ข่าว

พายุลูกเห็บพัดถล่มราชบุรีบ้านพัง70หลัง

พายุลูกเห็บพัดถล่มราชบุรีบ้านพัง70หลัง

26 ต.ค. 2553

พายุลูกเห็บพัดถล่มราชบุรีบ้านเสียหายกว่า 70 หลังคาเรือน นายกอบจ.ปทุมธานีขอรับบริจาคกระสอบทราย เนื่องจากบริษัทผลิตไม่ทันจนขาดตลาด แถมระดับน้ำยังเพิ่มไม่หยุด "สมชาย"นำทีมเพื่อไทยช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ร.ร.บุรีรัมย์เลื่อนเปิดเรียนไม่มีกำหนด น้ำป่าไหลบ่า

 เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 ต.ค. 53 ป้องกันภัยจ.ราชบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดพายุลูกเห็บพัดถล่มอย่างหนักในตําบลบัวงาม และตําบลดอนคลัง อําเภอดําเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าล้มระเนระนาดเกือบ 10 ต้น บ้านเรือนประชาชน และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการดอนคลัง ตําบลดอนคลัง ถูกพายุพัดถล่มจนต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นล้มทับหลังคาโรงเรียน และกระเบื้องหลังคาถูกแรงพายุพัดลูกเห็บตกใส่เสียหายจํานวนมาก ซึ่งรวมแล้วมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 70 หลังคาเรือน โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

 นายธวัช คํานพ หัวหน้าฝ่ายอาคารและสถานที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการดอนคลัง กล่าวว่า เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างรุนแรงพร้อมลมพัดเห็นต้นไม้ในโรงเรียนหักโค่นล้มทับอาคารอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทําให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันตกใจวิ่งหนีเข้าที่พักกันอย่างจ้าละหวั่น

 นายลาบ จันแพง นายกองค์การบริหารส่วนตําบลดอนคลัง และ นายวิรัช เอกรุน นายกเทศมนตรีเทศบาลตําบลบัวงาม อําเภอดําเนินสะดวก ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกพื้นที่ตรวจสอบความหายเบื้องต้น ประเมินค่าเสียหายคาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เพื่อทําเรื่องเสนอทางจังหวัดให้การช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยต่อไป

ผู้ว่าฯกฟภ.ระดมจนท.และสิ่งของช่วยน้ำท่วม

 นายณรงค์ศักดิ์ กำมเลศ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ 27 ต.ค.2553 เวลา 10.00 น. ตนจะลงพื้นที่ปลอบขวัญ และให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ หมู่ 1-9 ต.ท่าเจ้าสนุก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน 1,200 ครัวเรือน โดยจะมีการนำเครื่องอุปโภค-บริโภค บรรจุในถุงยังชีพจำนวน 1,400 ชุด และ ข้าวกล่อง ลงเรือออกไปมอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยตั้งศูนย์บริการประชาชนที่ อบต.ท่าเจ้าสนุก ซึ่งมีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตั้งเต้นท์บริการข่าวกล่องวันละ 2,000-3,000 กล่องต่อวัน มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25-27 ต.ค 2553

 ทั้งนี้ที่ผ่านมา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอท่าเรือ ได้ดำเนินการออกสำรวจและดูแลระบบไฟฟ้า ยกมิเตอร์ให้พ้นจากระดับน้ำ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมได้ประสานงานกับ เทศบาล อบต. ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งในอำเภอท่าเรือ อำเภอบ้านหมอและอำเภอดอนพุด เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังภัยน้ำท่วม ด้วยการประชาสัมพันธ์แจกแผ่นพับ ออกวิทยุชุมชน ให้ขนของเครื่องใช้ไฟฟ้าใว้ที่สูงและให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยทั้งก่อนและหลังน้ำท่วม มาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อวันที่ 17 ต.ค 2553 เป็นต้นมา

 ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตนเองยังได้กำชับให้ทุกพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม ให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทุกแห่ง เร่งดำเนินการฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ด้วยการออกสำรวจและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำท่วมสูง รวมทั้งให้การช่วยเหลือประชาชนในการสำรวจระบบไฟฟ้าภายในบ้านและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน ดำเนินการโดยพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและนักเรียนระดับอาชีวะศึกษาที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการ "กฟภ.รักษ์โลก ลดภาวะโลกร้อน" อีกด้วย 

นายกอบจ.ปทุมธานีขอรับบริจาคกระสอบทราย

 สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดปทุมธานี ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นตลอดเวลา โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังเพิ่มปริมาณสูงขึ้นประมาณ 10 ซม. และยังคงสูงขึ้นอยู่เรื่อยๆ คาดว่าวันนี้จะสูงขึ้นอีกประมาณ 20 ซม.

 นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ในวันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มระดับความสูงอยู่ตลอดเวลา จนถึงขณะนี้ปริมาณน้ำสูงขึ้นแล้วประมาณกว่า 10 ซม. ซึ่งทางเราต้องระดมเจ้าหน้าที่และประชาชนจำนวนกว่า 500 คน เร่งเสริมกระสอบทรายบริเวณเขื่อนกั้นน้ำริมถนนสายปทุมธานี-เชียงรากน้อย ในพื้นที่ อ.สามโคก ฝั่งตะวันออก ซึ่งมีความยาวประมาณ 10 กิโลเมตร ขึ้นไปอีก 2 ชั้น

 ทั้งนี้ถนนสายน้ำถือเป็นถนนสายสำคัญที่เป็นเขื่อนกั้นน้ำโดยธรรมชาติที่กั้นน้ำที่จะบ่าจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าไปยังพื้นที่ชั้นในของจังหวัดปทุมธานี ถ้าเส้นน้ำพังลง พื้นที่ชั้นในทั้ง อ.คลองหลวง ทีเป็นย่านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีโรงงานหลายร้อยโรงงาน และ อ.ธัญบุรี ที่เป็นย่านเศรษฐกิจที่มีห้างสรรพสินค้าและตลาดการค้าขนาดใหญ่ก็จะจมน้ำ จึงต้องเร่งเสริมคั้นกั้นน้ำขึ้นไปอีกเพิ่มความแข้งแรงของตัวเขื่อน ที่สำคัญวันนี้ในช่วงเช้าได้มีฝนตกลงมาอีก ทำให้กังวลว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจึงต้องเร่งเสริมกระสอบทรายและเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.

 ตอนนี้ปัญหาใหญ่คือเราขาดแคลนกระสอบทราย เพราะทางบริษัทผลิตไม่ทัน ทำให้กระสอบทรายขาดตลาด จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่มีกระสอบทรายเหลือและไม่ได้ใช้แล้ว ขอให้นำมาบริจาคได้ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี หรือนำมาให้ที่บริเวณเขื่อนกั้นน้ำถนนสายปทุมธานี-เชียงรากน้อย ก็ได้เพราะตอนนี้เราต้องการกระสอบทรายเพิ่มเป็นอย่างมาก

 นายชาญ กล่าวต่อว่า และอยากขอรับการสนับสนุนอาหารปรุงสำเร็จแล้ว ทั้งข้าว และแกง รวมทั้งน้ำดื่ม เพื่อนำมาให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันทำคันกั้นน้ำตลอด 24 ชม.เพราะตอนนี้เราต้องใช้กำลังคนมากทำให้อาหารการกินของประชาชนเหล่านี้ขาดแคลนจึงขอประชาสัมพันธ์และขอรับบริจาคอาหารจากพี่น้องประชาชนด้วย

"สมชาย"นำทีมเพื่อไทยช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

 เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 26 ตุลาคม 2553 นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นำทีมส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกันนำเครื่องอุปโภคเข้าแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยในเขตอ.สามโคก ฝั่งทิตตะวันออก ซึ่งได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาล้นไหลเข้าท่วมจนได้รับความเดือดร้อน โดยนำเครื่องอุปโภคบริโภคข้าวสารอาหารแห้งแจกจ่ายให้กับประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงวัดบัวทอง วัดศาลาแดง วัดป่างิ้ว โดยมีประชาชนออกมาต่อแถวรับสิ่งของบรรเทาทุกข์กันอย่างคับคั่ง

 ขณะเดียวกันนายสมบูรณ์ ปานย้อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จากกรมการสื่อสารทหาร โดยมีพล.ท.สุภกิจ นุตสถิตย์ เจ้ากรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย สั่งการให้ พ.อ.ศราวรรธน์ รุมนัตนะ ผู้บังคับกองพันทหารสื่อสาร กองบัญชาการกองทัพไทย กรมการสื่อสารทหาร พร้อมกำลังพลจำนวน 130 นาย นักศึกษาอาชีวะโรงเรียนเทคโนโลยีปทุมธานี ชาวบ้านประชาชนเข้าช่วยเหลือเสริมแนวกระสอบทรายบริเวณเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเพิ่มความแข็งแรงไม่ให้เกิดพังทะลายลงมาได้ นายสมบูรณ์ ปานย้อย นายกอบต.บ้านใหม่เปิดเผยว่า หากเขื่อนแนวกระสอบทรายบริเวณตำบลบ้านใหม่พังทรายลงมาจะทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาจากแม่น้ำเจ้าพระยาจะเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ และเข้าสู่คลองเปรมประชากรที่เชื่อมต่อกทม.ทำให้กทมอาจเกิดปัญหาน้ำท่วมได้

ร.ร.บุรีรัมย์เลื่อนเปิดเรียนไม่มีกำหนด

 ที่โรงเรียนบ้านบุ่งเบา ต.บ้านจาน อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ นายสุนทร   เสาว์สิงห์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบุ่งเบา  พร้อมคณะครู อาจารย์  และเด็กนักเรียน ได้เข้าตรวจสอบห้องเรียน และอาคารเรียนที่ถูกน้ำมูลไหลเอ่อทะลักเข้าท่วมขังภายในบริเวณโรงเรียน มานานกว่า 3 วัน จนต้องใช้เรือพาย และเดินลุยน้ำเข้าไปภายในอาคาร และห้องเรียน

 นายสุนทร กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าระบบไฟฟ้าภายในอาคาร และห้องเรียน รวมทั้งโต๊ะ เก้าอี้  ประตู หน้าต่างที่เป็นไม้  สมุดหนังสือเรียน  และตู้เก็บเอกสาร ที่ขนย้ายหนีน้ำไม่ทัน ได้ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ในเบื้องต้นประเมินค่าความเสียหายครั้งนี้ไม่น้อยกว่า 200,000 บาท  และคาดว่าหลังน้ำลดอาจจะได้รับความเสียหายเพิ่มมากขึ้นกว่านี้  

 และขณะนี้ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมโรงเรียนให้ทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 รับทราบแล้ว  เพื่อที่จะได้จัดหางบประมาณ มาจัดซื้ออุปกรณ์ และซ่อมแซมอาคารเรียนที่ชำรุดให้คงสภาพเดิมโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำท่วมขังภายในโรงเรียนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปริมาณน้ำสูงกว่า 1 เมตร และยังคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

 "อย่างไรก็ตาม โรงเรียนบ้านบุ่งเบาเป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียน จำนวน 292 คน ถึงกำหนดวันเปิดภาคเรียน ในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ แต่หากระดับน้ำยังท่วมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะนี้ คาดว่าจะไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้  โดยทางโรงเรียนจะได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ทางผู้ปกครองทราบว่า โรงเรียนกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม จึงมีจำเป็นต้องประกาศขยายระเวลาเปิดเรียนออกไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์  พร้อมเร่งซ่อมแซมประตูหน้าต่างๆ โต๊ะ เก้าอี้  ให้มีสภาพใช้การได้อย่างเร่งด่วน เพื่อจะได้เปิดเรียนตามปกติต่อไป” นายสุนทร กล่าว

น้ำป่าไหลบ่าท่วม100ครัวเรือนหมู่บ้านนางแลเชียงราย

 เมื่อเวลา 18.30 น.  ได้เกิดเหตุน้ำป่าจากเทือกเขาดอยนางแล  ซึ่งตั้งอยู่ขนานกับถนนพหลโยธินสายเชียงราย-แม่จัน อ.เมือง จ.เชียงราย  ได้ไหลทะลักลงมาเข้าท่วมพื้นที่หมู่บ้านนางแลใน หมู่ 7 ต.นางแล อ.เมืองอย่างหนัก  โดยเป็นผลมาจากการที่เกิดฝนตกบนเทือกเขาอย่างหนักติดต่อกันนานร่วม 5 ชั่วโมง

 ทั้งนี้น้ำป่าที่ไหลทะลักมีความเชี่ยวกราดและขุ่นโดยได้พัดพาเอาเศษไม้ วัชพืชและดินโคลนมาด้วย ส่งผลทำให้ชาวบ้านจำนวนประมาณ 100 หลังคาเรือน ซึ่งพึ่งจะฟื้นตัวจากการถูกน้ำป่าทะลักเข้าท่วมในลักษณะเดียวกันจนบ้านเรือนเสียหายไปหลายหลังเมื่อประมาณ 1-2 เดือนก่อน ต้องกลับมาประสบกับเหตุการณ์เดิมอีกครั้ง

 รายงานข่าวแจ้งอีกว่า น้ำป่าจากเทือกเขาได้ไหลลงสู่ลำน้ำและเข้าสู่เรือนประชาชนเป็นวงกว้าง โดยบางจุดระดับน้ำลึกกว่า 1 เมตร  แต่ส่วนใหญ่จะลึกประมาณ 30-50 ซ.ม.  กระนั้นก็สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักโดยชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์ไว้บนที่สูงอย่างจ้าละหวั่น  ส่วนข้าวของที่ขนย้ายไม่ทันก็ต้องเสียหาย

 ขณะที่ อส.จากอำเภอเมืองเชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) จ.เชียงราย เร่งลงพื้นที่เพื่อเข้าช่วยเหลือชาวบ้านเป็นการเร่งด่วน โดยเฉพาะการขนย้ายข้าวของขึ้นไปไว้บนพื้นที่สูง รวมทั้งประเมินสถานการณ์และประกาศเตือนให้ราษฎรในบ้านางแลใน และข้างเคียงอีก 5 หมู่บ้าน ได้ระมัดระวังหรือผู้ที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เพราะเกรงว่าน้ำป่าจะขยายวงกว้างเพราะยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง