ข่าว

 ธรรมาภิบาลเสื่อม

ธรรมาภิบาลเสื่อม

27 ต.ค. 2553

หลักธรรมาภิบาลไม่ว่าในบริบทของสหประชาชาติ, แวดวงวิชาการในทางรัฐศาสตร์-นิติศาสตร์ หรือพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีฯ จะมีอยู่ข้อหนึ่งคือ ความรับผิดชอบ หรือการผิดพลาดในฐานะผู้นำองค์กร

 ความเสียสละของตนเอง เพื่อให้องค์กรอยู่รอด, เพื่อให้ชื่อเสียง, ความขลัง, การยอมรับของคนในสังคม ในองค์กรที่ตนรับผิดชอบเป็นผู้นำอยู่ มีความยั่งยืนตลอดไป เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

 องค์กรแห่งอำนาจรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ยกแว้นตุลาการ องค์กรอิสระ ไม่ว่า ป.ป.ช., กกต., ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือแม้แต่ คตง. ล้วนเป็นที่นำพาในความเชื่อถือของประชาชน มีองค์กรของฝ่ายตุลาการ ไม่ว่าศาลยุติธรรม, ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ที่ประชาชนยังเคารพนับถือ และให้ความยำเกรงต่อตุลาการ ยึดถือเป็นหลักเป็นที่พึ่งได้

 แต่เหตุการณ์ที่ปรากฏ การพบกันระหว่างหนึ่งในทีมงานกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต่อสู้คดียุบพรรคในศาลรัฐธรรมนูญ กับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเนื้อหาการสนทนาแสดงถึงการหาวิธีการที่จะชนะคดี และพ้นจากการถูกศาลสั่งยุบพรรค

 หนึ่งในทีมงานกฎหมายของพรรค สนทนากับเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ ในเรื่องการหาวิธีทั้งพยานบุคคล และการตัดพยาน ล้วนแต่ชัดเจนในสายตาของนักกฎหมายและประชาชนผู้รู้กฎหมายว่าเพื่อมิให้ตัดสินยุบพรรค

 การแก้ตัวไม่ว่าโดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน นักวิชาการผู้มีชื่อเสียงทั้งในทางรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ นักเขียนคอลัมน์ในสื่อมวลชนประเภทต่างๆ ไม่อาจช่วยให้พ้นจากการแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้นำองค์กรในบริบทของธรรมาภิบาล

 ในการบริหารบ้านเมือง ที่ระงมอยู่ขณะนี้ ในหมู่ประชาชนทั่วไป ไม่ได้ทำให้ตัวละครในเรื่องนี้ เกิดความสำนึกถึงความถูก ความควร ไม่รู้สึกนึกในจริยธรรมที่ทุกองค์กรบัญญัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

 ฤา บ้านเมืองไทย ธรรมาภิบาลจะเสื่อมลงทุกองค์กรแล้ว?

 แสดงความรับผิดชอบมาเถิด เพื่อชะลอความเสื่อมของธรรมาภิบาล

คมพิทักราษฎร์