ข่าว

ส.อ.ท.ชงรัฐเยียวยาเอสเอ็มอีน้ำท่วมขอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ2ปี-โรงงานอุตฯอ่วมกว่า106ล้าน

ส.อ.ท.ชงรัฐเยียวยาเอสเอ็มอีน้ำท่วมขอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ2ปี-โรงงานอุตฯอ่วมกว่า106ล้าน

27 ต.ค. 2553

กระทรวงอุตสาหกรรมเผยโรงงานรับผลกระทบน้ำท่วม 259 ราย กว่าครึ่งอยู่ภาคอีสาน รวมมูลค่าเสียหาย 106 ล้านบาท ส.อ.ท.เตรียมเสนอรัฐออกมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2 ปี ด้าน คปภ.เผยรถยนต์แจ้งเสียหายแล้ว 666 คัน

 นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมว่า ตั้งแต่วันที่ 22-26 ตุลาคม มีโรงงานที่ประสบภัยน้ำท่วม 32 จังหวัด มีโรงงานอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ 259 ราย กว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในภาคอีสาน ขณะที่กลุ่มเอสเอ็มอีมี 51 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 106 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ 14 จังหวัด ภาคใต้ยังไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งหามาตรการช่วยเหลือด้านภาษีและค่าธรรมเนียม โดยเบื้องต้นจะยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับปี 2553 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ

 นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.จะเสนอภาครัฐเรื่องมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ซึ่งอาจจะมีเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2 ปี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฟื้นฟูกิจการ รวมทั้งขอให้นำค่าใช้จ่ายซ่อมโรงงานลงบัญชีรายจ่ายได้ 2 เท่าในการประเมินภาษี และให้ภาครัฐยกเว้นค่าน้ำและค่าไฟฟ้าแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ 1-3 เดือน และยกเว้นส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมมากกว่า 3 เดือน

 นางจันทรา  บูรณฤกษ์  เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยตัวเลขความเสียหายจากเหตุอุทกภัยจนถึงวันที่ 26 ตุลาคม  ว่ามีรายงานผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 40 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลของการทำประกันชีวิต สำหรับการประกันวินาศภัยได้รับรายงานว่ามีจำนวนรถยนต์ที่ทำประกันภัยประเภท 1 จำนวน 443,182 กรมธรรม์ รวมมูลค่าจำนวนเงินเอาประกันภัยทั้งสิ้น 200.476 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานความเสียหายเบื้องต้นจำนวน 666 คัน คิดเป็นมูลค่าจำนวนเงินเอาประกันภัยทั้งสิ้น 49.56 ล้านบาท

 สำหรับบริษัทที่รับประกันภัยสูงสุด คือ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด รองลงมา คือ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตามลำดับ ซึ่งคาดว่าหลังจากน้ำลดแล้วจะได้รับรายงานความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

 สำหรับการประกันอัคคีภัยและความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน มีจำนวนกรมธรรม์ทั้งสิ้น 684,376 กรมธรรม์ รวมมูลค่าจำนวนเงินเอาประกันภัย ทั้งสิ้น 1.15 ล้านล้านบาท โดยในเบื้องต้นได้รับรายงานความเสียหายของทรัพย์สินเพียง 17 ราย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 29 ล้านบาท ทั้งนี้ จำนวนกรมธรรม์ดังกล่าวจะต้องได้รับการตรวจสอบว่าได้มีการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับภัยน้ำท่วมหรือไม่ ซึ่งสำนักงาน คปภ.จะเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมต่อไป