ข่าว

มาร์คเชื่องบช่วยน้ำท่วมอาจถึง5พันล้าน

มาร์คเชื่องบช่วยน้ำท่วมอาจถึง5พันล้าน

26 ต.ค. 2553

"นายกฯ"รมว.ทุกกระทรวงลงสำรวจตัวเลขความเสียจากน้ำท่วม เชื่องบช่วยอาจจะบานปลายถึง 5 พันล้าน พร้อมปรับตัวชดเชยพืชผลเกษตรใหม่หมด ด้านคลังเสนอพักหนี้ให้เกษตรกร 3 ปี แถมยังใจดีให้กู้ใหม่โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน พร้อมเผย"นายกฯ"สั่งก.พาณิชย์ชะลอระบายข้าวส

(26ต.ค.) รายงานข่าวจากที่ประชุมครม.เเจ้งว่า  ที่ประชุมได้ใช้เวลาหารือถึงมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอุทกภัยกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้จี้สอบถามหลักเกณฑ์ในการแจกจ่ายสิ่งของในการช่วยเหลืออย่างไร เพราะมีการร้องเรียนเข้ามามากมายว่าหลายพื้นที่เจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ถึง หรือได้รับสิ่งของช่วยเหลือที่เป็นของไม่ดี แต่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโต้แย้งยืนยันว่าเข้าไปดูแลช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ดังนั้นก็ไม่ต้องมาถกเถียงกัน เมื่อเรามีการตั้งศูนย์เยียวยาฯ ขึ้นที่ทำเนียบฯแล้ว ถ้ามีการแจ้งร้องเรียนมาก็ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลแก้ปัญหา   

 รายงานข่าว กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จำนวนครัวเรือนที่จะต้องจ่ายเงินช่วยเหลือนั้นแม้ขณะนี้จะมีตัวเลขประมาณ 5.8 แสนครัวเรือน แต่ตัวเลขยังไม่นิ่ง อาจจะเพิ่มสูงถึงล้านครัวเรือนหรือไม่ ซึ่งวงเงินช่วเยหลืออาจจะถึง 5,000 ล้านบาท ดังนั้นขอให้ทุกกระทรวง ไปสรุปตัวเลขความเสียหายของอาคารสำนักงาน หรือโรงพยาบาล โรงเรียน มาให้ชัดเจนก่อนเสนอขออนุมัติงบประมาณจากที่ประชุมครม.เศรษฐกิจต่อไป
 
 รายงานข่าว กล่าวต่อว่า ที่ประชุมครม.จึงได้อนุมัติการช่วยเหลือเฉพาะหน้าเพียงบางส่วน ดังนี้ 1. จ่ายเงินชดเชยแก่ผู้ประสบอุทกภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท   โดยประมาณการว่าผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 5.8 แสนครัวเรือน ใช้งบประมาณ 2.9 พันล้านบาท โดยให้มีการเบิกจ่ายผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) และ ธนาคารออมสิน และ 2. อนุมัติงบประมาณ 308 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเต้นท์เรือ และ ส้วมลอยน้ำ พร้อมกับให้คณะกรรมการ คชอ. และกระทรวงมหาดไทยหารือกับสำนักงบประมาณในการใช้เงินบริจาคจำนวน 50 ล้านบาทด้วย

 รายงานข่าวกล่าวว่า   อย่างไรก็ตามสำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเรื่องการพักหนี้เกษตรกร การจ่ายชดเชยค่าเสียหายพืชผลทางการเกษตร ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเสนอแนวทางและมาตรการช่วยเหลือต่อผู้ประสบอุทกภัยต่อที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ ในวันที่ 1 พ.ย.ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหาข้อสรุปอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เสนอแนวทางต่อที่ประชุมครม. เพื่อช่วยเหลือตามแนวทางการจ่ายเงินชดเชยเพิ่มเติมพืชผลทางการเกษตร ข้าว พืชสวน และ พืชไร่   ในเบื้องต้นจะให้ปรับหลักเกณฑ์จ่ายเงินชดเชยพืชผลทางการเกษตรใหม่เพิ่มขึ้นจากอัตราค่าชดเชยเดิม เช่น ข้าว 606 บาทต่อไร่      พืชสวน 837 บาทต่อไร่ และพืชไร่ 902 บาทต่อไร่ ขณะที่กระทรวงการคลังเสนอพักหนี้เกษตรกร เป็นระยะ 3 ปี พร้อมกับให้กู้เพิ่มเติมโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน    

 รายงานข่าว กล่าวอีกว่า ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทยได้โต้แย้งว่า คงจะให้การช่วยเหลือแต่เฉพาะลูกหนี้ธ.ก.ส. หรือธนาคารออมสินไม่ได้ แต่ต้องช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่กู้เงินจากสหกรณ์ หรือกองทุนหมู่บ้านด้วย   จึงเสนอให้มีการพักหนี้สมาชิกสหกรณ์และกองทุนหมู่บ้านด้วยเป็นระยะเวลา 3 ปี   พร้อมกับลดดอกเบี้ย และให้กู้เพิ่มเติมครัวเรือนละ 1 แสนบาท ซึ่งครม.มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยไปหารือกับนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจถึงหลักเกณฑ์คุณสมบัติ   นอกจากนี้ทางนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เสนอให้เงินกู้ผู้ประกอบการเพื่อฟื้นฟูอาชีพและธุรกิจ อัตราดอกเบี้ย MLR -3%    และถ้ารัฐมนตรีท่านใดจะไปลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนนั้นทางพณ.ก็พร้อมสนับสนุนมีข้าวที่จะไปแจก 2 แสนถุง

   รายงานข่าว กล่าวแจ้งว่า เมื่อนางพรทิวาพูดถึงการช่วยเหลือประชาชนโดยการแจกข้าวนั้น  นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวขึ้นว่าเมื่อพูดถึงข้าว ต้องขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์ชะลอการระบายข้าวในสต็อคของรัฐทั้งหมด เอาไว้ก่อน โดยขอให้นายไตรรงค์เข้ามาดูทบทวนว่ามีข้าวอยู่จำนวนเท่าไหร่ ควรจะระบายเมื่อใดอย่างไร เนื่องจากมีสถานการณ์น้ำท่วม ผลผลิตในปีนี้ก็จะลดลง ถ้าเราประกาศออกไป จะทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น

 รายงานข่าวกล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ยัง ได้ซักถามถึงปัญหากรณีน้ำในแม่ชีและแม่น้ำมูลไหลไปรวมกับแม่น้ำโขง จะส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วมไปถึงพื้นที่ไหนอย่างไรบ้าง พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการป้องกันในกรณีที่น้ำจากแม่น้ำชีจะไหลหลาก และจะส่งผลกระทบพื้นที่จ.อุบลราชธานี ตามที่

เรียกประชุมด่วนคชอ.เย็นนี้เร่งช่วยเหลือน้ำท่วม

 นายวิทเยนทร์ มุตตามะระ กรรมการคณะกรรมการอำนวยการ กำกับ ติดตาม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(คชอ.) เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 16.30 น. จะมีการประชุมคชอ. เป็นการด่วน ที่ห้อง 501 ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อนำผลประชุม ครม.มาดำเนินการทันที รวมการจัดงบช่วยเหลือกระจายทั่วถึงตามความเดือดร้อน