
อีก6วันระบายน้ำท่วมจากลำน้ำมูลลงโขง
แม่น้ำมูลจากโคราชก้อนแรกถึงสุรินทร์แล้ว ทม.ศรีสะเกษ เตรียมรับมือน้ำท่วม หลังอ่างเก็บน้ำ 16 แห่งจุน้ำเกินปริมาณกำหนด ขณะน้ำโคราช - ชัยภูมิหนุนเพิ่ม ด้านพ่อเมืองเผย น้ำตอนบนไหลเข้าเฉลี่ย 110 ล้าน ลบ.ม./ วัน แจ้งเตือนประชาชนพื้นที่เสี่ยงระวังน้ำท่วมตลอด 24
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์นํ้ากรมชลประทานได้รายงานเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 26 ตุลาคมว่า ขณะนี้ปริมาณนํ้าในแม่นํ้ามูลก้อนแรกจากจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางมาถึงในเขตอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์แล้ว และคาดว่าปริมาณนํ้าก้อนใหญ่จากจังหวัดนครราชสีมาจะเดินทางมาถึงในเขตอำเภอชุมพลบุรี ภายในระยะ 2 - 3 วันข้างหน้านี้ ซึ่งจะทำให้ระดับนํ้าในแม่นํ้ามูลสูงขึ้นอีกประมาณ 0.50 - 1.00 เมตร จากนั้นจะไหลลงสู่ในเขตอำเภอท่าตูม และอำเภอ รัตนบุรี ก่อนจะไหลเข้าสู่จังหวัดศรีสะเกษต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณนํ้าดังกล่าว จะใช้เวลาในการไหลผ่านในเขตจังหวัดสุรินทร์ประมาณ 7 - 10 วัน
ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่นํ้ามูล ในเขตจังหวัดสุรินทร์ เตรียมการป้องกันล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย และป้องกันนํ้าไหลเข้าที่พักอาศัย และพื้นที่การเกษตร โดยการขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยง และยานพาหนะขึ้นสู่ที่สูง ทั้งนี้ กรมชลประทานจะแจ้งถึงสถานการณ์นํ้าให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป
อีก6วันระบายน้ำท่วมจากลำน้ำมูลลงโขง
นายคุณพจน์ บัวโทน วิศวกรชำนาญการพิเศษ ศูนย์เมขลา กรมทรัพยากรน้ำ กล่าวถึงการระบายน้ำท่วมจากพื้นที่อ.ปักธงชัย อ.เมือง จ.นครราชสีมา ว่า จากเส้นทางการระบายน้ำ ในแม่น้ำมูน คาดว่าจะใช้เวลาอีก 6 วันจึงจะออกไปยังแม่น้ำโขง ที่อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานีได้ ทั้งนี้ จากผังการเดินทางของน้ำที่ไหลลงแม่น้ำมูล ผ่านมาทางอ.พิมาย อ.ชุมพวง ล่าสุดวันนี้ ( 27 ต.ค.) ก้อนน้ำจะไหลผ่านอ.สตึก จ.บุรีรัมย์ และอ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ โดยมีอัตราการไหลของน้ำ 580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จากนั้นน้ำจะไหลลผ่านอ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ โดยมีอัตราไหลของน้ำ 880 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และถึงจุดพีคที่สุดที่อ.เมือง จ.อุบลราชธานีในวันที่ 2 ต.ค.นี้ โดยมีอัตราไหลของน้ำ 2 , 660 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เนื่องจากลำน้ำจะรับน้ำได้มากสุดแค่ 2 , 410 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น จึงส่งผลให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งในบริเวณดังกล่าว ก่อนที่จะผ่านไปยังแก่งสะพือ ลงในน้ำโขง
วิศวกรชำนาญการพิเศษ กล่าวอีกว่า ส่วนการระบายน้ำจากเส้นแม่น้ำชี ซึ่งผ่านมาทางรอยต่อของจ.ชัยภูมิ และจ.ขอนแก่น ขณะนี้อัตราการไหลของน้ำ อยู่ที่ 781 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากนั้นในวันที่ 30 ต.ค.นี้ก้อนน้ำจะผ่านเขตอ.มหาสารคาม จ.มหาสารคาม และอ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธ์ มีอัตราไหล 972 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ทั้งนี้ในวันที่ 2 พ.ย.นี้จะไหลผ่านอ.กมลาไสย จ.กาฬสินธ์ และอ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ผ่านลงมาทางอ.เมืองยโสธร ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ คาดว่าจะมีอัตราไหลอยู่ที่ 1 , 121 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะมาบรรจบกับก้อนน้ำมูล ที่ไหลลงสมทบกันที่ อ.เมืองอุบลราชธานี ในช่วงวันที่ 2-5 พ.ย. ซึ่งประเมินว่าจากปริมาณน้ำมูล ผสมกับปริมาณของน้ำชี ก่อนจะไหลลงแม่น้ำโขง ในจุดนี้อาจจะส่งผลให้ปริมาณน้ำจะมีมากถึง 4 , 000 กว่าลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนเกิดการระบายน้ำไม่ทัน
ศูนย์เมขลาทส.ติดตามสถานการณ์24ชม.
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ตรวจสอบความพร้อมของ ศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ หรือศูนย์เมขลา ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 11 อาคารกรมทรัพยากรน้ำ โดยนายบุญจง จรัสดำรงนิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ กล่าวถึงการทำงานของของศูนย์เมขลาว่า ที่ผ่านมาได้ จัดทีมเจ้าหน้าที่กว่า 10 คนคอยติดตามมสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และมีการแจ้งเตือนผ่านทางเอสเอ็มเอส และส่งข้อมูลยังหน่วยงานในระดับท้องถิ่นที่จะมีปัญหาน้ำ เช่น คณะกรรมการรเครือข่ายลุ่มน้ำ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ 3-5 วันซึ่งจะมีเวลาให้หน่วยงานในพื้นที่แจ้งผ่านไปยังชาวบ้านให้เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำหลากน้ำท่วมได้ทัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาน้ำท่วมในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทางศูนย์เมขลาได้มีการรายงานข้อมูลไปยังศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยทีรัฐบาลจัดตั้งขึ้นด้วย
เทศบาลศรีสะเกษรับมือน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำต่อเนื่อง
นายฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองศรีสะเกษนำถังน้ำและเต็นท์ออกมากางในพื้นที่สูงและบนถนน เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือประชาชนในชุมชนสะพานขาว ชุมชนท่าเรือ และชุมชนหนองหัวหมู ซึ่งเป็นชุมชนที่อาศัยอยู่ติดลำน้ำห้วยสำราญ เมื่อน้ำขึ้นจะได้รับผลกระทบจากการถูกน้ำท่วมมากที่สุด โดยขณะนี้ปริมาณน้ำที่กักเก็บตามอ่างเก็บน้ำ 16 แห่งในจังหวัดศรีสะเกษ คิดเป็น 104 เปอร์เซนต์ โดยมีปริมาณน้ำที่เกินกว่าที่กักเก็บได้ จำนวน 13 อ่าง เช่น อ่างเก็บน้ำห้วยศาลา อ่างห้วยติ๊กซู อ่างห้วยสำราญ และอ่างเก็บน้ำห้วยทา
นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ปริมาณน้ำจากทางตอนบนของจังหวัดศรีสะเกษ เช่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งสำนักงานชลประทานจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประเมินว่าปริมาณน้ำที่ท่วมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จะไหลลงสู่แม่น้ำมูล จะไหลผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ เข้าสู่จังหวัดศรีสะเกษ เฉลี่ย 110 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยคาดว่าน้ำจะมาถึงตัวเมืองศรีสะเกษ ในวันที่ 28 ตุลาคม นี้ ซึ่งทางจังหวัด ได้สั่งการให้อำเภอในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง และให้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังภาวะอุทกภัยตามเส้นทางน้ำไหล และให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดด้วย
ชัยภูมิเซ่นน้ำท่วมดับอีกศพที่3น้ำชียังทะลักแรง
สถานการณ์น้ำท่วม จ.ชัยภูมิ ต้นกำเนิดแม่น้ำชียังมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณน้ำชีล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรที่ลำชีไหลผ่านสูงขึ้นต่อเนื่อง ในเขต อ.หนองบัวแดง,หนองบัวระเหว,บ้านเขว้า,จัตุรัส,เนินสง่า,และเขตตำบลรอบนอก อ.เมืองชัยภูมิ รวม 9 ตำบลประกอบด้วยต.บ้านค่าย,หนองนาแซง,หนองไผ่,ลาดใหญ่,บ้านเล่า,รอบเมือง,ชีลอง,โพนทอง,และตำบลบุ่งคล้า และเขตอ.คอนสวรรค์ รอยต่อจ.ขอนแก่น
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.น้ำชีได้ทะลักล้นตลิ่ง ความแรงทำให้พัดสะพานคอนกรีต ยาวกว่า 16 เมตร ช่วงทางผ่านบ้านโนนโพธิ์ เขตอ.บ้านเขว้า เชื่อมผ่านบ้านหนองบัวบาน อ.จัตุรัส ทำให้ตัวสะพานขาดเสียหายถูกพัดจมไปกับสายน้ำทั้งหมด ราษฎรกว่า 1,000 หลังคาเรือนในเขตรอยต่อ 2 อำเภอ ไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวผ่านเข้าออกจากหมู่บ้านได้ และมีระดับน้ำสูงกว่า 3.5 เมตร กระแสน้ำพัดรุนแรงเข้าพื้นที่การเกษตรเสียหายอีกเป็นวงกว้างอีกหลายพันไร่ ทางอำเถอกำลังเร่งหาทางเข้าช่วยเหลือราษฎรเป็นการด่วนแล้ว
ขณะที่ เขต อ.เมืองชัยภูมิ ที่ ต.นาฝาย พ.ต.ท.ธีรภัทร สมบัติหลาย พนักงานสอบสวนสภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำเสียชีวิตที่บริเวณคลองชลประทานอ่างเก็บน้ำช่อละกา บ้านกุดขมิ้น หมู่ 7 พบศพชื่อนายบุญเพ็ง คุ้มกุดขมิ้น อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 บ้านโนนคูณ หมู่ 8 ต.นาฝาย พลัดตกน้ำจมน้ำเสียชีวิตจากการออกมาหาปลาตั้งแต่ช่วงเช้า จนมีคนมาพบศพในจุดดังกล่าวเมื่อเวลา 09.00 น. และแจ้งญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
จ.ชัยภูมิมีผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในปีนี้รวมแล้วเป็นรายที่ 3 จากเดิมรายแรกคือนางสำริด จิตสกุล วัย 75 ปี ชาวชุมชนหนองบ่อ เทศบาลเมืองชัยภูมิ เสียชีวิตจากการหนีน้ำท่วมออกจากบ้านไม่ทันเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา และรายที่ 2 นายสมศักดิ์ ชัยทน อายุ 46 ปี ชาวบ้านหลุบโพธิ์ ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า เสียชีวิตถูกน้ำพัดระหว่างออกหาปลา เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา
นายชูรัตน์ คูสกุลรัตน์ สสจ.ชัยภูมิ ได้เรียกประชุมด่วนและเปิดแถลงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ สำนักงานสาธารณสุขจ.ชัยภูมิ ชั้น 2 หลังน้ำลดระดับในหลายพื้นที่ของเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ และโรงพยาบาลชัยภูมิ ได้รับความเสียหาย ต้องเร่งปรับปรุงซ่อมแซมตัวอาคารโรงพยาบาลชัยภูมิ และหางบประมาณเตรียมการป้องกันน้ำท่วมทำรั้วกั้นน้ำรอบโรงพยาบาลอีกหลายสิบล้านบาท รวมทั้งมีสถานีอนามัยตำบล ได้รับความเสียหายรวม 5 แห่ง ในเขต อ.เมือง และอ.บ้านเขว้า โดยได้เร่งฟื้นฟูผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ ป่วยโรคเครียดเป็นการด่วน ด้วยการออกหน่วยสถานีอนามัยเคลื่อนที่ประจำทุก 16 อำเภอ ของจังหวัด พบว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคเครียดรวมแล้วกว่า 4,000 ราย ในเขตอ.หนองบัวระเหว,จัตุรัส,บ้านแท่น,ภูเขียว,เมือง,บำเหน็จณรงค์,บ้านเขว้า,ภักดีชุมพล,เกษตรสมบูรณ์,คอนสวรรค์,หนองบัวแดง,ซับใหญ่,เทพสถิต,คอนสาร,แก้งคร้อ และอ.เนินสง่า ซึ่งต่อไปได้เร่งให้หน่วยอนามัยเคลื่อนที่ทั้ง 74 แห่ง เร่งช่วยเหลือและป้องกันผู้ป่วยโรคที่มากับน้ำ โดยเฉพาะโรคฉี่หนู,น้ำกัดเท้า,ตาแดง,ท้องร่วง,และโรคทางเดินอาหาร ที่จะมีตามมาอีกจำนวนมาก เนื่องจากส่วนหนึ่งต้องใช้สุขาลอยน้ำ และสิ่งปฏิกูลถูกปล่อยลงน้ำไหลตกค้างไปในพื้นที่หลายอำเภอเป็นจำนวนมากระหว่างรอน้ำท่วมขังและใช้เวลานานอีกหลายสัปดาห์กว่าน้ำจะลดเป็นปกติได้
ผวจ.อุบลเตรียมผันน้ำออกจากแม่น้ำมูล
ที่กองบินที่ 21 อุบลราชธานี นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศ บินสำรวจพื้นที่เสียงภัยน้ำท่วมในเขตอ.เมืองอุบลราชธานีและอ.วารินชำราบ โดยบินสำรวจการไหลของลำน้ำชีและแม่น้ำมูลที่มาบรรจบกันที่บริเวณบ้านวังยาง ต.บุ่งหวาย อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ขณะนี้ระดับน้ำในลำน้ำชี้ได้เอ่อท่วมพื้นที่ป่าทามและบ้านเรือนชาวบ้านแล้วบางส่วน
ทั้งนี้ นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้กล่าวภายหลังบินตรวจสอบระดับน้ำว่า ในขณะน้ำชีได้เอ่อท่วมในบริเวณที่เป็นป่าชุ่มน้ำ และบ้านเรือนราษฏรแต่ไม่มากหนัก ส่วนแผนในการเตรียมรับมือน้ำท่วม ทางจังหวัดอุบลราชธานีได้คาดการณ์ว่าน้ำจะท่วมเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 1 เมตร ได้ทำการอพยพชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำมูลออกจากพื้นที่ไปอาศัยอยู่ยังที่ปลอดภัย แล้วกว่า 500 ครอบครัว รวมทั้งน้ำน้ำดื่ม สุขา ติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
นอกจากนี้ทางจังหวัดเตรียมผันน้ำออกจากแม่น้ำมูลเพื่อพร่องน้ำจำนวน 2 จุด ที่บริเวณบ้านป่ากุดหวาย ลงแก้มลิงและจุดที่ 2 ผันน้ำบริเวณอ.พิบูลมังสาหาร เพื่อให้ระดับน้ำมูลลดลงก่อนที่น้ำที่อยู่เหนือจ.อุบลราชธานีจะไหลมาถึงจะทำให้การระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้สะดวก ซึ่งคาดการณ์ว่าน้ำชีจะไหลมาถึงจ.อุบลราชธานีในวันพรุ่งนี้ส่วนน้ำมูลจะถึงจ.อุบลราชธานีในวันที่ 30 ตุลาคม ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูลในวันนี้ระดับทรงตัวปริมาณน้ำอยู่ที่ 7.20 เมตร สูงกว่าเมื่อวานนี้เพียง 0.02 เมตร



