
สั่งทีวีกรมประชาฯรายงานน้ำท่วมอุบล
องอาจสั่งทีวีกรมประชาฯอุบลฯรายงานสถานการณ์น้ำท่วม ด้านโสภณ รับชาวบุรีรัมย์เครียด เพราะน้ำบ้านอื่นไหลท่วมบ้านตัวเอง เผย ถนนถูกน้ำตัดขาด 50 เส้นทาง
(26ต.ค.) เวลา 09.00 น. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดที่ยังพบว่าขาดการประสานงานกับหน่วยงานของรัฐนั้น ตนได้สั่งการให้สถานีโทรทัศน์สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ให้รายงานสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อเตรียมหาวิธีการป้องกันและเยียวยา ซึ่งในสัปดาห์นี้ตนเตรียมลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีเพื่อประสานการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูสภาพปัญหา อย่างไรก็ตามในพื้นที่ภาคอีสานที่ติดริมแม่น้ำโขงส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคาดว่าหากไม่มีฝนตกซ้ำปัญหาก็จะมีไม่มาก
ด้านนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผอ.ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย กล่าวว่า วันนี้เวลา09.00 น.น้ำทะ เลหนุนสูงซึ่งจากการประชุมของคชอ.คาดการรณ์ที่ระดับ 2.50 เมตร ซึ่งพื้นที่ประชาชนนอกคันกันน้ำเช่นพระนคร บางซื่อ บางพลัด เตรียมเฝ้าระวังในจุดน่าห่วงซึ่งกทม.ได้วางกระสอบทรายเสริม ระดมจนท.และเครื่องสูบน้ำแล้ว
นอกจากนี้กรมชลประทานพยายามลดการผันน้ำที่ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่บางไทรและป่าสักลง เพื่อรักษาระดับน้ำทะเลหนุนสูงให้กระทบน้อยสุด หากฝนตกหนักก็เป็นอีกเรื่องและมีความเสี่ยงในการระบายน้ำเพราะเป็นการเติมน้ำลงไปอีกทั้งนี้ช่วงน้ำทะเลหนุนจะมีผลกระทบกับนนทบุรีและปทุมธานีเช่นกัน
อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือเรือที่สัญจรไปมาให้ลดความเร็วหากมีคลื่นสูงก็จะมีผลกรพะทบให้น้ำทะลักเช่นที่ท่าช้าง ท่าพระจันทร์ อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำหนุนสูงวันนี้ 2.50 เมตรคำนวณจากปริมาณน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุนสูง
ผู้สื่อข่าวรายงวานว่า ล่าสุดเย็นวานนี้ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ระบุว่า ตามที่ได้เกิดน้ำเหนือไหลหลากในแม่น้ำเจ้าพระยา กรอปกับในระยะนี้เป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณมาก นั้น กรมชลประทาน ได้วางมาตรการ 4 มาตรการ เพื่อลดปริมาณน้ำเหนือที่ยังคงมีจำนวนมาก บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ดังนี้
1.ลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยการเพิ่มระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยา จาก 16.81 เมตร (รทก.) เป็น 17.10 เมตร(รทก.) 2.ลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จาก 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือเพียง 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 3.เพิ่มการรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์อีกจำนวน 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 4.เพิ่มการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา รวมกันในเกณฑ์ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
อนึ่งปริมาณน้ำที่มีเป็นจำนวนมากในลำน้ำเจ้าพระยา ได้กัดเซาะตลิ่งหรือคันกั้นน้ำตามแนวลำน้ำเจ้าพระยาพังทลายไปแล้วหลายจุด จึงทำให้มีปริมาณน้ำส่วนหนึ่ง ได้ไหลเข้าสู่ทุ่งราบหรือพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุด ในกรณีที่ไม่มีฝนตกเพิ่มเติมอาจจะมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ โดยจะมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 3,400-3,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(คาดการณ์ไว้ 3,500-4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) อย่างไรก็ตาม ยังขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งกรมชลประทานจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป
นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ทางกระทรวงยังไม่มีการเสนอของบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของกระทรวง ซึ่งยอมรับว่าอุทกภัยในหลายพื้นที่ได้สร้างความเสียหายให้กับถนนเป็นอย่างมาก เช่น ในเส้นทางของกรมทางหลวงชนบท พบถนนถูกตัดขาดประมาณ 30 เส้นทาง และของหน่วยงานอื่นๆ อีกประมาณ 20 สาย ซึ่งตนได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกลี่ยงบประมาณในส่วนอื่นเข้าไปแก้ไขปัญหาดังกล่าวก่อน และปรับปรุงเส้นทางเป็นการชั่วคราว เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ส่วนเรื่องการฟื้นฟูถนนให้คืนสภาพใช้งานได้ตามปกตินั้น ต้องจะรอให้ปัญหาอุทกภัยยุติก่อน จากนั้นจึงจะเสนอของบประมาณจากรัฐบาลเพื่อซ่อมแซมต่อไป
สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดบุรีรัมย์ ขณะนี้เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้างแล้วในพื้นที่วัด และศูนย์โพธิ์แก้วของพระพยอม กัลยาโณ นอกจากนี้ ยังขาดแคลนเรือท้องแบน ซึ่งทราบว่าทางกรมเจ้าท่าได้ระดมเรือท้องแบนเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนแล้ว
“ในพื้นที่บุรีรัยม์ มีน้ำไหลเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนแล้ว ซึ่งผมยอมรับว่าประชาชนเครียดเพราะน้ำจากบ้านอื่นดันไหลเข้าบ้านของตนเอง” นายโสภณ กล่าว



