
จีนเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเส้นทางใหม่
รัฐสภาไฟเขียวอนุมัติกรอบเจราจาการพัฒนากิจการรถไฟ ไทย-จีน" หลังอภิปรายยาวนานกว่า 9 ชั่วโมงเศษ
เมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 26 ต.ค.ได้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยเป็นการพิจารณาวาระที่ค้างการพิจารณาเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ในร่างกรอบการเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ หลังจากสมาชิกได้อภิปรายยาวนานกว่า 9 ชั่วโมงเศษได้มีการเสนอปิดอภิปรายพร้อมได้เลื่อนการชี้แจงและลงมติออกไปนั้น
นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ชี้แจงย้ำว่า ความสำเร็จของในการพัฒนากิจการรถไฟ เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วม ไม่มีใครได้หน้า ถ้าได้หน้าก็ได้ด้วยกัน ที่ผ่านมากิจการรถไฟไทยไม่มีการพัฒนาทำให้เกิดการขาดทุนโดยตนได้ทำแผนฟื้นฟูไปแล้ว ต่อไปการพัฒนารถไฟจะดีขึ้นไปตามลำดับ ตนเห็นว่าการพัฒนากิจการรถไฟได้เดินมาถูกทางแล้ว ขอยืนยันว่าการใช้งบประมาณตามกรอบการเจรจาจำนวน 170,000 ล้านบาทไม่เกี่ยวกับโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง เชื่อว่าผลจากการพัฒนากิจการรถไฟร่วมกับสาธารณรัฐประชาชนจะทำให้เราจะมีรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในปี 2557 ส่วนการพัฒนารถไฟความเร็วสูงนั้นเป็นเรื่องที่ต้องมีการเจรจากันอีกในอนาคต
นายโสภณ ยังยืนยันว่าการขอมติเพื่อไปเจรจากับจีนที่ยังไม่มีรายละเอียดนั้น ยังไม่มีผูกพันกับรัฐสภาและประเทศ เมื่อสภาอนุมัติให้ไปเจรจาแล้ว จะต้องถือเป็นความลับในการเจรจาความเมือง และเมื่อมีรายละเอียดทั้งหมดจะนำมาแจ้งให้รัฐสภารับทราบว่าการเจรจาเป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างไร รัฐสภาจะอนุมัติหรือไม่ ในการให้ไปเซ็นเอ็มโอยู หรือข้อตกลงหรือไม่
ส่วนที่ถามว่าทำไมต้องเป็นประเทศจีน ทำไมไม่เป็นประเทศอื่นนั้น ที่ผ่านมาไม่มีนายกฯหรือใครได้ไปเจรจาเรื่องนี้ มีเพียงการเดินทางไปเยือนหารือการพัฒนาร่วมกันกับจีน โดยทราบว่าทางจีนได้ลงทุนเซ็นเอ็มโอยูเรื่องรถไฟกับลาว จึงมีการเชิญชวน ทำให้นำไปสู่กรอบการเจรจาครั้งนี้ เมื่อจีนมีข้อเสนอดี ๆ ได้นำมาขออนุมัติกรอบการเจรจาซึ่งยังไม่มีการผูกพันถึงการจัดจ้างจัดซื้อทั้งสิ้น
ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นการชี้แจงส.ส.ฝ่ายค้าน พยายามขออภิปรายเพิ่มเติม แต่ประธานไม่อนุญาต และได้ตัดบทว่าได้มีการปิดอภิปรายไปแล้ว ต่อไปจะเป็นการลงมติว่า จะรับหรือไม่รับเท่านั้น พร้อมได้กดออดเรียกสมาชิกเข้าห้องเพื่อเช็คองค์ประชุมนานพอสมควร ระหว่างรอนั้น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้ลุกประท้วงการทำหน้าที่ของประธานว่าทำผิดข้อบังคับการประชุม
อย่างไรก็ตาม ประธานได้ย้ำว่าเป็นการขอให้ความเห็นชอบหรือไม่เท่านั้นและได้เดินหน้าขอเช็คองค์ประชุมต่อไปซึ่งปรากฏว่ามีเสียง 316 เสียง ถือว่าครบองค์ประชุม จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบด้วยเสียง 295 ต่อ 10 งดออกเสียง 61 และไม่ลงคะแนน 21 ถือว่าที่ประชุมให้การอนุมัติเห็นชอบกรองดังกล่าว
สำหรับกรอบการเจรจานั้น มีสาระสำคัญในการในการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนากิจการรถไฟระหว่างไทย-จีน สาระสำคัญของกรอบการเจรจา ประกอบด้วย 5 ด้าน คือ 1. เส้นทาง ได้แก่ ( 1) กรุงเทพฯ-หนองคายระยะทาง 615 กม. ( 2) เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทาง 221 กม. เริ่มต้นจากมักกะสัน-ฉะเชิงเทรา-ระยอง ( 3) เส้นทางกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 982 กม. ( 4) เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และ ( 5) เส้นทางกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี
โดยการดำเนินการ เป็นความร่วมมือในการพัฒนาเพื่อก่อสร้างทาง การเดินรถไฟ และการบริหารจัดการกิจการรถไฟในเส้นทางที่ได้ตกลงไว้ หรือการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนการจัดหาพื้นที่ในการพัฒนา เป็นความร่วมมือในการจัดหาพื้นที่ในการก่อสร้างทาง การเดินรถและการบริหารจัดการกิจการรถไฟ หรือการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องในเส้นทางที่ได้ตกลงไว้ สำหรับการใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรร่วมกันในการพัฒนา เป็นความร่วมมือและการอำนวยความสะดวกในการใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรของแต่ละประเทศร่วมกันอย่างเหมาะสม โดยให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ตลอดจนการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างไทยกับจีน
ส่วนกรณีที่กรอบการเจรจา กำหนดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงใน 5 เส้นทาง จากเดิมที่มี 3 เส้นทางนั้น เป็นการกำหนดกรอบสำหรับการเจรจาเท่านั้น ส่วนการดำเนินการจะตกลงสร้างเส้นทางใดก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่จะมีร่วมกันต่อไป
จีนเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเส้นทางใหม่
จีนเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเส้นทางใหม่ในวันนี้ ท่ามกลางความภาคภูมิใจของเจ้าหน้าที่จีน เนื่องจากเทคโนโลยีเหล่านี้จีนพัฒนาขึ้นด้วยตัวเอง
สำหรับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงดังกล่าวเชื่อมโยงเมืองหงเฉียว กับเมืองหางโจว โดยในระยะทาง 200 กิโลเมตร รถไฟความเร็วสูงของจีนใช้เวลาเดินทางแค่ 45 นาที ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่รถไฟขบวนปกติใช้ แม้ว่ามันจะทำความเร็วในระดับสูงสุดแล้วก็ตาม
สำหรับรถไฟความเร็วสูงรุ่น CRH380 ที่จีนพัฒนาขึ้นมาเองนั้น สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึงเกือบ 420 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นสถิติโลก แต่ตามปกติแล้ว ในการออกให้บริการ มันจะใช้ความเร็วสูงสุดแค่ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น และตามแผนแล้ว จีนมีแผนจะเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงให้ได้ 1 หมื่น 3 พันกิโลเมตรก่อนปี 2555
ความพยายามของจีนในการพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง ถือเป็นสิ่งที่จีนอยากจะใช้เป็นเรื่องเชิดหน้าชูตาของประเทศ เทียบเท่ากับโครงการอวกาศของจีนทั้งในเรื่องความภาคภูมิใจของชาติ และความสำคัญของโครงการ อย่างเมื่อเร็วๆนี้ จีนก็ประกาศว่ากำลังพัฒนารถไฟที่เร็วถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
หนึ่งในเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่ใหญ่ที่สุด และกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างคือเส้นทางปักกิ่ง - เซี่ยงไฮ้ ที่ยาว 1 พัน 318 กิโลเมตร และใช้งบในการจัดสร้าง 3 หมื่น 2 พัน 500 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้บริการได้ในอีก 2 ปี โดยมันจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางระหว่าง 2 เมืองลงเหลือ 5 ชั่วโมง แต่ค่าโดยสารก็แพงมาก ทำให้ผู้โดยสารลังเลที่จะหันมาใช้บริการของมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะทางสั้นๆ



