ข่าว

6ร.ร.เมืองโคราชเลื่อนเปิดเทอม2

6ร.ร.เมืองโคราชเลื่อนเปิดเทอม2

26 ต.ค. 2553

ปชช. แห่ใช้บริการรพ.มหาราช หลังจมบาลาดนาน 1 สัปดาห์ นักเรียน 2.7 หมื่น จาก 6 โรงเรียนเมืองโคราช ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ต้องเลื่อนวันเปิดเทอมไม่มีกำหนด ขณะที่สำนักทางหลวงฯนครราชสีมา เร่งสำรวจเส้นทางที่ถูกน้ำท่วมทั่วจังหวัด พบถนนเสียหาย 27 สาย ระยะทางเกือบ 10

(26 ต.ค.53) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานบรรยากาศที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา อ.เมือง  จ.นคราชสีมา ที่เปิดให้บริการทุกแผนกตามปกติ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนเดินทางเข้ามาใช้บริการที่โรงพยาบาลจำนวนมาก หลังจากที่โรงพยาบาลเกิดน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยเก่าที่เดินทางเข้ามาขอรับยาและผู้ป่วยที่แพทย์นัดหมายเพื่อรับการรักษาต่อ สำหรับระดับน้ำในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ยังมีน้ำท่วมขังบางจุดสูงกว่า 40 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถเข้าออกได้ จึงทำให้ผู้ที่เดินทางมาใช้บริการที่โรงพยาบาลต้องเดินเท้าข้ามสะพานที่เจ้าหน้าที่เทศบาลนครนครราชสีมาได้ติดตั้งไว้บริการระยะทางยาวกว่า 200 เมตร ที่หน้าห้างไอทีพลาซ่า และบางส่วนต้องขึ้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ของเจ้าหน้าที่ทหารที่เตรียมไว้รับส่งเข้าออกโรงพยาบาล
 
 ขณะเดียวกันชุมชนซอย 30 กันยา เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ระดับน้ำท่วมสูงได้ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้บ้านเรือนประ ชาชนกว่า 500 หลังคาเรือน ได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ และต่างพากันออกมารับถุงยังชีพที่ทางเทศบาลนครนครราชสีมาได้เตรียมไว้ให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมนานกว่า 1 สัปดาห์ ที่บริเวณศาลาประชาคมของชุมชน

 รายงานผลกระทบจากน้ำท่วมขัง เขตเมืองนครราชสีมา ตามกำหนดของปฏิทินการศึกษา วันนี้(26 ตค.)เป็นวันแรกของสถานบันการศึกษาทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ที่จะต้องเปิดการเรียน การสอน หรือเปิดเทอม ของภาคการเรียนที่ 2 ปี 2553 โรงเรียนหลายแห่ง ที่มีพื้นที่ติดลำตะคอง คือ โรงเรียนเทศบาล 4 ( เพาะชำ ) โรงเรียนอัสสัมชัญ นครราชสีมา โรงเรียนเมือง นครราชสีมา โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา โรงเรียนสุรนารีวิทยา และ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา ที่มีจำนวนนักเรียนรวมกว่า 2.6 หมื่นคน ถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร มาตั้งแต่วันที่ 18 ตค. ขณะนี้ระดับน้ำแม้นจะลดลง แต่ภาพรวมยังมีความสูงเฉลี่ย 60 ซม. ขึ้นไปผู้บริหาร จึงไม่สามาถระบุวันที่จะเปิดภาคเรียนได้ ซึ่งต้องปิดยาวอย่างไม่มีกำหนด แม้นน้ำจะลดลง การฟื้นฟูที่จะต้องใช้งบประมาณหลายล้านบาท และใช้เวลาหลายวัน
 
 นายศิลปสิทธิ์ ทับทิมธงไชย ผอ.โรงเรียนสุรนารีวิทยา อ.เมืองนครราชสีมา รักษาการ ผอ.สนง.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 31 เปิดเผยว่า ความเสียหายของพื้นที่ใช้ประโยชน์ ถูกน้ำจากคลองชลประทานลำตะคอง ที่ตั้งอยู่ด้านหลัง ไหลเข้าอ่อท่วมสูงกว่า 1 เมตร พื้นที่กว่า 49 ไร่ ถูกน้ำท่วม 100 % ขณะนี้นักเรียนกว่า 4,800 คน ครู และบุคลากรทางการศึกษา รวม 230 คน ได้รับผลกระทบที่น้ำเข้าท่วมขัง นานเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ มีระดับน้ำท่วมขังสูง 1.5 เมตร ได้ตรวจสอบเบื้องต้น ที่อาคารปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ,ห้องสมุด ,อาคารเรียนหลักสูตรพิเศษ ,โรงยิม และบ้านพักครู บุคลากรทางการศึกษา ประเมินมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ขณะนี้ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากเทศบาลนครนครราชสีมา ให้นำเครื่องสูบน้ำมาระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่ ซึ่งได้รับการตอบรับ และจะดำเนินการให้ในวันที่ 27 ต.ค.นี้ 

 ทั้งนี้ได้ระดมกำลัง จนท.ฟื้นฟูพื้นในจุดที่ยังสามารถแก้ไขได้ตามกำลังที่มีอยู่ สำหรับกำหนดการเปิดการเรียนการสอนภาค 2 ในวันนี้ ( 26 ต.ค. ) ต้องเลื่อนออกไป 1 สัปดาห์ โดยประกาศแจ้งผ่านทางเว็ปไซด์ หากผู้ปกครองมีข้อสงสัยสามารถ ติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 044 255 -996 ,044 254 -990 คาดว่าน่าจะเปิดการเรียนการสอนได้ วันที่ 1 พย.  ซึ่งเราได้รายงานไปยังต้นสังกัดแล้ว และได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา ให้ดำเนินการตามความเหมาะสม

 นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงชนบทจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่วิศวกร ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางตามถนนสายต่างๆในจังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้ลงตรวจสอบในพื้นที่ อ.จักราช ซึ่งพื้นที่บางส่วนที่ถูกน้ำท่วมได้เริ่มคลี่คลายแล้ว พบว่าถนนสาย นครราชสีมา - จักราช ทางหลวงหมายเลข 226  ได้รับความเสียหายเป็นช่วงๆ รวมระยะทางที่ได้รับความเสียหายประมาณ 18 กิโลเมตร จึงได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมป้ายสัญญาณเตือน มาติดตั้งไว้ พร้อมกำชับให้ทีมตรวจสอบความเสียหาย ออกสำรวจความเสียหายในทุกพื้นที่ที่ปริมาณน้ำได้ลดลงบ้างแล้วอย่างเร่งด่วน พร้อมกันนี้ทางสำนักทางหลวงชลบทจังหวัดนครราชสีมา ยังได้นำถุงยังชีพจำนวน 300 ชุด ไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในพื้นที่ ต.หนองพลวง อ.จักราช เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอีกด้วย
 
 นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงชนบทจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประเมินในเบื้องต้นพบว่า เหตุอุทกภัยในจังหวัดนครราชสีมา สร้างความเสียหายให้กับถนนในโครงข่ายมากถึง 27 สายทาง รวมระยะทาง 91.010 กิโลเมตร จากทั้งหมดที่อยู่ในความรับผิดชอบ 70 สายทาง ระยะทาง 1,475 กิโลเมตร  ครอบคลุมในพื้นที่ 17 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง , อ.ปักธงชัย อ.,วังน้ำเขียว , อ.สีคิ้ว , อ.พิมาย , อ.ห้วยแถลง , อ.โนนไทย , อ.โนนสูง , อ.ประทาย , อ.เมืองยาง , อ.ปากช่อง , อ.เฉลิมพระเกียรติ , อ.ด่านขุนทด , อ.จักราช , อ.ชุมพวง , อ.หนองบุญมาก และ อ.คง

 เส้นทางที่ได้รับความเสียหายอย่าหนักจนไม่สามารถที่จะเปิดให้รถสามารถสัญจรผ่านไปมาได้เนื่องจากมีปริมาณน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ขณะนี้มีอยู่ 4 เส้นทาง ประกอบด้วย ทางหลวงสาย นม.6019 ช่วงบ้านโนนสูง อ.โนนสูง - บ้านโนนไทย อ.โนนไทย , สาย นม.3036 ตั้งแต่แยกทางหลวงหมายเลข 226 ตั้งแต่ช่วงต.หนองพลวง อ.จักราช - บ้านพิมาย อ.พิมาย , สาย นม.2039 แยกทางหลวงหมายเลข 21 บริเวณแยก อ.หนองบุญมาก - บ้านจักราช อ.จักราช และทางหลวง สาย นม.1063 ตั้งแต่บริเวณแยกทางหลวงหมายเลข 2 อ.โนนสูง ไปจนถึง บ้านบุหญ้าคา อ.คง ซึ่งคาดการณ์ว่าถนน 4 สายนี้จะได้รับความเสียหายมากที่สุด เพราะต้องรองรับกระแสน้ำทานเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว

  สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นนั้น ตนเองได้สั่งการให้ทีมตรวจสอบ เร่งนำเครื่องสัญญาณป้ายแจ้งเตือนต่างๆ ติดตั้งไว้ตามถนนสายต่างๆที่ถูกน้ำท่วมขัง และถนนที่ถูกกระแสน้ำพัดจนพังเสียหายทั้งหมดแล้ว พร้อมกับกำชับให้ทุกทีมเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายทันทีหลังปริมาณน้ำลดลง เพื่อให้นำข้อมูลกับมาวางแผนการซ่อมแซมถนนที่ได้รับความเสียหายทุกเส้นทางเพื่อเปิดให้บริการประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางสัญจรไปมาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในเวลา 30 - 45 วัน หลังน้ำลด ขณะเดียวกันทางสำนักทางบหลวงชนบทจังหวัดนครราชสีมา จะเร่งทำการสำรวจความเสียหายทั้งหมดเพื่อนำเสนอไปยังรัฐบาลให้พิจารณางบกลางลงมาซ่อมแซมถนนที่ได้รับความเสียหายให้กลับมาสมบูรณ์แบบอีกครั้ง โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณว่า 392 ล้านบาท นายผดุงศักดิ์ กล่าว

  ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุด บริเวณน้ำที่ท่วมขังในหลายพื้นที่ได้ไหลลงสู่ลำน้ำมูลและไหลบ่าเข้าท่วมสูงในพื้นที่ตอนล่างของจังหวัดหลายอำเภอ โดยล่าสุดปริมาณน้ำจากลำน้ำมูล ได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของประชาชนใน อ.ชุมพวง โดยระดับน้ำริมลำน้ำมูล ท่วมสูงเฉลี่ยประมาณ 1.30 เมตร และปริมาณน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 5 ซม.ต่อวัน ส่วนความเสียหายในภาครวมในพื้นที่นครราชสีมา มีพื้นที่ประสบภัยครอบคลุมทั้งจังหวัดใน 32 อำเภอ 276 ตำบล 209,243 ครับเรือนได้รับผลกระทบ เดือดร้อนรวม 734,199 คน เสียชีวิตแล้ว 14 ราย บาดเจ็บ 5 ราย พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 1,594,733ไร่ สาธารณประโยชน์เสียหายคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.3 พันล้านบาท  และยังคงมีพื้นที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ที่อยู่ติดกับลำน้ำ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.โนนสูง , อ.พิมาย , อ.ชุมพวง , อ.เฉลิมพระเกียรติ และอำเภอเมืองยาง เนื่องจากปริมาณน้ำในลำน้ำยังคงสูงกว่าตลิ่งและยังมีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำอาจจะเพิ่มระดับขึ้นได้อีก ซึ่งทางจังหวัดได้ออกประกาศเตือน ให้ประชาชนอพยพขึ้นไปอยู่บนที่สูงทั้งหมดแล้ว