ข่าว

รมว.พม.ขึ้นฮ.สำราจน้ำท่วมอุบลสั่งรับมือ

รมว.พม.ขึ้นฮ.สำราจน้ำท่วมอุบลสั่งรับมือ

27 ต.ค. 2553

อุตุฯ เตือนปชช.ภาคกลางเตรียมรับมือน้ำเหนือ-อีสานไหลผ่าน ตั้งแต่เที่ยงวันนี้ ปภ.แจงแม่น้ำมูลไหลบรรจบแม่น้ำชีจ.อุบลราชธานีวันนี้ ระบุ เรือหมดประเทศ จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่พสกนิกรชาวจ.อุบลราชธานี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ทรงห่วงใยสถานการณ์น

(27ต.ค.) ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ที่มีนายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว พรรคประชาราช ประธานการประชุม มีวาระหารือถึงการบริหารจัดการและมาตรการให้ความช่วยเหลือประ ชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย โดยเชิญเจ้าหน้าที่จากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร องค์การมหาชน มาชี้แจง
 
 นายต่อศักดิ์ วานิชขจร รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดี ให้ข้อมูลว่า ช่วงเวลา 12.00 น. วันนี้ (27ต.ค.) น้ำในแม่น้ำมูลจะไหลเข้าถึงพื้นที่จ.อุบลราชธานี หลังจากนั้น 10-12 ชั่วโมง น้ำจากลำน้ำชีจะตามเข้ามาสมทบ ทำให้อุบลราชธานี จ.ขอนแก่น ได้รับผลกระทบจากน้ำทั้ง 2 ระลอก แต่ระยะการไหลของน้ำจะห่างกัน 50 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าช้า ส่วนในพื้นที่ภาคกลางที่ล่าสุดมีฝนตกลงมา และหนักที่สุดใน อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เชื่อว่าน้ำจะไหลเข้ามาในส่วนกลางเร็วที่สุดช่วงเย็นวันนี้ (27 ต.ค.)

 นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า สภาพอากาศหลังจากนี้ไป มวลอากาศเย็นจะแผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นและอุณหภูมิจะลดต่ำกว่าปีที่ผ่านมา 1 องศา ซึ่งช่วงปลายเดือนธันวาคมจะมีอากาศหนาวที่สุด ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะมีฝนตกและตกหนักช่วง 29-31 ต.ค.พร้อมส่งผลให้มีคลื่นลมแรงในทะเล ซึ่งอาจจะก่อตัวเป็นพายุดีเปรสชั่นได้

 ด้านนายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดีปภ. ชี้แจงถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยว่า ขณะนี้เรือขาดแคลนแม้ว่ารัฐบาลจะอนุมัติงบประมาณให้จัดซื้อแล้ว แต่ ปภ.ก็ไม่สามารถหาได้ เพราะเรือไฟเบอร์ในท้องตลาดหมด ส่วนเรือท้องแบนก็มีเพียง 70 ลำทั่วประเทศ ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาคือต้องสั่งอะลูมิเนียมจากต่างประเทศเข้ามาทำเอง ส่วนการเตือนภัยประชาชนให้พ้นจากภัยพิบัตินั้น ยอมรับว่ามีปัญหาเพราะประชาชนไม่เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นในพื้นที่

 “ต้องยอมรับว่าพื้นที่เป็นแหล่งระบายน้ำ ปัจจุบันถูกแปลงเป็นพื้นที่สำหรับสร้างโรงงาน บ้านเรือนประชาชน ไปเกือบหมด ส่วนพื้นที่ที่ทำเป็นแก้มลิงก็ทำไม่ได้เพราะติดบ้านเรือนประชาชน ปัญหาดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ละเอียดอ่อน การแก้ปัญหาซับซ้อนและลำบากมาก” นายฉัตรป้อง กล่าว

 นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำฯ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาน้ำลักษณะเช่นนี้ในชั้นของอนุกมธ. ได้ทำการศึกษาไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะต้องรอให้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาก่อน ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นต้องเปลี่ยนการบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบหลัก ระบบรองและระบบฉุกเฉิน มากกว่าเป็นการบริหารน้ำตอนปลาย ตอนกลาง และตอนบน เพื่อให้เกิดการยืดหยุ่น เช่น ในพื่นที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทุกปีรับน้ำ 2 เท่าของความจุเขื่อน วิธีแก้ปัญหาคือปล่อยน้ำทิ้ง ช่วงหน้าแล้งก็เกิดปัญหาภัยแล้ง ดังนั้นการแก้ไขต้องมีอ่างเก็บน้ำไว้หน้าเขื่อนเพื่อรองรับน้ำช่วงที่น้ำเต็ม ส่วนบริเวณท้ายเขื่อนต้องมีระบบชลประทานไว้รองรับหรือส่งต่อน้ำ ทั้งนี้เสมือนพื้นที่เกษตรเป็นแก้มลิงรับน้ำที่ล้น

 “ปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่ว่าน้ำท่วมที่จ.อุบลราชธานี แล้วต้องแก้ไขที่จ.อุบลฯ เพียงที่เดียว แต่อาจต้องไปแก้ไขที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นต้นน้ำที่ไหลลงมาสู่พื้นที่รอบๆ นอกจากนั้นแล้วต้องมีการระบบการจัดการน้ำระดับพื้นที่ด้วย” นายรอยล กล่าว

 หลังการประชุมนายรอยล ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ไขเรื่องน้ำท่วม โดยเน้นการป้องกันพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ถือว่าไม่ถูกต้องเพราะหลังจากนี้ก็จะเกิดการอพยพเข้ามาในเมืองมากยิ่งขึ้นและจะเกิดปัญหาให้กับเมือง

 ด้านนายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจระดับน้ำในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียงพร้อมด้วยนายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พบว่า น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ส่วนชุมชนริมฝั่งแม่น้ำมูล ในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานีและเทศบาลเมืองวารินชำราบ ได้อพยพประชาชนบางส่วนแล้ว เพราะน้ำจากแม่น้ำมูลตอนบนได้ไหลมาถึงจังหวัดอุบลราชธานีแล้ว

 นอกจากนี้ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เตรียมดำเนินการผันน้ำไปเก็บไว้ที่ในพื้นที่แก้มลิง เพื่อเป็นการพร่องน้ำในแม่น้ำมูลและแม่น้ำชี ให้สามารถรับน้ำจากนครราชสีมาและชัยภูมิได้มากยิ่งขึ้น และทางจังหวัดได้สั่งการให้นายอำเภอ ผู้นำชุมชน ในพื้นที่ ซึ่งแม่น้ำมูลและแม่น้ำชีไหลผ่าน เช่น อำเภอเขื่องใน เมืองอุบลราชธานี วารินชำราบ พิบูลมังสาหาร และอำเภอสิรินธร เร่งอพยพประชาชนขึ้นมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยโดยด่วนแล้ว

 นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าฯอุบลราชธานี กล่าวในนามพสกนิกรชาวจังหวัดอุบลราชธานี รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งทางจังหวัดได้ติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด

 ด้านนายวิเศษ ภูมิวิชัย ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 4 กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยง 5 แห่งได้แก่โรงเรียนบ้านท่าบ้งมั่ง โรงเรียนหาดสวนยา โรงเรียนกุดปลาขาว โรงเรียนบ้านคูสว่างและโรงเรียนบ้านกุดชุม เตรียมการเนื่องจากสภาพพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ราบลุ่ม

รมว.พม.ขึ้นฮ.สำราจน้ำท่วมอุบลสั่งรับมือ

 เมื่อเวลา 09.00 น.นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม และ ความมั่นคงของมนุษย์ นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ กองบิน 21 กองพลบินที่ 2 กองบัญชาการยุทธทางอากาศ จ.อุบลราชธานี โดยมีนาวาอากาศเอกเฉลิมชัย ศรีสายหยุด ผู้บังคับการกองบินที่ 21 ให้การต้อนรับ คณะฯสำรวจพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดอุบลราชธานี ในเขต อำเภอเมืองอุบลราชธานี อำวารินชำราบ และ อำเภอเขื่องใน ใช้ระยะเวลาการบิน 35 นาที ในระดับความสูง 600 ฟุต

 นายอิสสระ เปิดเผยสถานการณ์น้ำภายหลังจากบินสำรวจว่า จากการบินไปดูพื้นที่ริมแม่น้ำ ชี และ แม่น้ำมูล ซึ่งมีจุดบรรจบที่ อ.เขื่องใน พบว่า ระดับน้ำมูลยังไม่ท่วมมาก เท่ากับแม่น้ำชีเนื่องจาก แม่น้ำชีมีความกว้างของแม่น้ำน้อยกว่าแม่น้ำมูล ซึ่งเมื่อน้ำชีไหลมาบรรจบกับน้ำมูล จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำชี ชะลอตัวที่ปากแม่น้ำชีเนื่องจากมีขนาดเล็ก พื้นที่ริมฝั่งน้ำชีก็จะท่วมมากกว่า ส่วนพื้นที่ที่น้ำท่วมขังร้อยละ 90 % เป็นพื้นที่ป่าชุมน้ำ จะมีพื้นที่ไร่นาประมาณ 10% เท่านั้น คาดว่าสถานการณ์ในปีนี้คงไม่รุนแรงเหมือนปีก่อน เพราะระดับน้ำล่าสุด 7.17 เมตร ลดลง 5 เซนติเมตร ประกอบกับทางจังหวัดได้มีการเตรียมความพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่บริเวณแก่งตะนะ ให้ระดับน้ำได้ลดลง อีกทั้งโชคดีไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม โดยภาพรวม ณ.ตอนนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง

 นายอิสสระยังกล่าวอีกว่า ชาวจังหวัดอุบลราชธานีรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงใยประชาชนชาว จังหวัดอุบลราชธานี โดยให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์เตรียมมาตรการรับมือน้ำท่วมใหญ่อุบลฯ หลังน้ำจากลำน้ำชี-มูล-ปาว ไหลมารวมกันทำให้เกิดน้ำท่วมหนักกว่ากรุงเทพฯ-โคราช ทำให้จังหวัดมีการรับมืออย่างดี ครอบคลุม ทุกภาคส่วน มีความกระตือลือล้นในการช่วยเหลือประชาชน