ข่าว

ชวรัตน์หนุนขุดเจ้าพระยา2ระบายน้ำท่วม

ชวรัตน์หนุนขุดเจ้าพระยา2ระบายน้ำท่วม

26 ต.ค. 2553

"ชวรัตน์" หนุนขุดเจ้าพระยา 2 ระบายน้ำท่วม เชื่อสัปดาห์หน้าสถานการณ์ดีขึ้น สั่งผู้ว่าฯ เร่งสอบ นักการเมืองเอาใจหัวคะแนนแจกของบริจาคหาเสียง น้ำเหนือทำพิษเอ่อเข้าท่วมเขตเมืองอุทัยธานี วัดอุโปสถาราม โบราณสถานแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ถูกน้ำท่วมสูงเช่นกัน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 ต.ค.ที่กองพลทหารม้า ที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม. 2) นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังสนามกีฬากลาง จ.สิงห์บุรี เพื่อตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม จากนั้น นายชวรัตน์ได้ลงเรือจากบริเวณสะพานบางระจัน เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับราษฎรบริเวณชุมชนบางแคใน จำนวน 200 ชุด จากนั้น เดินทางต่อไปยังศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอินทร์บุรี และมอบถุงยังชีพ จำนวน 300 ชุด

 โดยนายชวรัตน์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบจากรายงาน ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมยังคงทรงตัว แต่โน้มเอียงไปทางลบ คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้าน้ำจะลด เมื่อถามว่าได้มีการสั่งการเตรียมรับมือในพื้นที่ที่จะมีน้ำไหลผ่าน ให้ป้องกันสถานการณ์อย่างไร นายชวรัตน์ กล่าวว่า เป็นธรรมชาติที่น้ำจากที่สูงจะไหลลงที่ต่ำ แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการผันน้ำจากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่ง ซึ่งในแต่ละพื้นที่ได้มีการเตรียมรับการรับมือไว้ในระดับหนึ่ง ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว ตนเห็นว่า มีความจำเป็นที่จะต้องขุดลอกคูคลอง แต่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องหางบประมาณ เพื่อมาสนับสนุน ซึ่งตนเห็นด้วยกับแนวคิดของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ในการขุดแม่เจ้าพระยา 2 แนวคิดนี้จึงถือว่าดี

 เมื่อถามว่า มีประชาชนในพื้นที่ระบุว่าไม่ได้ของช่วยเหลือ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ส่วนกลางได้เตรียมของช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และในวันนี้ ครม.เพิ่งจะอนุมัติงบประมาณให้ครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อน รายละ 5,000 บาททันทีทุกครอบครัว เมื่อถามว่า มีการระบุว่า นักการเมืองที่ลงไปแจกของในพื้นที่น้ำท่วม ส่วนใหญ่จะเป็นเฉพาะในพื้นที่ของหัวคะแนนของแต่ละคนเท่านั้น นายชวรัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยยังไม่พบเรื่องดังกล่าว แต่หากมีการร้องเรียนมา จะให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดูแลอย่างใกล้ชิด

 ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการมอบถุงยังชีพของ รมว.มหาดไทย ได้มีประชาชนบางหลังคาเรือนที่อยู่ด้านใน ได้ออกมาโวยวายว่าไม่ได้รับถุงยังชีพ จนเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่าในเบื้องต้นได้แจกจ่ายให้กับประชาชนที่อยู่ในเส้นทางที่คณะผ่านก่อน จากนั้นก็จะนำไปช่วยเหลือในภายหลัง เพราะทุกหลังคาเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนมีรายชื่ออยู่ในบัญชีทั้งหมดแล้ว

น้ำเอ่อท่วมวัดโบราณสถานที่ท่องเที่ยวอุทัยธานี

 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อุทัยธานี ยังไม่ดีขึ้น ระดับน้ำยังคงมีระดับสูงขึ้นตลอดเวลาในพื้นที่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำสะแกกรัง ล่าสุดได้เอ่อท่วมวัดอุโปสถาราม โบราณสถานและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ของ จ.อุทัยธานี บริเวณริมแม่น้ำสะแกรัง ตรงข้ามตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี ระดับน้ำท่วม 1 เมตรเศษ นักท่องเที่ยวต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะในการเดินทางเท่านั้น

 วัดอุโปสถาราม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดโบสถ์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง ตรงข้ามตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินตอนต้น มีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างไทยกับตะวันตก และมีภาพเขียนสีที่ผนังโบสถ์ที่สวยงาม เป็นหนึ่งในเส้นทางเสด็จของรัชกาลที่ 5 ทรงถวาย เครื่องอัตถะบริขารแด่เจ้าอาวาสขณะนั้น ซึ่งทางวัดยังคงเก็บรักษาไว้อย่างดี โดยแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเข้าชมวัดแห่งนี้ จำนวนมาก

ไฟฟ้าอ่างทองเร่งย้ายหม้อวัดกระแสไฟฟ้าหนีน้ำท่วม

 นายชูชีพ สุวุฒนคุป ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ตามที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมี อ.เมือง ไชโย และ อ.ป่าโมก อยู่ริมตลิ่ง และแม่น้ำน้อย ซึ่งมีประชาชนในท้องที่ อ.โพธิ์ทอง และ อ.วิเศษชัยชาญ อยู่ในพื้นที่ ได้มีระดับน้ำสูงขึ้นจะถึงหม้อวัดกระแสไฟฟ้าของประชาชนตามบ้านเรือนประชาชน ซึ่งหากน้ำท่วมถึงหม้อวัดกระแสไฟฟ้า จะสร้งความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งประชฃาชนจะไม่มีแสงสว่างจากไฟฟ้าใช้ในยามน้ำท่วมจะยิ่งเดือดร้อนมากขึ้น

 ดังนี้จึงระดมเจ้าหน้าที่ออกทำการเลื่อนหม้อวัดกระแสไฟฟ้าที่ติดเกาะอยู่กับเสาไฟฟ้าของประชาชนให้สูงพ้นระดับน้ำ ขณะนี้ยกให้สูงขึ้นไปแล้วนับพันหม้อ แต่ระดับน้ำยังสูงขึ้นทุกวันจึงต้องออกทำการเลื่อนหม้อวัดกระแสไฟฟ้าของบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนให้สูงพ้นระดับน้ำอยู่ทุกวัน

คันดินแม่น้ำท่าจีนพังท่วมนาข้าวสุพรรณเสียหาย

 นายธนเดช ก้อนทองคำ นายก องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านกุ่ม อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ช่วงกลางดึก คืนวันที่ 26 ตุลาคม ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า คันดินป้องกันน้ำท่วม บริเวณหมู่ที่ 5 ต.บ้านกุ่ม ได้พังทะลายลง มีความกว้าง 30 เมตร เนื่องจากทนแรงดันของน้ำไม่ไหว ทำให้กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ หมู่ที่ 5 และ 6 อย่างรวดเร็ว เป็นบริเวณกว้าง ทั้งบ้านพักอาศัย และ นาข้าว ถูกน้ำท่วมมิด มองไม่เห็น

 นายธนเดช กล่าวว่า พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม เป็นเขตติดต่อกับ ทุ่งบ้านบางแม่หม้าย อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พื้นที่ติดขนานไปกับ แม่น้ำท่าจีน กระแสน้ำไหลแรง จนคันดินป้องกันไม่อยู่ นาข้าว ที่กำลังออกรวง จะเก็บเกี่ยวได้ในอีก 30 วันข้างหน้า จมมิดไปกับกระแสน้ำ จนมองไม่เห็น ทั้งทุ่งรวม 600 ไร่ ส่วนบ้านพักอาศัยกว่า 60 หลังคาเรือน กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก สัญจรไปมาไม่ได้ ติดอยู่กับบ้าน ขาดการติดต่อโดยสิ้นเชิง ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาให้การช่วยเหลือ

 “สิ่งที่ชาวบ้านต้องการอย่างเร่งด่วน คือ อาหาร น้ำ ส้วมลอยน้ำ สิ่งของเครื่องใช้ อุปกรณ์ยังชีพ และ เรือ สำหรับใช้ในการติดต่อ ชาวบ้าน ฝากบอกมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดเข้ามาช่วยเหลือโดยเร่งด่วนด้วย ในส่วนของ อบต.ฯ ได้เข้าช่วยเหลือในเบื้องต้น โดยนำถุงยังชีพ ไปแจกบรรเทาความเดือดร้อน แม้กระทั่ง สำนักงาน อบต.ฯ เอง ขณะนี้ เหมือนอยู่บนเกาะ ล้อมรอบไปด้วยน้ำ ช่วงเช้าวันนี้ พบว่าปริมาณน้ำสูงขึ้นกว่าปกติ ถึง 10 ซม. และ มีทีท่าว่าจะสูงขึ้นอีก จึงได้จัดเตรียมกระสอบทรายมาถม ทำคันป้องกันน้ำบริเวณรอบๆอีกด้วย” นายธนเดช กล่าว