ข่าว

ทุจริตงบช่วยน้ำท่วม...จริงหรือ

ทุจริตงบช่วยน้ำท่วม...จริงหรือ

27 ต.ค. 2553

ในห้วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา คนไทยเกือบครึ่งประเทศ หรือประมาณ 30 จังหวัด ต้องประสบกับภาวะความยากลำบากจากภัยพิบัติฝนถล่มน้ำท่วม แน่นอนว่าเป็นภัยธรรมชาติที่ยากจะป้องกันได้ แม้เราจะได้เตรียมการไว้ก่อนหน้า

ทั้งการทำพนังกั้นน้ำ ทำแนวป้องกันน้ำท่วม แต่ด้วยฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก บางพื้นที่ได้รับการยืนยันว่ามากกว่า 200 มิลลิเมตรด้วยซ้ำ จึงทำให้บางพื้นที่พูดได้ว่าน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 50 ปีด้วยซ้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำภาคกลาง และภาคอีสาน

 ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่เจอภัยพิบัติน้ำท่วม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีน สหรัฐอเมริกา หรือแม้กระทั่งอีกหลายประเทศในยุโรปก็เคยเจอน้ำท่วมหนักมาแล้วทั้งสิ้น เพียงแต่ภัยพิบัติจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น อันเกิดจากภาวะโลกร้อนที่มนุษย์เป็นคนก่อขึ้นมาเอง ทั้งการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นมามากมายแล้วปล่อยมลพิษออกไปสู่อากาศ และอีกมากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของมนุษย์ทั้งสิ้น

 กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของเรา ก็เคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาหลายครั้งหลายครา ตั้งแต่สมัยนายเทียม มกรานนท์ เป็นผู้ว่าฯ กทม. มีปัญหาน้ำท่วมหนัก ปี 2523 กรุงเทพมหานคร ก็กลายเป็นทะเล ถนนหนทางในเมืองหลวงแท้ๆ ก็กลายเป็นคลอง เช่นเดียวกับปี 2526 ถนนหลายสายในกรุงเทพมหานคร เมื่อไปยืนวัดดูน้ำก็ท่วมถึงหน้าอก จนต้องใช้เรือพายสัญจรไปมาบนท้องถนนมาแล้ว และต่อเนื่องมาจนปี 2530 หรือ 2538 ก็น้ำท่วมหนักในกรุงเทพมหานครเช่นกัน นี่ยังไม่นับรวมในต่างจังหวัดที่สลับสับเปลี่ยนกันเจอปัญหาน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นเหนือ ใต้ อีสาน หรือภาคกลาง ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี เคยรายงานว่า กรุงเทพมหานครจะต้องเจอปัญหาน้ำท่วมมากขึ้น และถี่ขึ้นด้วย

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการแก้มลิง ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร เมื่อบวกรวมกับโครงการอื่นๆของกรุงเทพมหานคร เราจึงได้เห็นว่าระยะหลังกรุงเทพมหานครเจอปัญหาน้ำท่วมน้อยลง ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการน้ำที่เป็นระบบมากขึ้น และเมื่อได้เห็นดำริของรัฐบาลที่จะขุดคลอง และระบบส่งน้ำเพิ่มขึ้นในหัวเมืองต่างๆ ที่เจอปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว ก็น่าจะเป็นโครงการที่มีประโยชน์ แต่น่าเศร้าใจกับข่าว "ทุจริตงบช่วยน้ำท่วม-สิ่งของบริจาคไปอยู่ในมือกลุ่มวงศาคณาญาตินักการเมืองท้องถิ่น เท่ากับเป็นการซ้ำเติมคนที่ประสบเคราะห์กรรมอยู่แล้ว และเป็นการหวังผลทางการเมืองของนักการเลือกตั้งที่เลวร้ายที่สุดอีกครั้งหนึ่งในสังคมการเมืองของไทย ในสถานการณ์ที่ธารน้ำใจไทยจากทั่วสารทิศกำลังหลั่งไหลไปช่วยคนที่ทุกข์ยากอยู่