ข่าว

เคล็ดลับความสุขสไตล์คนเมือง

เคล็ดลับความสุขสไตล์คนเมือง

27 ต.ค. 2553

เพราะไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบันเปลี่ยนไป ผู้คนในแถบชานเมืองต่างย้ายเข้าสู่ชุมชนเมืองมากขึ้น แต่จะอยู่แบบไหนให้มีความสุข และทำชุมชนให้น่าอยู่ โครงการไฮฟ์ (Hive) ตากสิน จึงได้ชวนกูรูในแวดวงดีไซน์มาสนทนาในหัวข้อ “ซิมเพิล ไลฟ์ อิร เวอร์ทิคอล ลิฟวิ่ง” เผยเคล็ดลั

  นับเริ่มจาก ไชยยงค์ รัตนอังกูร บรรณาธิการบริหารนิตยสารวอลเปเปอร์ เปิดเผยว่า ชุมชนจะน่าอยู่เพียงใด ขึ้นอยู่กับตัวเราเองเป็นหลัก หากเรารู้จักรับผิดชอบต่อชุมชน มีความเป็นวินัยในการอยู่กันเป็นหมู่คณะ ไม่ว่าจะอยู่ชุมชนไหนก็มีความสุข เมื่อก่อนคนคิดว่าอยู่ในเมืองแออัด ก็ย้ายกันไปอยู่นอกเมือง แต่พอนอกเมืองไม่ได้รับการจัดการที่ดี รถติดมากขึ้น ผู้คนก็ย้ายกลับเข้ามาซื้อคอนโดในเมือง จึงเพิ่มความแออัดในเมืองเพิ่มขึ้นอีก แต่ก็โชคดีที่ยุคนี้มีนักออกแบบมาช่วยให้ที่พักอาศัยในเมืองสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง

 “เราจะอยู่คอนโดในเมืองให้มีความสุขได้อย่างไร ก็ต้องถามตัวเราก่อน รู้จักตัวเองก่อนว่าตัวเองชอบใช้ชีวิตแบบไหน หากชอบทำกับข้าว ก็เน้นห้องครัวให้ใหญ่ขึ้น หรือชอบเอนเตอร์เทนเมนท์ ก็เน้นอุปกรณ์เหล่านั้นและห้องนั่งเล่นให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับฟลอร์แพลน ผมขอแนะนำว่า ผู้ที่อยู่คอนโดมิเนียม ควรคำนึงถึงการเคลื่อนย้ายสิ่งของภายในห้องมากกว่าการเลือกเฟอร์นิเจอร์ และการทำบิ้วท์อิน เพราะห้องเล็กๆ อาจทำให้น่าเบื่อได้ แต่หากเราสามารถปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ หรือมุมต่างๆ ของห้องได้ ก็ช่วยคลายความจำเจได้”  ไชยยงค์แนะนำเพิ่มเติม

 ด้านเจ้าของร้านกระจกชื่อดัง พราวพรรณ เลาหพงศ์ชนะ ได้แนะเคล็ดลับทำให้ห้องเล็กดูใหญ่ขึ้นว่า ขั้นตอนแรกต้องศึกษารูปแบบของห้องดูก่อน แล้วนำแปลนของห้องมาจัดวางเฟอร์นิเจอร์ดู เพราะเฟอร์นิเจอร์นั้นสำคัญ ต้องเลือกขนาดให้พอดีกับห้อง อาจเลือกโต๊ะกินข้าวที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ ที่สำคัญการติดกระจกช่วยได้เยอะ เพราะทำให้ห้องดูกว้างขึ้น บางห้อง เจ้าของเลือกติดกระจกทั้งบานบนตู้บิ้วท์อินเพื่อช่วยทำให้ห้องดูใหญ่ขึ้น นอกจากนั้นสีสันก็ช่วยเพิ่มความสว่างของห้องได้ โดยเฉพาะสีในโทนสว่างจะช่วยเพิ่มพื้นที่ของห้องได้อีกเยอะ

 ปิดท้ายด้วยคำแนะนำดีๆ จาก ดร.พีรดร แก้วลาย ที่เผยถึงไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของคนเมืองว่า จากผลสำรวจอีก 10 ปี ประชากร 75 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก จะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น แต่โดยส่วนตัวแล้ว มองว่าน่าจะเร็วกว่านั้น แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ประชากรในเมืองจะหนาแน่นขึ้น แต่หาก กทม.มีแผนรองรับที่ดี แม้เมืองจะหนาแน่นแต่ก็จะเป็นที่ชุมชนที่น่าอยู่ได้