
ครม.จัดงบ3พันล้านช่วยน้ำท่วมครัวละ5พัน
"ครม."ไฟเขียวงบเกือบ 3 พันล้านช่วยปชช.โดนพิษน้ำท่วมครอบครัวละ 5 พันบาท ด้าน"นายกฯ"สั่งห้ามขรก.ในพื้นที่น้ำท่วมจัดคณะต้อนรับในขณะที่ลงตรวจพื้นที่น้ำ ชี้ให้นำกำลังที่มีอยู่ไปดูแลช่วยบ้านที่เดือดร้อนดีกว่า
(26ต.ค.) พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมครม. ว่า การประชุมครม.วันนี้วาระที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือปัญหาอุทกภัยนั้น งบประมาณที่ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามที่หน่วยงานต่างๆขอมานั้น บางเรื่องก็เตรียมเข้าพิจารณาในที่ประชุมครม.เศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า แต่การประชุมครม.วันนี้การพิจารณาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อนุมัติงบประมาณตามที่หน่วยงานต่างๆเสนอขอมาเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวหลังประชุมครม.ว่า ตัวเลขก็เป็นไปตามที่หน่วยงานต่างๆเสนอมา ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะทุกส่วนจะต้องไปทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ ทั้งนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ของบประมาณไป 285 ล้านบาท และได้ทำความตกลงตามกำหนดของสำนักงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ส่วนการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมไม่น่ากังวล เชื่อว่าภายใน 1 - 2 วันนี้จะเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์เชื่อว่าสถานการณ์น้ำจะลดลง
ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม.ได้อนุมัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยกระทรวงมหาดไทยรายงานว่า เนื่องจากมีข้อจำกัดในด้านเครื่องมือไม่สามารถเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ห่างไกล มีจำนวนมากจึงต้องจัดหาเครื่องมือที่จำเป็น
ดังนั้นได้มีการสนับสนุนงบเพื่อจัดซื้อเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ บ้านพักชั่วคราว เต็นท์ยกพื้น โดยกระทรวงมหาดไทยของบประมาณจำนวน 308.943 ล้านบาท ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติงบประมาณเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) แจ้งในที่ประชุมครม.ว่า เนื่องจากฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.เป็นต้นมาส่งผลให้เกิดอุทกภัย มี 29 จังหวัด มีทรัพย์สินที่เสียหายทำให้กระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ทำให้กระทบต่อ 581,579 ครัวเรือน โดยให้ครัวเรือนละ 5 พันบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,900 ล้านบาท ส่วนการชำระคืนนั้นจะเสนอในที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ ในวันที่ 1 พ.ย.นี้
นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เสนอในที่ประชุมครม.ในเรื่องการหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นหนี้กองทุนหมู่บ้านและสหกรณ์การเกษตร โดยให้พักหนี้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.)อนุมัติกู้เงินโดยใช้หลักทรัพย์เดิม ซึ่งรายละเอียดจะพิจารณาในที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ
นาย วัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยดังนี้ 1. มาตรการเสริมความคล่องตัวด้านการเงินโดยกรมบัญชีกลาง ซึ่งจังหวัดแต่ละจังหวัดสามารถมีเงินทดรองจ่ายทันที วงเงิน 50 ล้านบาท หากไม่เพียงพอ อธิบดีกรมบัญชีกลางสามารถอนุมัติวงเงินเพิ่มเติมได้ 200 ล้านบาท รวมเป็น 250 ล้านบาท และกระทรวงการคลังมีอำนาจอนุมัติวงเงินได้อีก 500 ล้านบาทหากเกินกว่า 500 ล้านบาทเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ครม.อนุมัติให้งดเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุ โดยให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้เจ้าหน้าที่หนึ่งคนหรือหลายคนอนุมัติการจัดซื้อ และตรวจรับไปก่อนโดยรายงานให้ผู้ว่าฯทราบภายหลัง ด้านการขอขยายเงินทดลองราชการเป็นเรื่องของจังหวัดที่ต้องแจ้งผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมบัญชีกลางให้มีการประสานงานใกล้ชิด รวดเร็วทันต่อสถานการณ์
นายวัชระ ยังกล่าวต่อว่า 2. มาตรการช่วยเหลือผู้ที่เช่าที่ราชพัสดุ ตามความรับผิดชอบของกรมธนารักษ์ โดยให้ผู้เช่าที่ดินเพื่อพักอาศัยของกรมธนารักษ์พิจารณาหากที่พักอาศัยเสียหายบางส่วนให้ยกเว้นการชำระค่าเช่าเป็นเวลา 1 ปี หากที่พักอาศัยเสียหายทั้งหลัง ให้ยกเว้นค่าเช่าเป็นเวลา 2 ปี , ผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อการเกษตรหากพืชผลหรือผลผลิตเสียหายให้ยกเว้นค่าเช่า 1 ปี โดยได้รับการรับรองจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง, หากไม่สามารถประกิจการหรือประกอบอาชีพได้ 3 วัน ให้ยกเว้นการเก็บค่าเช่า 1 เดือน
นายวัชระ กล่าวว่า 3. มาตรการความช่วยเหลือลูกค้าสถาบันการเงินเฉพาะสถาบันการเงินในข่าย 8 สถาบันประกอบด้วย 1. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) 2. ธนาคารออมสิน 3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 4. ธนาคารเพื่อพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 5. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 6. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 7. ธนาคารกรุงไทย 8. บรรษัทสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ทางกระทรวงการคลังจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยให้กรมบัญชีกลางเป็นผู้จัดตั้งที่สำนักงานคลังจังหวัดทุกจังหวัดที่ประสบอุทกภัยเพื่ออำนวยความสะดวก
นายวัรชะ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของกระทรวงแรงงานแยกเป็น 2 กลุ่มคือสถานประกอบกิจการ และลูกจ้าง ครอบครัว ตัวเลขวันที่ 22 ต.ค.มีจำนวนผู้ประกอบการ สถานประกอบการเสียหาย 22,542 ราย ลูกจ้าง 394,000 คน ที่ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันมาตรการช่วยเหลือมีโครงการช่วยเหลือด้านอาชีพ เป้าหมายช่วยเหลือ 75,000 คน และโครงการสร้างงาน สร้างอาชีพใหม่ช่วยเหลือผู้ว่างงานตกงานประมาณ 15,000 คน โดยจะช่วยเหลือหลังน้ำลด
นายวัชระ ยังกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า การรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงด้านความเสียหายทางเกษตรการต่างๆ อยู่ระหว่างการจัดเก็บเนื่องจากอยู่ในสภาวะน้ำท่วมขังขนาดหนัก และจะรายงานให้ทางครม.รับทราบโดยนำตัวเลขและแนวทางช่วยเหลือนำเสนอในการประชุมครม.เศรษฐกิจ เพื่อให้อนุมัติและรับทราบก่อนนำเข้าครม.ชุดใหญ่ต่อไป ซึ่งข้อเสนอเบื้องต้นระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย คือ การพักหนี้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการกู้ยืมใหม่ การงดชำระดอกเบี้ย รายละเอียดจะพูดคุยในครม.เศรษฐกิจ โดยมีประชาชน 3 กลุ่มใหญ่ได้รับการช่วยเหลือ คือ ลูกหนี้ของธกส. , ลูกหนี้ของสหกรณ์ และลูกหนี้ในส่วนของกองทุนหมู่บ้าน
นายวัชระกล่าวต่อว่า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) แจ้งให้ครม.รับทราบคือ การแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ และเพิ่มเติมสัดส่วนกรรมการในส่วนของสำนักงบประมาณปและผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกระทรวงกลาโหม กองทัพเรือ และครม.รับทราบการตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยที่จัดตั้งขึ้นที่ตึกสันติไมตรี โดยมีนาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกฯเป็นประธาน
ด้านน.พ.มารุต มัสยวานิช รองโฆษกฯ แถลงว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขรายงานว่ามีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังอีก 7 จังหวัดคือ จ.อ่างทอง จ.ชัยนาถ จ.สิงห์บุรี จ.อยุธยา จ. ปทุมธานี จ.นนทบุรี และกรุงเทพฯ สำหรับข้อมูลความเสียหายประชาชนมีผู้เสียชีวิต 56 ราย ชาย 44 ราย ผู้หญิง 12 ราย จ.ลพบุรีมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 10 คน และจ.นครราชสีมา 9 คน และจ.นครสวรรค์ 8 คน ทั้งนี้มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทั้งหมด 334 หน่วย บาดเจ็บทั้งหมด 107,223 ราย ส่วนใหญ่น้ำกัดเท้า ไข้หวัด ป่วยทางจิตนอกจากนี้ยังมีรพ.หลายแห่งได้รับความเสียหาย 408 แห่ง เช่น รพ.มหาราช , รพ.พิมาย , รพ.จิตเวช, รพ.เซนแมรี จ.นครราชสีมา ,รพ.ชัยภูมิ, รพ.มหาราช จ.อยุธยา นอกจากนี้สถานีอนามัยและรพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลอีกหลายแห่ง
ทั้งนี้นายวัชระ กล่าวด้วยว่า นายกฯได้กำชับในที่ประชุมครม.ว่า ขอความร่วมมือไม่ให้ข้าราชการเตรียมตัวกันต้อนรับเวลาที่คณะฯเดินทางลงไปให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และขอให้ใช้เวลาช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนมากกว่า
อภิสิทธิ์เมินใช้บริการอปท.จ่ายชดเชยน้ำท่วม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหายว่า จนถึงวันนี้ยังตอบได้ไม่หมดเพราะมีหลายพื้นที่ที่พยายามกู้กันอยู่ แต่วันจันทร์ ที่ 1 พ.ย. ครม.เศรษฐกิจจะพิจารณาดูในประเด็นทั้งหมด สำหรับมาตรการการช่วยเหลือนั้นต้องแยกกัน ระหว่างมาตรการการช่วยเหลือผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกร ซึ่งปกติตามเกณฑ์จะได้ไร่ละ 600 บาท แต่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะขอกลับไปทำหลักเกณฑ์มาใหม่และจะเสนอต่อที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจในวันที่ 1 พ.ย. ขณะเดียวกันก็จะมีมาตรการในเรื่องการพักหนี้ ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ( ธกส.)สหกรณ์ กองทุนหมู่บ้าน และมอบหมายให้ทาง ธกส.ดูเรื่องของวงเงินที่จะให้สินเชื่อถ้าเกษตรกรต้องการในอัตราที่ผ่อนปรน ส่วนจะเพิ่มจากไร่ละ 600 บาท เป็นเท่าไหร่นั้นในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ทางกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นผู้เสนอมา แต่มาตรการการช่วยเหลือตัวครัวเรือนละ 5,000 บาท นั้นเป็นการช่วยเหลือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยใช้เกณฑ์ว่าน้ำท่วมขัง 7 วัน หรือน้ำท่วมฉับพลันไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินออกได้ พื้นที่ตรงนี้จะมีการสำรวจครัวเรือนทั้งหมด และจะให้การช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท เพื่อที่จะเป็นการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นวิธีการที่เราเห็นว่าจะทำได้เร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลระบุให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานและจะมีการจ่ายค่าชดเชยตามความเป็นจริง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าเป็นตามระเบียบเดิมจะชดเชยได้เฉพาะค่าซ่อมบ้านตามความเป็นจริงและไม่เกิน 20,000 บาท ขณะนี้จะเปลี่ยนเป็นว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบคือน้ำท่วมฉับพลัน หรือท่วมขังภายใน 7 วัน ทุกครัวเรือนจะได้ 5,000 บาท ส่วนรายละเอียดและมาตรการอื่นๆ ที่จะไปพันกับระเบียบอื่นนั้นก็มอบหมายใหหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปมาอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่าระเบียบเดิมการช่วยเหลือตามความเป็นจริงจะได้รับครัวเรือนละไม่เกิน 20,000 บาท แต่ครั้งนี้จ่ายเพียง 5,000 บาท ชาวบ้านจะรับได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นระเบียบเดิมที่จ่ายตามความเป็นจริงและไม่เกิน 20,000 บาทอีกทั้งต้องมีการสำรวจ ซึ่งที่ผ่านมาก็จะได้รับกันน้อย ส่วนครั้งนี้การได้รับครัวเรือนละ 5,000 บาทแล้วจะได้เพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้นจากกระทรวงการพัฒนาสังคมนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างนี้อาชีพการเกษตรเราก็จะไปดูระเบียบใหม่ทั้งหมด เพียงแต่จะมีการช่วยเหลือ 5,000 บาทกับทุกครัวเรือนก่อนแม้แต่อาคารพาณิชย์ที่ได้รับความเสียหายซึ่งเดิมไม่ได้รับการช่วยเหลือแม้ธุรกิจจะได้รับผลกระทบ แต่ครั้งนี้จะได้รับการช่วยเหลือ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการช่วยเหลือลักษณะแบบเหมาจ่ายแบบนี้ แต่คนที่ได้รับความสูญเสียจำนวนมากจะเพียงพอต่อสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กำลังจะไปดูในรายละเอียด เพราะเราเลือกเอาทุกอย่างไม่ได้ ถ้าเราพยายามจะทำให้ละเอียดมันช้าแน่นอน เพราะต้องไปสำรวจและมีปัญหาในเรื่องของหลักฐาน เพราะชาวบ้านบางส่วนก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะถ่ายรูปไว้ได้ การช่วยเหลือจะมากน้อยแค่ไหนจะมีการดูกันต่อ แต่ก็ต้องเริ่มต้นก่อนและต้องระมัดระวังและดูกำลังเงินของรัฐด้วย เงินช่วยเหลือเบื้องต้นนี้ยังไม่รวมการช่วยเหลือเรื่องของการเกษตรและมาตรการสำหรับผู้ประกอบการ
เมื่อถามว่าเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาทถือว่า จ่ายครั้งเดียวจบเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าในส่วนของอาชีพการเกษตรก็จะมีต่างหาก แต่สำหรับครัวเรือน รวมทั้งผู้ประกอบการก็จะมีต่างหาก เช่น มาตรการช่วยเหลือธุรกิจหรือการค้าได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี หรือผู้ประกอบการเล็กน้อยในเมือง ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ไม่เกี่ยวกับเกณฑ์ 7 วัน หรือท่วมแบบฉับพลันนั้นก็จะได้รับการช่วยเหลือตามเกณฑ์ปกติที่ยังมีอยู่คือไม่เกิน 20,000 บาท ตามความเป็นจริง
เมื่อถามย้ำว่า เงินเพียง 5,000 บาท จะเพียงพอต่อความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับหรือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ เราต้องดูคร่าวๆ ก่อนเพราะประมาณการในขณะนี้จำนวนครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนอาจจะสูงถึงล้านครัวเรือน ก็น่าจะใช้เงินถึง 5,000 ล้านบาทแล้ว และจะต้องมีเรื่องของการฟื้นฟูถนน โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีอนามัย การเกษตรอีกต่างๆ ซึ่งเราจะต้องเจาะลึกลงไปเพิ่มเติมในกรณีที่จำเป็น เพราะจนถึงวันที่ 22 ต.ค.มีครัวเรือนได้รับผลกระทบถึง 580,000 ครัวเรือน และมาถึงวันนี้เชื่อว่ายังมีผู้ได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีกเยอะ และคิดว่าเงินช่วยเหลือดังกล่าวอย่างช้าที่สุดจะถึงมือชาวบ้านไม่เกิน 1 เดือน เพราะในการสอบทานก็จะใช้ตัวพื้นที่กับทะเบียนบ้าน โดยใช้การขีดวงพื้นทีที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเมื่อใช้วิธีการนี้แล้วก็อาจไม่จำเป็นต้องดูรายละอียดหลักฐานและรูปถ่ายต่างๆ ทั้งนี้ การใช้หลักฐานเป็นทะเบียนบ้านแล้วคิดว่าจะไม่เกิดการจ่ายเงินซ้ำซ้อน ส่วนปัญหาการสวมสิทธิ์หากเจ้าหน้าที่ใช้การขีดวงพื้นที่ควบคู่กับทะเบียนบ้าน หากจะผิดพลาดก็เป็นเรื่องการอาศัยอยู่ไม่ตรงกับทะเบียนบ้าน
เมื่อถามว่าจำนวนเงินในการช่วยเหลือและมาตรการฟื้นฟูต่างจะต้องใช้เงินจำนวนเท่าไหร่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้ารวมถึงเรื่องการฟื้นฟู ลงทุนเรื่องการเกษตรก็น่าจะอยู่ที่หมื่นล้านบาท
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับจ่ายเงินและมาตรการเยียวยานั้นจะมีกระบวนการที่จะเสนอเข้ามาอีกครั้งในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ สามารถตรงไปที่ธนาคาร เช่น ธกส.ได้เลย ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ส่วนประธานที่จะแต่งตั้งเข้ามาดูแลกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย และแก้ไขปัญหานั้นจะแต่งตั้งให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยจะไม่ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ซึ่งความจริงรัฐบาลอยากจะโอนเงินให้เลยเพราะจะตัดปัญหาได้หลายอย่าง ซึ่งขณะนี้ทั้ง ธกสงและ ธอส. อยู่ในฐานะที่จะจ่ายเงินไปก่อนได้
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่า จนถึงวันนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้ คือยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดมากๆ เพราะเมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค.ก็ยังมีฝนตกและระดับน้ำก็ยังสูงอยู่ห่างจากตลิ่งหรือคันกั้นน้ำไม่มากที่จะวางใจได้ โดยเฉพาะพื้นที่ตลอดแนวแม่น้ำ เช่นเดียวกับจังหวัดอุบลราชธานี ก็มีการติดตามสถานการณ์น้ำที่มาจากทั้งลำน้ำมูล ลำน้ำชี ซึ่งมีการแจ้งตลอดว่าน้ำก้อนใหญ่จะมาถึงเมื่อไหร่ แต่จากการคำนวนแล้วปริมาณน้ำจะมาไม่ถึงพร้อมกันก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งต้องดูระดับน้ำในแม่น้ำโขงด้วย มีการสั่งการให้เฝ้าระวังอยู่ และสั่งการให้รายงานระดับน้ำเป็นระยะ และแจ้งประชาชนในพื้นที่ให้ทราบ
นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ครม.มีคำสั่งให้ทบทวนการระบายข้าวว่า เป็นเพราะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องของบริษัทเอ็มทีเซนเตอร์เทรด เพราะเดิมก่อนที่จะมีปัญหาน้ำท่วมหลักของเราคือพยายามระบายข้ามออกเพื่อไม่ให้ข้าวในสต๊อกเป็นปัญหากับการบริหารจัดการในอนาคต เพราะเราสังเกตว่าราคาพืชผลทางการเกษตรทั้งมันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ปีนี้ดีหมด แต่ข้าวจะเป็นปัญหาตลอดเวลาที่มีการเก็บสต๊อกไว้เพราะจะมีการเก็งว่าจะมีการระบายออกมาเมื่อไหร่ราคาข้าวก็จะลง แต่เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมผลความเสียหายที่เกิดต่อผลผลิตซึ่งขณนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ทั้งหมด แต่เชื่อว่ามีมากพอสมควรเพราะพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมมีกว้างมาก และข้าวก็ได้รับความเสียหายมากเพราะส่วนหนึ่งในหลายพื้นที่มีการปลูกข้าวช้าเพราะได้รับการขอร้องในขณะนั้นว่ายังไม่มีน้ำจึงเริ่มปลูกช้า เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมผลผลิตก็ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวจึงเกิดความเสียหาย ขณะนี้กำลังเข้าสู่เดือน พ.ย.หลายพื้นที่จึงถือว่าสายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่ ความเสียหายต่อภาพรวมของผลผลิตข้าวของประเทศจึงมีมาก ความจำเป็นต้องระบายข้าวออกมาและสิ่งที่ต้องคิดถึงการเก็บข้าวไว้ในสต๊อกเพื่อให้เกิดความมั่นใจจึงต้องเปลี่ยนไป จึงมีการแจ้งต่อที่ประชุม ครม.



