
ตั้งศูนย์แจ้งวัดน้ำท่วมมมร.-วัดพระราม9ช่วย
กรมศิลป์เร่งสร้างแนวกระสอบทรายเพิ่มขึ้นอีก20 ซม. หวั่นน้ำทะลักเข้าวัดไชยวัฒนาราม มมร.ร่วมวัดพระราม9ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2553 นายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า จากเหตุอุทกภัยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมได้รับรายงายความเสียหายในเบื้องต้นที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในเขตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอาคารบ้านเรือนของประชาชน สถานที่ราชการ มัสยิด และศาสนสถานของศาสนาอื่น ๆ ที่ได้รับความเสียหายอย่างมาก
สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จึงมอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จัดตั้ง “ศูนย์รับรายงานข้อมูลความเสียหายจากเหตุอุทกภัย” เพื่อรับรายงานความเสียหายที่ส่งผลกระทบกับโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศาสนสถานของศาสนาอื่น และหน่วยงานเครือข่ายในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ในพื้นที่จังหวัด โดยให้รายงานความเสียหาย มายังสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อรวบรวมรายงานผู้บริหาร กระทรวงวัฒนธรรมได้หาแนวทางช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อไป
นายปรารพ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ กรมศิลปากรได้เตรียมมาตรการป้องกันน้ำท่วมในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และโบราณสถานอื่นๆ เช่น การตรวจตราเขื่อนกั้นน้ำบริเวณโบราณสถานสำคัญ การเตือนภัย และการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รวมทั้งการจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อปฏิบัติการป้องกันหากเกิดเหตุวิกฤต
นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมการศาสนาได้รวบรวมสิ่งของที่เป็นเครื่องอุปโภคและบริโภค ซึ่งได้รับบริจาคจากองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ส่งไปช่วยเหลือพระภิกษุ ในจังหวัดลพบุรีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมการศาสนา องค์กรทางศาสนา และผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันรวบรวมนำสิ่งของที่จำเป็น เพื่อจะนำไปช่วยเหลือพระภิกษุ และผู้สบประสบภัยในจังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยาและปทุมธานีต่อไป
กรมศิลป์เร่งสร้างแนวกระสอบทรายเพิ่มหวั่นน้ำทะลักเข้าวัด
นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำที่พนังเขื่อนกั้นน้ำที่วัดไชยวัฒนารามสูงขึ้นถึง 1.5 เมตร ขณะที่พนังเขื่อนมีความสูงเพียงแค่ 2 เมตร จึงได้สั่งการให้สร้างแนวกระสอบทรายบนขอบพนังเขื่อนเพิ่มอีก 20 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำไหลทะลักท่วมบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ ในวันที่ 27-28 ต.ค. นี้ ซึ่งจะมีระดับน้ำทะเลหนุนสูงมาก ส่วนหมู่บ้านโปรตุเกส มีรายงานน้ำซึมจากใต้ดินในหลุมขุดค้นประมาณ 2-3 ซม. ซึ่งอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ ขณะที่ป้อมเพชรก็ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเป็นพื้นที่ลาดต่ำ
นางโสมสุดา กล่าวอีกว่า ที่น่าเป็นห่วงคือ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พิมายและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย จ.นครราชสีมา ที่อยู่ติดกับแม่น้ำมูล และถูกน้ำท่วมติดต่อกันมานานกว่าสัปดาห์แล้ว โดยบริเวณชั้นล่างของพิพิธภัณฑ์ฯ ที่ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 30 ซม. ขณะนี้ได้สูบน้ำออกหมดแล้ว ส่วนโบราณวัตถุที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ฯ อายุกว่า 4,500 ปี และอุปกรณ์สำนักงานไมได้รับความเสียหายเพราะได้มีการขนย้ายไปไว้บริเวณชั้นสองแล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงคือโบราณวัตถุที่จัดแสดงกลางแจ้งภายในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เช่น ทับหลัง รูปจำลองปราสาท ใบเสมา ที่แช่อยู่ในน้ำสูงประมาณ 20-30 ซม. เป็นเวลาหลายวัน ซึ่งอาจจะได้รับความเสียหายได้ แต่ล่าสุดทราบว่าระดับน้ำในแม่น้ำมูลเริ่มลดลงประมาณ 3-4 ซม. แล้ว หากไม่มีฝนตกอีกภายใน 3 วัน น้ำคงหายท่วม
“ส่วนที่ จ.ลพบุรี ขณะนี้ยังไม่มีรายงานน้ำท่วมโบราณสถาน ขณะที่ ใน จ.อุทัยธานี ที่ วัดอุโปสการาม มีรายงานน้ำท่วมสูงถึง 50-60 ซ.ม. จ.ชัยนาท มีวัดที่จดทะเบียนแล้วประมาณ 2-3 แห่ง ใน อ.มโนรมย์ ถูกน้ำท่วมแต่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เนื่องจากระดับน้ำยังสูงอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อระดับลดลงแล้วกรมศิลปากร จะดำเนินการสำรวจความเสียหายทั้งหมดและเร่งบูรณะซ่อมแซม อาทิ การสร้างแท่นฐานเหล็กยกโบราณวัตถุให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วม เป็นต้น” อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว
มมร.ร่วมวัดพระราม9ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ทางด้านมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ร่วมกับวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษกในโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ในขณะนี้ประเทศไทยได้เกิดภาวะน้ำท่วมหลายจังหวัด เป็นภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายที่อยู่อาศัย พื้นที่ไร่สวน นาข้าวเสียหายเป็นจำนวนมาก มมร จึงได้บริจาคสิ่งของ ยารักษาโรค เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดลพบุรี และยังมีอีกหลายจังหวัดที่เกิดอุทกภัย คนไทยทั่วประเทศร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือเพื่อการบรรเทาภัย



