
ผู้ป่วยโคราชปลื้มรพ.มหาราชเปิดให้บริการ
ผู้ที่มาใช้บริการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา วันแรกสุดปลื้ม ลูกชายป่วยหนักหากยังไม่เปิดให้บริการเชื่อลูกชายอาการทรุดหนัก คันกั้นน้ำหน้าวัดราหุลพังน้ำเจ้าพระยาไหลทะลักท่วม2อำเภอลุ่มน้ำน้อย
(27ต.ค.)นางฉลอง ป้องกัน อายุ 72 ปี ประชาชนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งพานายปรเมศ ป้องกัน บุตรชายวัย 54 ปี เดินทางมารักษาเนื้อร้ายที่ต้นขอด้านขวา ซึ่งต้องรับการรักษาด้วยการฉายแสงเป็นประจำทุก 5 วัน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้พาบุตรชายเพื่อที่จะมารักษาตัวตั้งแต่วันจันทร์ ( 25 ต.ค.2553 ) ซึ่งทางโรงพยาบาลมีการประชาสัมพันธ์ว่าจะเปิดให้บริการเป็นวันแรก หลังจากที่ต้องเลื่อนการรักษามาแล้วถึง 2 ครั้งเนื่องจากเกิดน้ำท่วมโรงพยาบาล แต่ก็ต้องผิดหวังเนื่องจากการรักษาด้วยการฉายแสงไม่สามารถทำได้ เพราะอุปกรณ์ยังไม่พร้อม ซึ่งส่วนตัวแล้วก็เข้าใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่แต่ก็กังวลว่าอาการของบุตรชายจะทรุดลงกว่าที่เป็นอยู่ เพราะหลังจากที่บุตรชายไม่ได้รับการรักษามานานกว่า 10 วัน อาการของบุตรชายก็ผิดแปลกไป โดยเริ่มมีอาการเศร้าซึม และกินอาหารไม่ค่อยลง
กระทั่งมาถึงวันนี้ ( 26 ต.ค. ) ตนเองได้พาบุตรชายเข้ามารักษาตัวอีกครั้ง เนื่องจากทางโรงพยาบาลแจ้งว่าทุกหน่วยของโรงพยาบาลสามารถเปิดให้บริการได้แล้ว ทำให้บุตรชายได้รับการรักษาและมีอาการดีขึ้น จึงรู้สึกโล่งใจ และขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยกันเร่งคลี่คลายสถานการณ์น้ำท่วมโรงพยาบาลจนสามารถเปิดให้บริการได้อย่างรวดเร็ว เพราะหากสถานการณ์ยังเลวร้ายนานกว่านี้บุตรชายของตนเองอาจจะมีอาการรุนแรงจนเป็นเหตุให้ทรุดหนักและเสียชีวิตได้
ด้านนางนกเอี้ยง กิขุนทด อายุ 63 ปี ชาวอำเภอด่านขุนทด จ.นครราชสีมา กล่าวว่า วันนี้ตนได้เดินทางมาหาหมอตามที่หมอได้นัดไว้ เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่เมื่อตนทราบข่าวว่าโรงพยาบาลได้เปิดให้บริการในวันนี้( 25 ต.ค.53) เป็นวันแรกตนจึงรีบมาพบหมอเนื่องจากระยะเวลาที่นัดไว้ได้เลื่อนออกมานานกว่า 1 สัปดาห์ และขณะที่ตนไม่ได้มารับการรักษาตามที่หมอนัด ตนจำเป็นต้องกินยาตัวเก่าของหมอที่เคยจัดให้เนื่องจากยาตัวใหม่ได้หมดลงพอดีกับวันที่น้ำท่วม และตนได้เฝ้าติดตามข่าวสารจากทางสื่อต่างๆ และเมื่อทราบข่าวว่าทางโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาจะเปิดให้บริการเป็นวันแรกในวันที่ (25 ต.ค.53) ตนจึงรีบมาขอรับยา ซึ่งตนยอมรับว่ายังไม่แน่ใจเลยว่าวันนี้ตนเองจะได้ตรวจเพราะทางเจ้าหน้าที่แจ้งมาว่าจะต้องรอผลเลือดที่ส่งไปตรวจ นางนกเอี้ยงฯ กล่าว
นางนวลจันทร์ ป้อมกลาง อายุ 45 ปี ชาวอำเภอเมือง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า วันนี้ตนได้นั่งรถบรรทุกของเจ้าหน้าที่ทหารเข้ายังที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เพื่อพามารดามาหาหมอเนื่องจากยาโรคหัวใจที่มารดาต้องกินเป็นประจำหมดตั้งแต่วันที่ (20 ต.ค.53)ที่ผ่านมา และเมื่อทราบข่าวว่าโรงพยาบาลมหาราชเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 25 ต.ค.เป็นวันแรก จึงตัดสินใจพามารดามาเพื่อขอรับยาจากหมอ ซึ่งขณะที่ไม่ได้มาหาหมอตนจำเป็นต้องหายาตัวเก่าที่ยังเหลือเอามาให้มารดาของตนเองได้กินเพื่อไม่ให้อาการกำเริบขึ้น แต่ตนเองเชื่อว่าวันนี้มารดาของตนจะได้รับยากลับไปกินที่บ้านเพื่อรักษาอาการต่อ นางนวลจันทร์ฯ กล่าว
คันกั้นน้ำวัดราหุลอ่างทองพังน้ำเจ้าพระยาทะลัก
เมื่อเวลา 13.00 น. นายวิศวะ ศศิสมิต ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง พร้อม หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเดินทางมา ที่วัดราหุล ตำบลพระงาม อำเภอพรมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี หลังคันกั้นน้ำเจ้าพระยาพังทลายทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมวัดราหุลอย่างรวดเร็ว และยังไหลผ่านถนนสายอ่างทอง-สิงห์บุรี เข้าพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เป็นทางยาวกว่า500 เมตร โดยเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรกว่า5หมื่นไร่ และบ้านเรือนประชาชน 2 ริมฝั่งแม่น้ำน้อยอำเภอโพธิ์ทองและอำเภอวิเศษชัยชาญ โดยคาดว่าน้ำจะเข้าท่วมในเวลาไม่เกิน2วันนี้ในส่วนที่จะไหลเข้าไปยังวัดไชโยได้กั้นกระสอบทรายไว้ได้
ด้านนายชัยพร ธรรมภักดี ผอ.โครงการชลประทานอ่างทองกล่าวว่า น้ำที่ไหลมาจากวัดราหุลข้ามถนนสายอ่างทอง-สิงห์บุรีสายเก่าจะไหลไปยังพื้นที่การเกษตรของอำเภอโพธิ์ทองและอำเภอวิเศษชัยชาญจะได้รับความเสียหายทั้งหมดกว่า50,000 ไร่และยังไหลลงสู่แม่น้ำน้อยทำให้ประชาชนที่อยู่2ริมฝั่งทั้งอำเภอโพธิ์ทองและอำเภอวิเศษชัยชาญเกิดน้ำท่วมสูงและฝากเตือนประชาชนที่อยู่2ริมฝั่งแม่น้ำน้อยขนข้าวของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย
"ปภ."เตือน15 จว.ภาคใต้เตรียมรับมือภัยน้ำท่วม
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศ กับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ช่วงระหว่างวันที่ 27 - 31 ต.ค. มรสุมตะวันออกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น และฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในพื้นที่เสี่ยงภัย 15 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ดังนั้น กรมปภ.ได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยง ให้แจ้งเตือนประชาชนเตรียมป้องกันอันตรายจากภาวะฝนตกหนัก
นายวิบูลย์ กล่าวอีกว่า ตนได้สั่งการให้มิสเตอร์เตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย แจ้งเตือนประชาชน และรายงานสถานการณ์ภัยแก่ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันที รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที และหากเกิดสถานการณ์รุนแรงให้ดำเนินการตามขั้นตอนของแผนป้องกันภัยของจังหวัดและอำเภอ ส่วนคลื่นลมในทะเลห่างฝั่งบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูง ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
“ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ ทั้ง 15 จังหวัดให้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดจากภาวะฝนหนัก หากมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานานในพื้นที่และสังเกตพบสัญญาณผิดปกติทางธรรมชาติ เช่น ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมีสีขุ่นข้นเป็นสีเดียวกับสีดินบนภูเขา มีเสียงดังมาจากป่าต้นน้ำ ให้รีบอพยพและขนย้ายสิ่งของไปยังพื้นที่ปลอดภัย เพราะอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก สุดท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป ” อธิบดีกรมปภ.กล่าว



