ข่าว

"ผมไม่ได้ไปเฝ้าโผ"

"ผมไม่ได้ไปเฝ้าโผ"

27 ต.ค. 2553

แถลงโต้ทันควันสำหรับ "ส.ส.ใต้ พรรคประชาธิปัตย์" หลังจาก "พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร" รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (รองผบช.ภ.9) ถูกย้ายไปเป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี ได้แถลงข่าวมีนักการเมืองล้วงลูกโผโยกย้ายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ เ

 ตัวแทน ส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ 6 คน ประกอบด้วย สมชาย โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร ส.ส.พัทลุง ส.ส.สงขลา ประกอบด้วย เจือ ราชสีห์, ประพร เอกอุรุ, วิรัตน์ กัลยาศิริ และชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ร่วมออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ "พล.ต.ต.วิสุทธิ์" เปิดเผยชื่อนักการเมืองที่อ้างว่าเข้าไปล้วงลูกโผโยกย้ายนายตำรวจ โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่สังกัด พร้อมกับให้นำหลักฐานการเข้าไปล้วงลูกโผโยกย้ายนายตำรวจครั้งนี้มาแสดง

 "ศิริโชค โสภา" ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เลขานุการส่วนตัวนายกรัฐมนตรี หรือเจ้าของฉายา "วอลล์เปเปอร์" ดูจะหนักหน่อยเพราะถูก "พล.ต.ต.วิสุทธิ์" เปรียบค่าด้อยกว่า "หน้าต่าง กับประตู" และเป็นคนไป "เฝ้าโผ" ระหว่างมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นั่งเป็นประธานพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 "ศิริโชค" ยืนยันว่า ไม่ได้ไปเฝ้าโผตามที่มีการเสนอข่าว แต่วันนั้นได้นัดหมายกับนายกรัฐมนตรีเพื่อร่วมเดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่อยุธยา และปทุมธานี เวลา 14.00 น. นายกฯ ไปประชุม ก.ตร. ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยนั่งรอนายกฯ อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลจนกระทั่งใกล้เวลา 14.00 น.มีเจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้ไปขึ้นรถที่ สตช. นายกฯ จะไม่เดินทางกลับมาที่ทำเนียบ จึงได้เดินทางไป สตช. แต่นั่งรอที่ห้องผู้สื่อข่าวเท่านั้น

 "ผมเดินทางไปถึง สตช.เวลาประมาณบ่ายโมงกว่าๆ และตั้งใจว่าจะนั่งรอนายกฯ อยู่ที่ห้องสื่อมวลชนด้านล่าง ไม่ได้เดินขึ้นไปที่ห้องประชุม ก.ตร.เพราะตั้งใจแล้วว่า จะไม่ไปเดินแถวหน้าห้องที่มีการประชุมก.ตร. เนื่องจากอาจจะตกเป็นเหยื่อได้ เมื่อนายกฯ ประชุมเสร็จ ผมจึงเดินทางไปตามนายกรัฐมนตรีไปตรวจน้ำท่วม ผมไม่ได้ไปเฝ้าโผตามที่มีการเสนอข่าว" เจ้าของฉายาวอลเปเปอร์ ชี้แจง

 ส่วนการถูกเปรียบเป็น "วอลล์เปเปอร์" ที่ด้อยค่ากว่า "หน้าต่าง กับประตู" เรื่องนี้ "เจ้าของฉายาวอลล์เปเปอร์" มองว่า ไม่ว่าจะเป็น พรหม วอลเปเปอร์ หน้าต่าง หรือประตู ก็มีหน้าที่สำคัญไม่ด้อยไปกว่ากัน เปรียบเหมือนนาฬิกาที่มีคนบอกว่าเข็มสั้น-ยาวสำคัญกว่าเฟือง แต่แท้จริงแล้วทุกส่วนต้องบูรณาการด้วยกันจึงจะเป็นนาฬิกาได้

 การที่ "ส.ส.ประชาธิปัตย์ ภาคใต้" มาแถลงข่าวเหมือนยอมรับเป็นนักการเมืองที่ล้วงโผตามที่ "รองฯ วิสุทธิ์" เอ่ยถึง "ศิริโชค" ในฐานะ "ส.ส.สงขลา" อธิบายว่า พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 ประชาชนส่วนใหญ่เลือกส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ 80-90% คำพูดของ "รองฯ วิสุทธิ์" มีลักษณะเป็นการดำเนินคดีกับนักการเมืองในสื่อ แทนที่จะดำเนินคดีทางกฎหมาย

 ข่าวใหญ่ที่เชื่อมโยง "นายกรัฐมนตรี" มักจะมี "ศิริโชค" เข้าไปเกี่ยวพันแทบทุกครั้ง เช่น กรณีการเดินทางไปพบ "วิคเตอร์ บูท" ผู้ต้องหาคดีค้าอาวุธสัญชาติรัสเซียที่เรือนจำ หรือข่าวการโยกย้ายตำรวจ "เลขานุการส่วนตัวนายกรัฐมนตรี" มองว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่จะถูกจับโยงเข้าด้วยกัน เนื่องจากจะติดตามนายกรัฐมนตรีไปเกือบทุกที่ถือว่าใกล้สนิทกันแต่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการโยกย้ายตำรวจ

 "การเป็นเลขานุการส่วนตัวนายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่หาข้อมูลให้นายกรัฐมนตรีเรื่องไหนถ้ามีข้อมูลก็จะแสดงความคิดเห็น แต่การนำไปปฏิบัติขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของนายกฯ โดยงานหลักคือเป็นผู้ประสานงานด้านนิติบัญญัติ"

 เมื่อถามว่าเป็น "จุดอ่อน" ที่ทำให้ภาพของนายกฯ เสียหายหรือไม่เมื่อมีข่าวเชื่อมโยงในแง่ลบ "เจ้าของฉายาวอลล์เปเปอร์" ตอบทันทีว่า ส่วนตัวกลับมองว่าเป็นจุดแข็ง เพราะถือเป็นผู้ทำหน้าที่คัดกรองและปกป้องนายกรัฐมนตรีมากกว่า เอกสารการประชุมจะเป็นคนถือ รวมทั้งเอกสารที่ประชาชนร้องเรียนมากหรือส่งข้อมูลมาให้จะเป็นฝ่ายคัดกรองข้อมูลก่อนในแง่ของฝ่ายนิติบัญญัติ

 การออกมาแถลงข่าวของ "รองฯ วิสุทธิ์" เจ้าของฉายาวอลล์เปเปอร์ บอกว่า นายกรัฐมนตรีทราบข่าวแล้ว และงงกับการกระทำของรองฯ วิสุทธิ์ เพราะเห็นว่าน่าจะออกมาเรียกร้องก่อนที่จะมีการแต่งตั้งออกมา แต่เป็นไปได้ว่า รองฯ วิสุทธิ์ อ่านหนังสือพิมพ์มากเกินไป เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่า รองฯ วิสุทธิ์ อาจได้กลับไปนั่งรอง ผบช.ก. แต่หลังจาก ก.ตร.มีมติให้รองฯ วิสุทธิ์ ไปนั่งที่สำนักงานกฎหมายและคดี คงผิดหวังจึงออกมาโวยวาย ดูแล้วไม่ดี

 "การทำงานของรองฯ วิสุทธิ์ในพื้นที่ภาค 9 ก็มีปัญหาพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องความสามัคคี จึงต้องไปดูว่าสาเหตุการโยกย้ายเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ด้วยหรือไม่" ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

 การเปิดศึกระหว่าง "ข้าราชการตำรวจ" กับ "นักการเมือง" ที่ต้นทุนทางสังคมแทบไม่ต่างกันสุดท้ายสังคมจะเชื่อใครก็ให้พิจารณากันเอาเอง!

 

สมถวิล เทพสวัสดิ์