเหลือประชาชนแล้ว รวมถึงการเฝ้าระวังทรัพย์สินแต่อย่างไรก็ดีภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยด้านอื่นๆในกทม.ตำรวจก็ยังคงวางกำลังอย่างเข้มข้น