
พาณิชย์เสนอครม.อนุมัติสินเชื่อช่วยน้ำท่วม
ถกครม.ที่รัฐสภาพาณิชย์เสนอครม.อนุมัติสินเชื่อช่วยน้ำท่วม
(26ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้(26ต.ค.) ย้ายสถานที่ประชุมจากทำเนียบรัฐบาลมาประชุมที่ชั้นห้องประชุมงบประมาณชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3 เนื่องจากวันนี้มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาโครงการรถไฟความเร็วสูงจึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนายกฯรัฐมนตรีและส.ส.
โดยก่อนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุม ครม. เวลา 07.45 น.นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยี่ยมอาการป่วยของนายแพทย์ อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดา ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จากนั้นได้แวะไปดูความเรียบร้อยที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเตรียมการต้อนรับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ในช่วงเที่ยงวันเดียวกัน อย่างไรก็ตามได้มีการยกเลิกภารกิจในเวลา 08.30 น. ที่เดิมทีผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์ติดเข็มกลัดและมอบสื่อรณรงค์ในโครงการทอดกฐินปลอดเหล้าปี 2553 ที่บริเวณห้องโถงชั้นล่างอาคารรัฐสภา 1 จากนั้นเวลา 09.00 น. ก่อนเริ่มประชุมครม.นายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าร่วมประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ห้องประชุม 3201 อาคารรัฐสภา 3 ก่อนที่จะเป็นประธานการประชุมครม.
ทั้งนี้ก่อนการประชุมครม.นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมครม.วันเดียวกันนี้กระทรวงพาณิชย์เสนอให้ครม.พิจารณามาตรการช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม 32 จังหวัด โดยกระทรวงจะขออนุมัติการปรับปรุงหลักเกณฑ์วงเงินสินเชื่อ 16,000 ล้านบาท ในโครงการเรนโบว์ โปรเจ็กซ์ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างธุรกิจ โดยมีการเปิดศูนย์ปรึกษาฟื้นฟูอาชีพและธุรกิจใน - 2 จังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมอบหมายให้เอสเอ็มอีแบงค์อำนวยสินเชื่อ ด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน MLR-3 และระหว่างนี้ประชาชนประสบปัญหาขาดรายได้โครงการดังกหล่าวจะเน้นการให้สินเชื่อและการสนับสนุนธุรกิจแฟรนไชส์ขายตรง สามารถที่จะเริ่มอาชีพสร้างรายได้ได้ทันทีภายใน 2-3 วัน
รมช.พาณิชย์ กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนที่ประชาชนจะเข้าร่วมโครงการมี 2 ช่องทาง คือ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด ซึ่งมีศูนย์ปรึกษาฟื้นฟูธุรกิจคอยให้คำปรึกษาและประสานงาน พร้อมรับสมัครผู้จะเข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ยังมีสายด่วนฮอตไลน์ หมายเลข 1570 สามารถที่จะแสดงความจำนงและเข้าร่วมโครงการได้ สำหรับวงเงิน 1,600 ล้านบาทนั้น เป็นวงเงินที่มีอยู่แล้วจากที่กระทรวงได้รับอนุมัติมาทั้งหมด 3,000 ล้านบาท สำหรับธุรกิจลอจิสติกส์ในช่วงที่เกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ( Hamburger Crisis ) ที่ใช้ไปประสาน 1,400 ล้านบาท จึงเหลือวงเงินอีก 1,600 ล้านบาท เพียงแต่มาปรับหลักเกณฑ์ของวงเงินสินเชื่อเพื่อนำมาสนับสนุนงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ โดยให้สินเชื่อให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมใน 32 จังหวัด
ส่วนคุณสมบัติผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการคือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับเป็นเขตภัยพิบัติ ส่วนวงเงินแต่ละคนที่จะได้รับนั้นขึ้นอยู่กับธุรกิจซึ่งส่วนใหญ่ที่จะสามารถเริ่มต้นได้เลยคือธุรกิจเครื่องดื่ม อาหารและของว่าง ซึ่งอัตราเสี่ยงต่ำและภายใน 1-2 วันก็เริ่มธุรกิจได้เลย อีกทั้งการให้สินเชื่อนั้นค่อนข้างง่ายเพราะรัฐบาลถือว่าเป็นโครงการบัญชีสาธารณะโดยรัฐบาลเป็นผู้ดูแลเรื่องของอัตราความเสี่ยง



