
พธม.ค้านรบ.ดันเอ็มโอยูไทย-เขมรเข้าสภา
พธม.ค้านรัฐบาลดันเอ็มโอยูไทย-เขมรเข้าสภา จี้เปลี่ยนตัวปธ.เจบีซีก่อนทำไทยเสียเสียดินแดนรอบปราสาทพระวิหาร
(26ต.ค.) เวลา 08.00 น. ที่รัฐสภา กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายวีระ สมความคิด และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ในฐานะแกนนำกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนหัวใจรักชาติกว่า 30 คน ได้รวมตัวประท้วงที่หน้ารัฐสภา เพื่อคัดค้านวาระการพิจารณากรอบบันทึกข้อตกลงคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เอ็มโอยู 2543) และรายงานบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(เจบีซี) กระทั่งเวลา 10.00 น. จึงนำคณะเดินทางไปยื่นเรื่องดังกล่าวต่อองค์การสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย
ต่อมาเวลา 10.00 น. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ ร่วมกันแถลงภายหลังยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการนำบันทึกข้อตกลงคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (เอ็มโอยู 2543) เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา
โดยนายปานเทพ กล่าวว่า กรณีที่เครือข่ายฯและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงความคิดเห็นร่วมกันในเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชาผ่านสถานีโทรทัศน์ ช่อง 11 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเห็นสอดคล้องกันที่จะยึดหลักสันปันน้ำบริเวณรอบปราสาทพระวิหารและเห็นพ้องว่า กัมพูชาได้รุกล้ำดินแดนอธิปไตยไทย บัดนี้ผ่านไป 3 เดือน นอกจากจะไม่มีความคืบหน้าหรือความชัดเจนใดๆที่จะผลักดันกองกำลังกัมพูชาบริเวณรอบปราสาทแล้ว ยังมีความพยายามรุกล้ำดินแดนเพิ่มขึ้นอีกหลายจุด ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงตามเอ็มโอยูปี 2543 นอกจากนี้ รัฐบาลยังยืนยันที่จะนำบันทึกผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(เจบีซี) ทั้ง 3 ฉบับ ให้รัฐสภารับรอง
นายเทพมนตรี กล่าวว่า เครือข่ายฯจึงขอเรียกร้อง 5 ข้อ คือ 1.ขอให้รัฐบาลยกเลิกการนำบันทึกการประชุมเจบีซีดังกล่าวที่อยู่ในวาระการประชุมร่วมรัฐสภา เข้าสู่การพิจารณา และยกเลิกกรอบการเจรจาเมื่อเดิอนตุลาคม 2551 และเปลี่ยนตัวนายวศิน ธีรเวชญาณ ออกจากการเป็นประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาฝ่ายไทย 2.ขอให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการที่นักวิชาการ ภาคประชาชนเป็นแกนหลัก ดำเนินการหาแนวทางให้มีการถอนปราสาทพระวิหารออกจากบัญชีมรดกโลก 3.ขอให้ยกเลิกเอ็มโอยูการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ฉบับวันที่ 14 มิถุนายน 2553 4.ขอให้รัฐบาลดำเนินการให้ฝ่ายกัมพูชา ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารภายใน 7 วัน และคืนสภาพแสดล้อมบริเวณบันไดทางขึ้น ดำเนินการล้อมรั่วลวดหนามและจัดกำลังทหารไทยออกลาดตระเวนโดยรอบปราสาทและชะง่อนหน้าผาเปยตาดีหรือตลอดแนวสันปันน้ำ และ 5.ขอให้รัฐบาลจัดทำกรอบการเจรจาใหม่โดยรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวางและจัดทำเอ็มโอยูไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกฉบับใหม่เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา



