
ตร.สั่งถอดเทปคลิปล็อบบี้ยุบพรรคปชป.
ดึงผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ตัดต่อหรือไม่ เร่งหาหลักฐานเอาผิดคนเกี่ยวข้อง กองปราบฯ นำ พฐ.ตรวจสอบมุมกล้องร้านอาหารจุดแอบถ่าย ด้าน "ตุลาการ" เผยถูกข่มขู่หลายรูปแบบ ยันไม่ประมาทแต่ไม่ถึงขั้นต้องใส่เสื้อเกราะ แจงเหตุตั้งลูกชายนั่งเลขาฯ จำเป็นต้องเลือกคนไว้ใจได้
คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนกรณีการเผยแพร่คลิปที่นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการส่วนตัวประธานศาลรัฐธรรมนูญ หารือกับนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง หนึ่งในทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นหัวหน้าคณะกรรมการ ได้เรียกประชุมเป็นนัดแรกเพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน
พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการกำหนดแนวทางการทำงาน และมอบหมายให้พนักงานสอบสวนในประเด็นต่างๆ ตามที่มีการกล่าวโทษ เพื่อรวบรวมหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร ส่วนจะใช้ระยะเวลานานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ โดยกำหนดแนวทางติดตามความคืบหน้าเป็นประจำทุกสัปดาห์ที่ บก.ป.ทุกวันจันทร์ เวลา 10.00 น. พร้อมทั้งได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. เป็นผู้แถลงความคืบหน้าเป็นระยะ เพื่อจะได้ไม่มีความสับสนว่าเป็นไปในแนวทางใด
พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า การทำคดีนี้จะเริ่มตรวจสอบจากคลิปก่อน เพราะมีการนำคลิปไปเผยแพร่ โดยจะตรวจสอบข้อเท็จจริงในคลิปทั้งหมด บุคคลที่เกี่ยวข้อง วัน เวลา สถานที่ โดยอยู่ในกรอบที่ว่า ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร สรุปรวมและดำเนินคดีต่อไป ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปถอดเทปคำพูดการสนทนามาทั้งหมด
เมื่อถามว่าคดีนี้จะส่งผลต่อการพิจารณาของศาลในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า ในส่วนนี้เป็นการดำเนินคดีทางอาญา ไม่เกี่ยวข้องกัน หากพบผู้กระทำผิดจะนำตัวมาดำเนินคดีเด็ดขาด
เมื่อถามว่ามีใครมาวิ่งเต้นคดีหรือไม่ พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนคิดไปก่อน ตนไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีใครกระทำความผิดหรือไม่ ส่วนจะเรียกใครมาสอบสวนนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน
ส่วนจะมีการสืบสวนว่าคลิปนี้มีการตัดต่อหรือไม่ พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญจาก บช.สพฐ. เป็นผู้ตรวจสอบ และเป็นพยานกับพนักงานสืบสวนสอบสวนอีกที่หนึ่ง หากพบว่าคลิปนี้มีการตัดต่อ จะต้องหาสืบสวนว่าใครเป็นผู้ตัดต่อและใครเป็นผู้เผยแพร่ ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะถูกดำเนินคดีด้วย ทั้งนี้ไม่หนักใจ เพราะเป็นการทำตามอำนาจหน้าที่
พฐ.ตรวจมุมกล้องร้านอาหารถ่ายคลิป
เมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.อ.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.พุทธพงศ์ เมฆเอี่ยมนภา สว.กก.1 บก.ป. พร้อมพนักงานสอบ บก.ป. และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านมุมกล้องจากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจตรวจภายในร้านอาหาร The Foodie เลขที่ 83/6 หมู่บ้านปูนซีเมนต์ไทย ซอย 1 ถนนประชาชื่น แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ซึ่งเป็นที่นัดพบระหว่างนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทีมทนายความต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กับนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจสอบสถานที่และมุมกล้องตามที่ปรากฏในคลิป นอกจากนี้ยังสอบปากคำเจ้าของร้านและพนักงานเสิร์ฟในร้านดังกล่าวว่าในวันเกิดเหตุมีใครอยู่ในร้านบ้าง
มีรายงานว่าจากการตรวจสอบพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณห้องจัดเลี้ยงชั้น 2 ซึ่งพนักงานสอบสวนได้จำลองเหตุการณ์ โดยการจัดองค์ประกอบต่างๆ ให้เหมือนกับคลิปดังกล่าว พร้อมทั้งวางมุมกล้องเพื่อตรวจสอบภาพในคลิปว่าถูกแอบถ่ายคลิปมาจากทิศทางใดและจุดใด เบื้องต้นคาดว่าเป็นสถานที่เดียวกับคลิปที่ถูกเผยแพร่จริงและเชื่อว่ากล้องถูกตั้งไว้บนโต๊ะที่อยู่ใกล้กัน อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่พบบุคคลอื่นมานั่งอยู่ที่โต๊ะใกล้กันแต่อย่างใด
ศาลแจงตั้งเลขาฯ เป็นสิทธิตุลาการ
แหล่งข่าวจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่ามีตุลาการบางคนแต่งตั้งบุตรชายที่อยู่ระหว่างการศึกษาต่อที่ต่างประเทศมาปฏิบัติหน้าที่เป็นเลขานุการส่วนตัวว่า ต้องเข้าใจคำว่าเลขานุการส่วนตัว ต้องเอาคนที่ไว้ใจได้ในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเอกสารลับ การนัดหมายงาน หรือแม้กระทั่งการเบิกถอนเงิน ซึ่งถือเป็นความลับที่ต้องใช้คนที่ไว้วางใจที่สุด นอกจากนี้ตามระเบียบการแต่งตั้งก็ให้เป็นสิทธิของตุลาการแต่ละคนที่จะคัดเลือกเอง โดยตนก็เลือกเอาคนที่ไว้ใจที่สุดและเป็นคนใกล้ตัว โดยขอให้ดูตัวอย่างผู้ที่ไม่ได้เอาคนใกล้ตัวมาใช้แล้วเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการใช้คนผิดประเภทที่ไม่มีความรู้ให้มาเกี่ยวข้อง แล้วเกิดเรื่องขึ้น ดังนั้นจึงเห็นว่าระเบียบการแต่งตั้งเลขานุการและผู้เชี่ยวชาญมีความเหมาะสมแล้ว
“ตุลาการที่ถูกกล่าวหานั้นได้เคยชี้แจงแล้วว่า บุตรชายที่ได้รับการแต่งตั้งเรียนจบมานานแล้ว และไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศแต่อย่างใด อีกทั้งเข้าออกสำนักงานอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตามการทำงานไม่จำเป็นต้องทำที่สำนักงานแต่เพียงอย่างเดียว เพราะมติ ครม.ก็เคยออกมาว่า ให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานที่บ้านได้ และเลขานุการส่วนตัวก็ไม่ได้ถือว่าเป็นข้าราชการศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด นอกจากนี้ตั้งแต่แต่งตั้งเข้ามา เขาก็ได้ไปต่างประเทศเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้ไปที่ไหนอีกเลย จึงอยากขอความเป็นธรรมให้แก่ตุลาการและขอให้สังคมช่วยพิจารณาด้วย” แหล่งข่าวกล่าว
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรายนี้ยังเปิดเผยถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาประสานงานการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อดูแลความปลอดภัยให้ตุลาการ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการส่งเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลความปลอดภัยอยู่แล้ว และการเดินทางไปไหนก็ไม่ได้มีตำรวจติดตาม เราก็ไม่ได้ประมาท แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่ต้องสวมเสื้อเกราะ หรือให้มีบอดี้การ์ดส่วนตัว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ใกล้การตัดสินคดีจำเป็นต้องมีการรักษาความปลอดภัยมากเป็นพิเศษหรือไม่ แหล่งข่าวกล่าวว่า ไม่มีอะไรมากเป็นพิเศษ แต่เราก็ไม่ประมาท อย่างไรก็ตามการข่มขู่ตุลาการก็มีหลายรูปแบบ ไม่ใช่เฉพาะข่มขู่ทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
กก.ศาลมั่นใจสอบจบใน 15 วัน
นายสนิท จรอนันต์ ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีคลิปการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ในการประชุมวันที่ 27 ตุลาคม จะเป็นการตรวจสอบว่าคลิปดังกล่าวถ่ายขึ้นในวันไหน ช่วงเวลาใด โดยจะเรียงลำดับของวันเวลา และจากนั้นจะดูว่าในวันเวลาดังกล่าวมีใครที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการประชุมตุลาการบ้าง และจำแนกว่ามีผู้ใดที่เข้าห้องประชุมหรือนั่งอยู่ในตำแหน่งใด โดยในขณะนี้ยังเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ไม่ได้ เพราะหากเปิดเผยจะทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอาจจะหลบหนีไปได้ ส่วนตัวตุลาการอาจจะถูกสอบถามในเนื้อหาของการสนทนาว่าเกิดขึ้นในช่วงใดอย่างไรก็ตามคณะกรรมการไม่มีอำนาจเข้าไปสอบถึงเนื้อหาที่ปรากฏในการประชุมตามที่พรรคเพื่อไทยต้องการได้
นายสนิท กล่าวว่า การสอบหาข้อเท็จจริงจะพยายามทำให้เสร็จภายใน 15 วัน ตามที่คณะตุลาการกำหนดไว้ และเมื่อเสร็จสิ้นก็จะเสนอผลสรุปต่อเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อนำเสนอต่อคณะตุลาการอีกครั้งหนึ่ง
"ขุนค้อน" ข้องใจมาตรฐานศาล รธน.
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีต รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีการพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ของศาลรัฐธรรมนูญว่า จากการติดตามข่าวการประชุมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์นั้น อดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสงสัยในมาตรฐานพิจารณาคดีและจริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการสืบพยานในคดีนี้ พบว่าเนื้อหาในคลิปที่มีการเผยแพร่มีการพูดคุยเรื่องการจะให้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียน มาเป็นพยานในคดีนี้ แต่เมื่อข่าวนี้หลุดและมีผู้นำเผยแพร่ เหมือนความจริงปรากฏ ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกในการสืบพยานปากนี้เสีย โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร การกลับไปกลับมาเช่นนี้ ขอถามว่าหลักการและมาตรฐานการพิจารณาคดีอยู่ตรงไหน หรือหากไม่ถูกเปิดเผยแล้ว พยานปากนี้ยังถือเป็นพยานปากสำคัญเช่นนั้นหรือ
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้เนื้อหาอภิปรายของตุลาการระบุว่าจะตัดสินในเดือนพฤศจิกายน แต่เมื่อถูกเปิดเผย กลับนัดแถลงปิดคดีวันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 หากนับวันเสร็จสิ้นคดี คือตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2553 ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์แถลงปิดคดีนานถึง 43 วัน ซึ่งยังไม่รวมถึงการนัดฟังคำพิพากษาที่อาจมีแนวโน้มทอดยาวออกไปอีก นานเกินไปหรือไม่ ทำไมต้องนานขนาดนั้น จึงขอเรียกร้องสังคมช่วยตรวจสอบกรณีดังกล่าวและเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมและแสดงออกให้สังคมเห็นว่าความยุติธรรมมีมาตรฐานเดียว
"เหลิม"จี้ ปชป.เคลียร์ให้ชัด
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงถึงคลิป 5 ตอนที่เกี่ยวข้องกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ว่า คลิปตอนที่ 1 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าใจชัดเจนว่าอาจไม่เกี่ยวข้องกับคดียุบพรรค แต่คลิปตอนที่ 2 มีนักกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็น ส.ส. 6 สมัย ไปพบกับเจ้าหน้าที่สำคัญของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนคลิปที่ 3-5 เป็นการประชุมของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นว่าคลิปที่ 2-5 มีเนื้อหาที่สอดคล้องกัน ปัญหาวันนี้ไม่ใช่ว่าใครเป็นคนถ่ายคลิป ใครนำมาลงเว็บไซต์ยูทูบ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวด้วยว่า ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่ใช่คนที่นำเรื่องนี้ไปเปิดเผย แต่ผู้กระทำคือเจ้าของรหัส "โอมายกอด3009" เป็นผู้นำเข้ายูทูบ และพรรคเพื่อไทยนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน พรรคประชาธิปัตย์จึงต้องออกมาเคลียร์ให้ชัดว่าคนของตัวเองไปคุยกับคนของศาลรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ และไปคุยกันเรื่องอะไร เหตุใดเนื้อหาสาระทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ถึงสอดคล้องกับคำหารือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ



